กลุ่มบริษัทภายใต้การนำของโอเวอร์ซีส์ยูเนียนเอ็นเตอร์ไพรส์ (โอยูอี)
ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ ขยายเส้นตายสำหรับข้อเสนอซื้อบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) มูลค่า 13,100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ออกไปเป็นวันที่ 14 ม.ค.
ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว กลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ขยายเส้นตาย ซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นออกไปอีกเป็นครั้งที่ 5 เป็นวันที่ 10 ม.ค. โดยกลุ่มของนายเจริญ ได้ขยายเส้นตายสำหรับเสนอซื้อหุ้นมูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ของบริษัทเอฟแอนด์เอ็น ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์และเครื่องดื่มของสิงคโปร์ ออกไปอีก
ปัจจุบันกลุ่มนายเจริญมีหุ้น 33.6% ในเอฟแอนด์เอ็น ผ่านบริษัทไทยเบฟเวอเรจ และทีซีซีแอสเซตต์ โดยกลุ่มของนายเจริญพยายามเพิ่มหุ้นในเอฟแอนด์เอ็นให้มากกว่า 50% เพื่อกันกลุ่มบริษัทโอเวอร์ซีส์ยูเนียนเอ็นเตอร์ไพรส์ (โอยูอี) ในสิงคโปร์ ที่ยื่นเสนอซื้อแข่งในราคา 10,700 ล้านดอลลาร์ หรือหุ้นละ 9.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ เมื่อเดือนพ.ย. อันนับว่าสูงกว่าข้อเสนอของกลุ่มนายเจริญ ที่หุ้นละ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์
แหล่งข่าวเผยว่าเมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มของนายเจริญพยายาม แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้นเพิ่มอีก 10% หลังจากเสนอราคาหุ้นละ 9.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ ให้แก่กองทุนต่างๆ หลายกองทุน
กลุ่มบริษัทภายใต้การนำของโอยูอีได้กำหนดเส้นตายเป็นวันที่ 3 ม.ค. ในการเสนอซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเรื่องนี้ คาดว่าโอยูอีก็คงต้องเลื่อนเส้นตายออกไป อาจเป็นถึงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนม.ค.
ทั้งนี้ นายสตีเฟน ไรอาดี ประธานบริษัทโอยูอี เป็นประธานกลุ่มบริษัทลิปโปของอินโดนีเซียเช่นกัน
ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ในเอฟแอนด์เอ็นรองจากกลุ่มของนายเจริญ คือบริษัทคิรินโฮลดิ้งส์ ที่มีหุ้นอยู่ประมาณ 14.8% และได้ให้การสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขแก่กลุ่มภายใต้การนำของบริษัทโอยูอี โดยคิรินเสนอว่าจะซื้อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเอฟแอนด์เอ็นเป็นเงิน 2,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หากกลุ่มโอยูอีประสบความสำเร็จในการเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็น
เจพีมอร์แกน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของเอฟแอนด์เอ็น ระบุว่าข้อเสนอของกลุ่มนายเจริญและบริษัทโอยูอีไม่ค่อยน่าดึงดูดใจ ส่วนข้อเสนอของคิรินที่จะซื้อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเอฟแอนด์เอ็นก็ยุติธรรมดีแต่ไม่สมเหตุสมผล
ราคาหุ้นของเอฟแอนด์เอ็น ซื้อขายอยู่ในระดับสูงกว่าราคาที่ทั้งสองบริษัทเสนอซื้อ เพราะตลาดคาดว่าจะมีการเพิ่มข้อเสนอ โดยหุ้นเอฟแอนด์เอ็น ปรับตัวขึ้นเกือบ 6% ตั้งแต่บริษัทโอยูอีประกาศเสนอซื้อแข่งกับกลุ่มของนายเจริญ และล่าสุดราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 9.67 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในตลาดสิงคโปร์
ทั้งนี้ หากข้อเสนอซื้อของโอยูอีประสบความสำเร็จ ก็อาจแปลงโฉมบริษัทให้กลายเป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยอันดับหนึ่งของสิงคโปร์ และเป็นการเข้าถือครองกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ โดยศึกครั้งนี้เป็นการต่อกรระหว่างนายเจริญกับนายสตีเฟน ไรอาดี มหาเศรษฐีนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เพราะนายไรอาดีเป็นประธานบริษัทโอยูอี รวมถึงบริษัทลิปโปที่มีหุ้นข้างมากในโอยูอี ทั้งเขายังเป็นประธานกลุ่มลิปโปของอินโดนีเซีย อันเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย นายมอคตาร์ ไรอาดี ผู้เป็นบิดา
โอยูอี ได้เตรียมพร้อมเพื่อเข้าถือครองเอฟแอนด์เอ็น ที่ก่อตั้งมา 129 ปี และบริหารอพาร์ตเมนต์เพื่ออยู่อาศัยหลายพันแห่งในเมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส ดูไบ พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์ ของ เอฟแอนด์เอ็น ยังรวมถึงห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคใน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น
นายไรอาดี กล่าวว่า สินทรัพย์ทั้งหลายของเอฟแอนด์เอ็น ล้วนเป็นสินทรัพย์ดี และสอดรับอย่างมากกับสินทรัพย์ของโอยูอี
แหล่งข่าวเผยว่า เครดิตสวิสและแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ทำหน้าที่รับประกันเงินกู้ระยะสั้นสำหรับข้อเสนอซื้อครั้งนี้ นอกจากนั้น ซีไอเอ็มบี ก็ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ โอยูอี ด้วย









