ดิสนีย์แลนด์ชู 'แมจิคพลัส' ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

ดิสนีย์แลนด์ชู 'แมจิคพลัส' ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

ในช่วงกลางปีวอลท์ดิสนีย์ เครือข่ายสื่อบันเทิงครบวงจรชั้นนำของโลก มีแผนจะทำให้สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ กลายเป็นดินแดนที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดอีก

ผ่านทางการให้บริการ "มาย แมจิคพลัส" เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาเที่ยวในสวนสนุก สามารถทำทุกอย่างได้ เพียงแค่สวมสายรัดข้อมือเส้นเดียวเท่านั้น

สายรัดดังกล่าว จะบรรจุข้อมูลของบัตรเครดิตไว้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ซื้อฮอทดอก หรือขนมพุดดิ้งรูปมิกกี้เมาส์ หรือจะเดินเข้าร้านของกระจุกกระจิก ซื้อที่คาดผมเก๋ๆ ลายมินนีเมาส์มาใส่เล่น ทุกธุรกรรมสามารถทำได้ผ่านสายรัดข้อมือเพียงอันเดียว และเมื่อถึงเวลาเล่นเกมเครื่องเล่นสุดโปรดที่ไปต่อคิวไว้ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในกระเป๋าก็จะส่งเสียงเตือนโดยที่เราไม่ต้องจดจ้องอยู่กับนาฬิกา

มาย แมจิคพลัส เป็นบริการรูปแบบใหม่ล่าสุด ที่วอลท์ ดิสนีย์ทุ่มลงทุนไปสูงถึง 800-1,000 ล้านดอลลาร์ โดยหวังว่าจะช่วยพลิกรูปแบบการท่องเที่ยวให้สนุกสนานมากขึ้น ตอบรับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวที่เยี่ยมเยือนสวนสนุกมากกว่า 30 ล้านคน จากทั่วทุกมุมโลก

แม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่มากมายมหาศาลในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ผู้บริหารสวนสนุกดิสนีย์ เชื่อว่า ลูกค้าจะมีความสุขกับการเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในโลกแฟนตาซีกันมากขึ้น และแน่นอนว่าจะควักกระเป๋าจ่ายง่ายขึ้นด้วย

"เราเชื่อว่า เมื่อเรามีการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้สวนสนุกของเราทันสมัยขึ้น ลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะก้าวเข้ามาในสวนสนุก เพื่อใช้เวลาในวันว่างของพวกเขาในบ้านของเราเพิ่มขึ้นด้วย" นายโทมัส โอ สแตค ผู้บริหารของดิสนีย์ ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท กล่าว

การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยนั้น นอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังจะทำให้ดิสนีย์สามารถเก็บข้อมูล และรายละเอียดของลูกค้าได้ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่บริษัทยักษ์ใหญ่อีกหลายแห่งทั่วโลก กำลังทำอยู่ เพราะต้องการนำข้อมูลเหล่านั้น มาใช้เป็นฐานข้อมูล เพื่อปรับปรุงการให้บริการต่อไปในอนาคต

ในกรณีของมาย แมจิคพลัสนั้น เหล่านักการตลาดชี้ว่า จะเป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์จะได้ทราบข้อมูลพฤติกรรม ความชอบของลูกค้าแต่ละคน โดยข้อมูลจะถูกส่งมาเก็บไว้แบบนาทีต่อนาที

ไม่ว่าจะเป็น การซื้อลูกโป่ง การเลือกเล่นเครื่องเล่นแบบไหน หรือลูกค้าได้ไปจับมือกับกูฟฟี แต่ไม่ได้เจอสโนไวท์ ข้อมูลทั้งหมดนี้จะทำให้ดิสนีย์สามารถส่งข้อความสื่อสารทางการตลาดไปยังลูกค้าได้แม่นยำ และตรงกับความสนใจของแต่ละคนได้มากขึ้น

แน่นอนว่า เรื่องราวของความเป็นส่วนตัวก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่น้อยในกระบวนการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กๆ แต่ด้วยความรัดกุมของการจัดเก็บข้อมูล ทำให้ดิสนีย์เดินหน้านำระบบมาย แมจิค พลัส เข้ามาใช้อย่างเต็มตัว โดยจะต้องไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของสวนสนุกสำหรับเด็ก และการระลึกความหลังครั้งเยาว์วัย

ดิสนีย์ขยับวัฒนธรรม

นอกจากมาย แมจิค พลัส จะช่วยให้ฐานธุรกิจดิสนีย์เติมเต็มให้แน่นไปด้วยข้อมูลของลูกค้าแล้ว ยังอาจจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจสวนสนุก แม้ดิสนีย์จะไม่ใช่สวนสนุก หรือรีสอร์ทแห่งแรกที่นำระบบสายรัดข้อมือฝังชิพมาใช้ แต่ดิสนีย์ก็มีรุ่นพี่อย่าง เกรท วอล์ฟ รีสอร์ท ซึ่งเป็นเจ้าของสวนน้ำกว่า 11 แห่งทั่วทั้งอเมริกาเหนือ ที่ได้นำร่องมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2539 และผู้บริหารก็คาดการณ์ว่า ด้วยความยิ่งใหญ่ของสวนสนุกดิสนีย์ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งทำรายได้ค่าเข้าชมกว่าปีละ 12,900 ล้านดอลลาร์ น่าจะทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับรูปแบบการใช้สายรัดข้อมือนี้ และเป็นตัวอย่างให้กับธุรกิจธีมพาร์คอื่นๆ ได้ขยับตัวตาม

"เมื่อดิสนีย์ขยับตัวไป วัฒนธรรมก็ขยับตัวตาม" นายสตีฟ บราวน์ ผู้บริหารบริษัท Lo-Q ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการจองตั๋วในอังกฤษกล่าว

การใช้สายรัดข้อมือ ทำให้ดิสนีย์ลดภาระค่าพิมพ์ และการใช้กระดาษสำหรับตั๋ว ส่วนอาหาร และของที่ระลึกก็จะใช้การจ่ายด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิต ซึ่งผู้ที่เข้าพักโรงแรมในเครือดิสนีย์แลนด์เองก็สามารถนำคีย์การ์ดมาใช้ในสวนสนุกได้

ส่วนระบบฟาสต์พาส ที่นักท่องเที่ยวต้องรีบวิ่งไปจับจองคิวเพื่อให้ได้นั่งเครื่องเล่นฝัน หรือบางคนก็ต้องเข้าคิวยาวเป็นชั่วโมง วันนี้จะถูกแทนที่ด้วยมายแมจิคพลัสเช่นกัน โดยการทำงานจะเป็นไปในระบบของการประสานกันกับเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องเล่น และได้รับบัตรผ่านฟาสต์พาส โดยไม่ต้องวิ่งไปกดที่เครื่อง และพวกเขาจะได้ที่นั่งที่ดีที่สุด ทั้งบนเครื่องเล่น และเมื่อเข้าแถวรอชมขบวนพาเหรด พลุไฟยามค่ำคืน และถ่ายรูปกับดาราตัวโปรด

พูดง่ายๆ ก็คือ สายรัดข้อมือเส้นเดียวจะเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่กุญแจห้องพัก ตั๋วเข้าดิสนีย์แลนด์ เป็นฟาสต์พาส บัตรผ่านโดยไม่ต้องต่อคิว และเป็นบัตรเครดิตสำหรับจ่ายเงิน

แม้จะไม่ใช่วัฒนธรรมใหม่สำหรับธีมพาร์คอื่นๆ แต่เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ดิสนีย์ตั้งหวังเอาไว้ว่าจะทำให้ลูกค้าพอใจ

ประสบการณ์สร้างความ "ประทับใจ"

สายรัดข้อมือวิเศษเส้นนี้ อาจสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับนักท่องเที่ยวได้ อย่างเช่น หากเป็นเมื่อก่อน ซินเดอเรลลาก็อาจจะเดินไปเดินมา แล้วหยุดถ่ายรูปกับเด็กๆ แต่ด้วยข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนที่ถูกบรรจุลงไปในชิพของสายรัดข้อมือ ก่อนจะเข้าสู่ในสวนสนุก ซินเดอเรลลาสามารถเดินเข้ามาหาเด็กน้อย และบอกเธอว่า "สวัสดีจ้ะแองจี้ วันนี้วันเกิดหนูใช่ไหม เรามาถ่ายรูปด้วยกันนะจ๊ะ"

นอกจากนั้นข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้ในบริเวณที่รอก่อนจะเข้าคิวเพื่อขึ้นเครื่องเล่น อย่างเช่นเครื่องเล่นใหม่ที่ชื่อว่า Under the Sea ซึ่งคนเข้าคิวรอยาวเหยียด จะมีหุ่นยนต์เจ้านกนางนวลจอมยุ่งจากการ์ตูนเรื่อง The Little Mermaid ยืนเกาะขอนไม้ คอยพูดคุยกับคนที่ยืนรอ นั่งรอ และสวมสายข้อมือแมจิค พลัส ด้วยการอ่านข้อมูลของคนคนนั้น และตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน

"เรื่องเหล่านี้ จะกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวของเรา วันนี้เราไม่ได้สื่อสารทางเดียว เพราะเรารับข้อมูล และนำข้อมูลเหล่านี้มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้"

อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้บังคับให้นักท่องเที่ยวทุกคนต้องใช้ระบบสายรัดข้อมือดังกล่าว และสามารถเลือกได้ว่า จะกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปมาก หรือน้อยเท่าใด ทั้งในเว็บไซต์ของดิสนีย์ จะมีตัวเลือก ให้นักท่องเที่ยวระบุล่วงหน้าได้ว่า จะแสดงชื่อ หรือต้องการโปรโมชั่นใดๆ ก่อน หรือหลังเข้าสวนสนุกหรือไม่

ผู้บริหารของสวนสนุกดิสนีย์บอกว่า พ่อแม่บางคนต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง แต่อาจจะอยากสงวนข้อมูลของเด็กๆ เอาไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สายรัดข้อมือนี้จะเก็บข้อมูลการใช้เครื่องเล่น ใช้บริการร้านอาหาร และการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าเอาไว้เพื่อประโยชน์ในการตีโจทย์ทางการตลาดในอนาคตอย่างแน่นอน

กำเนิดดิสนีย์แลนด์

หลังประสบความสำเร็จในธุรกิจสร้างภาพยนตร์การ์ตูน นายวอลเทอร์ "วอลท์" ดิสนีย์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวอลท์ ดิสนีย์ ก็ตัดสินใจที่จะสร้างสวนสนุกในแคลิฟอร์เนียขึ้นมา ภายใต้ชื่อดิสนีย์แลนด์

เริ่มแรกนั้นนายดิสนีย์ตั้งใจที่จะสร้างสวนสนุกขึ้นมาและให้มีรถไฟวิ่งอยู่รอบๆ โดยเขาต้องใช้เวลากว่า 5 ปีก่อนที่ดิสนีย์แลนด์จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างและเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2498 จากนั้นในปี 2507 โครงการสวนสนุกแห่งที่ 2 ที่รัฐฟลอริดา ก็ถือกำเนิดขึ้นมา ภายใต้ชื่อ ดิสนีย์เวิลด์

ปัจจุบันสวนสนุก และสถานตากอากาศ ในเครือดิสนีย์ มีอยู่ 5 แห่งทั่วโลก

ดิสนีย์แลนด์ แคลิฟอร์เนีย เป็นสวนสนุกแห่งแรกสุดของบริษัท และในปี 2544 วอลท์ ดิสนีย์ ก็ได้เปิดสวนสนุกอีกแห่งขึ้น คือ ดิสนีย์ แคลิฟอร์เนีย แอดเวนเจอร์

วอลท์ ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ท เปิดเมื่อปี 2514 ที่ริมทะเลสาบบัวนา วิสตา เมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา สหรัฐ โดยมีสวนสนุกแบบดิสนีย์แลนด์ และโรงแรมอีกสามแห่ง ปัจจุบันได้เพิ่มจำนวนสวนสนุกเป็น 4 แห่ง สวนน้ำอีก 2 แห่ง สนามกอล์ฟ และโรงแรมอีกมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในโลก

โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท เปิดให้บริการในปี 2525 ที่จังหวัดชิบะ ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงแรกมีแต่สวนสนุกโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ จนมาถึงปี 2544 ได้เปิดบริการสวนสนุกอีกแห่ง คือ โตเกียว ดิสนีย์ซี

ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท ปารีส ให้บริการครั้งแรกในปี 2535 มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยูโรดิสนีย์ และในปี 2545 ได้เปิดสวนสนุกอีกแห่ง ชื่อ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ

ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท เปิดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2548 ตั้งอยู่ในฮ่องกง เขตปกครองตัวเองภายใต้การปกครองของจีน