วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธีระชัย'จี้แก้รธน.วางกติกา หยุดประชานิยม

"ธีระชัย"แนะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องวางกติกา "หยุดประชานิยม-ปราบคอรัปชั่น-ปกป้องข้าราชการ" ก่อนชาติล่มจม

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษ "กรุงเทพธุรกิจทีวี" ช่วงค่ำวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องแก้ไข หรือวางกรอบกติกาด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย เพราะหากไม่ดำเนินการเศรษฐกิจอาจจะหายนะหรือล่มจมได้

ทั้งนี้ ควรวางกติกาใน 3 ส่วนด้วยกัน เริ่มจาก ประชานิยม ปราบคอร์รัปชั่น และกรอบการปกป้องข้าราชการ โดยในความเห็นของเขานั้น รัฐยังมีความหละหลวมในกติกาที่กำกับดูแลด้านการบริหารเศรษฐกิจเวลานี้สมควรที่จะมีการแก้ไขให้เกิดความยั่งยืน มีเสถียรภาพในการบริหารเศรษฐกิจยั่งยืนและต่อเนื่องไปได้ระยะยาว

นายธีระชัย กล่าวด้วย การทำนโยบายประชาชนนิยม คิดว่าเป็นเรื่องถูกต้อง ไม่ควรห้ามให้พรรคการเมือง หยุดทำประชานิยม แต่ให้จำกัดเฉพาะประชานิยม หรือนโยบายที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มคนที่มีโอกาสน้อย ฐานะด้อย ซึ่งนโยบายประชานิยมถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนกลุ่มนี้

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า รัฐจะนำเงินมาจากที่ใด ซึ่งหากสามารถนำเงินภาษี หรือลดรายจ่ายด้านอื่นมาใช้ด้านนี้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ที่เป็นปัญหาวันนี้คือ รัฐบาลไม่กล้าทำอย่างนั้น จนค้องมีหนี้เพิ่มเป็นดินพอกหางหมู

เมื่อคิดจะแก้รัฐธรรมนูญ ควรวางกติกาใหม่ในรัฐธรรมนูญไปด้วยว่า พรรคการเมืองใดที่จะใช้นโยบายประชานิยม จะต้องประกาศให้ชัดเจนถึงจำนวนเงินที่จะใช้ รวมถึงแหล่งที่มาของเงิน โดยเห็นว่า ควรแบ่งประชานิยมเป็น 2 ประเภท คือ เป็นความจำเป็นสำหรับชีวิต เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษา และประชานิยมที่ไม่จำเป็นกับชีวิต ประเภทนี้ถมไม่เต็ม เช่น รถคันแรก จำนำข้าว และพักชำระหนี้ พวกที่เสนอให้ห้ามรัฐบาลห้ามกู้หนี้ ห้ามสร้างหนี้สาธารณะ ให้หาเงินโดยการเก็บภาษี

สำหรับนโยบายประชานิยมที่น่าเป็นห่วยที่สุด คือ เรื่องการแทรกแซงสินค้าเกษตร โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว จึงเสนอให้ตั้งขบวนการช่วยเหลือเกษตรกร 2 ส่วน คือ ช่วยในเรื่องสภาพคล่อง ถ้าติดขัดเงินก็ช่วยให้เงินไหลลื่น อีกส่วนหนึ่งเป็นการช่วยเหลือชดเชยต้นทุนที่เรียกว่า "อุดหนุน" ซึ่งทั้งสองนั้นไม่ควรจะให้ปนกัน สองอันนี้จะต้องบังคับให้แยกกันด้วย ใครต้องการส่วนไหนให้ช่วยส่วนนั้น

ในส่วนของการช่วยสภาพคล่อง ถึงจะใช้กลไกการจำนำและการจำนำควรแก้กติกาห้ามรัฐบาลรับจำนำเกินกว่า 80% ของราคาตลาด เพื่อให้กระบวนการจำนำมันเป็นการจำนำที่แท้จริง แล้วถึงเวลาเกษตรกรจะเอามาไถ่คืนเมื่อไหร่ก็มีทางเป็นไปได้ เพราะปกติเวลาจำนำก็ไม่ได้ราคาเต็มอยู่แล้ว การจำนำเกินราคาตลาดโดยพฤตินัยมันเป็นการซื้อ

ทางถอยของโครงการจำนำข้าวที่มีอยู่ขณะนี้ ในแง่ทฤษฎี จะช่วยเกษตรกรที่ดีที่สุดคือ ช่วยเรื่องผลผลิต พัฒนาพันธุ์ ทำให้ข้าวมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีวิธีการบรรจุ วีธีการวางตลาดที่ทำให้มันได้ราคา แน่นอนว่าสต๊อกเก่าที่มันทำไปแล้ว หนีไม่พ้นต้องหาวิธีที่จะระบายออกไป ต้องยอมรับว่าขาดทุนเท่าไหร่ก็ว่ากันไป แต่ถ้าจะทำเพิ่มฤดูกาลใหม่ต้องเอากฎกติกาใหม่มาจับ คือห้ามรับจำนำเกินกว่าราคาตลาด หรือต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีการรับซื้อ และเป็นการซื้อโดยภาครัฐตรงไปตรงมา และรัฐบาลจะไปเช่าโกดังไหนก็ว่ากันไป แนวทางนี้จะทำให้กระบวนการในเรื่องทุจริตเบาบางลง และขณะเดียวกันผลประโยชน์จะตกไปอยู่ในมือชาวนาเต็มเม็ดเต็มหน่วย และอีกประการหนึ่ง

"ผลการประมูลออกมาเป็นอย่างไร ควรแสดงในเว็บไซต์ 2 แห่งพร้อมกันคือ ของกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นคนคุมเรื่องจ่ายเงิน และเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เป็นคนจัดซื้อ ต้องขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าไปดูแบบง่าย ไม่ต้องลงทะเบียน เข้าไปดูได้เลย วิธีนี้จะทำให้ขบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากขึ้น"

ขณะที่แนวทางแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อคุ้มครองข้าราชการ นั้นเพื่อให้ข้าราชการกล้าที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเตือนรัฐบาล ในโครงการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะทำอย่างน้้นได้ ต้องเพิ่มความเข้มแข็งในระบบราชการ ดังนั้นตนเองเสนอว่าการเลื่อนตำแหน่ง การแต่งตั้งข้าราชการ ให้เป็นการพิจารณากันภายใน เป็นระบบหรือรูปของคณะกรรมการ และไม่ให้นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง