สศค.มองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น หลังวุฒิสภา-สภาผู้แทนราษฎรผ่านแพคเกจแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลังในลักษณะผ่อนปรน
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีที่วุฒิสมาชิกและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นชอบความตกลงใหม่ด้านภาษีและการปรับลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐอเมริกาว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลก เพราะจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาไม่หดตัวแรงกว่าที่คิด เนื่องจาก เป็นข้อตกลงที่ถือว่าผ่อนปรน กล่าวคือ หลีกเลี่ยงการปรับขึ้นภาษีและปรับลดรายจ่ายในจำวนที่มากจนอาจทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวอย่างเฉียบพลัน
"เท่าที่ดูข้อตกลงของแพกเกจแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลัง จะพบว่า มีลักษณะที่ผ่อนปรน ฉะนั้น เมื่อสภาฯสามารถผ่านความเห็นชอบข้อตกลงดังกล่าวได้ ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐไม่หดตัวแรงอย่างที่คิด โดยเฉพาะการปรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อไม่ได้ปรับขึ้นมากเกินไป ก็จะทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อ ขณะที่ รายจ่ายทางทหารและรายจ่ายอื่น ก็อาจจะไม่ได้ถูกตัดไปมาก เป็นต้น"
ทั้งนี้ หากมองผลกระทบที่มีต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เธอกล่าวว่า ก็น่าจะส่งผลดี เพราะเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐไม่หดตัวแรงอย่างที่คิด ก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึง ตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาถึงปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกาที่จะชนเพดานในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งอาจจะต้องมีการเจรจาเพื่อขยายเพดานหนี้ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาก็ได้มีข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้สาธารณะมาระดับหนึ่งแล้ว
"เรามองว่า เงินทุนเคลื่อนย้ายก็ยังคงเกิดขึ้น โดยไหลมายังเอเชีย รวมถึง ประเทศไทย ฉะนั้น การลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็น่าจะมีมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐปรับค่าแข็งขึ้นด้วย โดยสศค.มองว่า ในปีนี้ บาทเทียบดอลลาร์สหรัฐน่าจะปรับค่าแข็งขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 30.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ"เธอกล่าว








