ไฮเออร์ ชี้แนวโน้มตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้แข่งเดือด เปิดศึกกลยุทธ์ราคา เน้นส่วนแบ่งตลาด สวนทางภาวะต้นทุนสูงจากปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
นายอู๋ หย่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากประเทศจีน แบรนด์ "ไฮเออร์" เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้ว่า จะมีแนวโน้มแข่งขันสูงเห็นได้จากแบรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาทำตลาดในอาเซียนรวมทั้งไทยมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศที่จะแข่งขันด้วยกลยุทธ์"ราคา"มากขึ้น พบว่าหลายๆ แบรนด์เน้นขายสินค้าราคาขาดทุนมากขึ้น เพราะต้องการส่วนแบ่งการตลาดควบคู่กับการสร้างแบรนด์ ซึ่งสวนทางกับภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น
รวมทั้งปัจจัยลบจากสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกทั้งอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลงและกระทบกับตลาดส่งออกสินค้าของไฮเออร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่น 20-30% และอีก 70% เป็นตลาดออสเตรเลีย ยุโรป และเอเชีย
นอกจากนี้ยังประสบปัญหาจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานจากวันละ 255 บาท เป็น 300 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าในโรงงาน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพิ่มขึ้นประมาณ 20%
"แม้ว่าต้นทุนการผลิตในไทยจะสูงขึ้น แต่ยังมีข้อได้เปรียบในหลายๆ ด้านทั้งจากอัตราภาษี ระบบซัพพลายเชน และซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตในเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่ปรับขึ้นในอัตราสูงกว่า และเพื่อเป็นการลดต้นทุนบริษัทได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตปีนี้" นายอู๋ หย่งกล่าว
สำหรับแผนการทำตลาดปีนี้ไม่เน้นการลงทุนใหญ่หรือลงทุนในโรงงาน แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ไฮเออร์และการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ใช้ไม่ถึง 300 ล้านบาท รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดทั้งผ่านสื่อและกิจกรรมโรดโชว์ตามร้านตัวแทนจำหน่ายภายใต้งบประมาณ 200 ล้านบาทในปีนี้
พร้อมกันนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ที่เหมาะสำหรับคนไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อรักษาสัดส่วนตลาดที่มีอยู่ โดยเฉพาะสินค้าตู้เย็นที่มียอดขาย 1.6-1.7 แสนตู้ในปีที่ผ่านมา พร้อมให้ความสำคัญกับการทำตลาดในกลุ่มสินค้าเอวีหรือหมวดภาพและเสียงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ททีวี ได้แก่ แอลอีดี ทีวี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น
ล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศ รุ่น ควา ซีรี่ย์ ระดับพรีเมียม รวมถึงแอลอีดี ทีวี รุ่น แคร์ แอนด์ เคลียร์ ซีรี่ส์ ที่มีขนาดบางที่สุดในประเทศไทย ทั้งขนาด 24, 32, 39 และ 42 นิ้ว จับกลุ่มผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียมที่จะวางตลาดในช่วงเดือน ม.ค.นี้
ด้านผลประกอบการปี 2555 มีรายได้รวม 1,700 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 41.6% มาจากสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่มตู้เย็น 40% เครื่องปรับอากาศ 30% เครื่องซักผ้า 20% และตู้แช่ 10% ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 2,100-2,200 ล้านบาท โดยคาดว่ากลุ่มเครื่องปรับอากาศจะเติบโต 35% ตู้แช่ 40% ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า 25-30%









