วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ยุโรปพร้อมแค่ไหนหาก 'กรีซ' โบกมือลา

นาทีนี้อะไรๆก็'กรีซ'แม้จีดีพีจะมีสัดส่วนแค่ 2%ของยูโรโซนแต่ชะตากรรมของกรีซอาจผลักให้โดมิโนเศรษฐกิจตัวอื่นๆ ล้มตามกันไป

สถานการณ์ของกรีซเป็นวาระหลักที่ผู้นำประเทศในสหภาพยุโรปหารือกันในการประชุมฉุกเฉินที่บรัสเซลส์ในวันที่ 23 พฤษภาคม

น่าสนใจว่า ภาคธนาคารเป็นโดมิโนตัวหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะตามมา และดูเหมือนแบงก์ยุโรปก็ยังไม่พร้อมสำหรับการจากไปของเอเธนส์ ซึ่งอาจสะเทือนถึงประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญวิกฤตหนี้ในขณะนี้

บลูมเบิร์ก ระบุว่า บรรดาธนาคารยุโรป ซึ่งนั่งทับหนี้ของสเปน โปรตุเกส อิตาลี และไอร์แลนด์ มากถึง 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังเผชิญคลื่นยักษ์ที่พร้อมถาโถมในวันที่กรีซโบกมือลายูโรโซน

แม้ว่าแบงก์ผู้ปล่อยกู้จะเพิ่มทุนเพื่อลดแรงกระแทก ลดมูลค่าสินทรัพย์พันธบัตรกรีซให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และใช้เงินกู้จากธนาคารกลางเพื่อรีไฟแนนซ์แบงก์ในยุโรปตอนใต้ แต่ดูเหมือนจะยังหนีไม่พ้นผลพวงจากการถอนตัวของกรีซ ทั้งที่แบงก์ยุโรปมีเวลาเตรียมตัวกว่า 2 ปีที่เอเธนส์เผชิญวิกฤตหนี้ แต่แบงก์เหล่านี้ก็ยังคงมีความเสี่ยงจากการไหลออกของเงินฝาก และโอกาสผิดนัดชำระหนี้ในประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาหนี้เช่นกัน

"ฌากส์-ปาสกาล ปอร์ตา" ผู้บริหารเงิน 570 ล้านดอลลาร์ของโอฟี เกสชั่น ไพรวี ในปารีส มองว่า การถอนตัวของกรีซเป็นเหมือนหีบแพนโดรา หรือเป็นหายนะที่อาจเปิดประตูให้หายนะอื่นๆ เข้ามาอีก ความน่าเชื่อของของยูโรจะย่ำแย่ลง และอาจเป็นแบบอย่างในกรณีของสเปน อิตาลี และแม้แต่ฝรั่งเศส ที่ต้องลงเอยเช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทันที สำหรับแบงก์ในยุโรปและยูโรโซน หลังจากกรีซพ้นอ้อมอก นั่นคือการที่เงินไหลออกจากประเทศที่แบกหนี้จำนวนมากไว้ ทั้งโปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน และอิตาลี เพราะจะเกิดกระแสคาดการณ์ว่าประเทศเหล่านี้อาจต้องออกจากยูโรโซนตามรอยเอเธนส์

ขณะที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ประเมินว่า เจ้าหนี้ในเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ปล่อยกู้ให้ 4 ประเทศอ่วนหนี้รวมกันประมาณ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ นับถึงสิ้นปี 2554

ส่วนกรีซ  ก็จะต้องพบกับความยากลำบาก เนื่องจากเงินสกุลใหม่ที่จะใช้แทนยูโรย่อมลดมูลค่าลง อาจจะลดมากถึง 75% เมื่อเทียบกับยูโร บีบให้ลูกหนี้ทั้งบริษัทและบุคคลต้องผิดนัดชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ต่างชาติ

และจนกว่าผู้นำยุโรปจะสร้างความมั่นใจได้ว่ากรณีของกรีซนั้นแยกออกมาต่างหาก ไม่อย่างนั้นผู้ฝากเงินในประเทศอื่นๆ ก็อาจตัดสินใจถอนเงินยูโรออกจากแบงก์เพื่อความอุ่นใจ หรือไม่ก็โยกไปประเทศที่ปลอดภัยกว่า

ที่ผ่านมา  ก็เริ่มเห็นเค้าลางดังกล่าว ข้อมูลจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) พบว่า แบงก์ในกรีซ ไอร์แลนด์ อิตาลี โปรตุเกส และสเปน มีเงินฝากทั้งในส่วนครัวเรือนและบริษัทลดลงราว 8.06 หมื่นล้านยูโร (1.03 แสนล้านดอลลาร์) หรือลดลง 3.2% ระหว่างช่วงสิ้นปี 2553 ถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนแบงก์ในเยอรมนีและฝรั่งเศสมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 2.17 แสนล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น 6.3% ในช่วงเดียวกัน 

รวมทั้งกระแสแห่ถอนเงินของชาวกรีกราว 700 ล้านยูโร หลังสถานการณ์การเมืองไร้เสถียรภาพจนต้องจัดเลือกตั้งใหม่ โดย ณ วันที่ 30 มีนาคม ยอดเงินฝากของชาวกรีกอยู่ที่ราว 1.6 แสนล้านยูโร ลดลง 7.5 หมื่นล้านยูโรจากระดับสูงสุดในปี 2552

มีการพูดถึงความเป็นไปได้ ที่กรีซจะต้องพ้นจากยูโรมากขึ้น "ซิตี้กรุ๊ป" เพิ่งปรับเพิ่มคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ 50-75% ภายใน 18 เดือนข้างหน้า และมีเสียงเตือนจาก "โรเบิร์ต ลิลเจควิสต์" จากสเวดแบงก์ ให้แบงก์ต่างๆ เตรียมรับมือกับความเป็นไปได้นี้ แต่ติดปัญหาที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในตลาดหากเอเธนส์ออกจากยูโร

ซิตี้กรุ๊ป ประเมินว่า แบงก์ผู้ปล่อยกู้อาจต้องการสภาพคล่องประมาณ 8 แสนล้านยูโรจากอีซีบี เพื่อช่วยสกัดการลุกลามจากการแยกวงของกรีซ

น่าสังเกตว่า ความไม่แน่นอนของกรีซเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการดิ้นรนของสเปน เขตเศรษฐกิจเบอร์ 4 ของภูมิภาค ซึ่งรัฐบาลสเปนต้องยื่นมือช่วยธนาคารแบงเกีย กรุ๊ป ที่มีปัญหาหนี้เสียจากการแตกของฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของภาคธนาคารสเปน โดยปัจจุบันหนี้เสียในสเปนมีสัดส่วน 8.37% ในเดือนมีนาคม สูงสุดนับจากเดือนสิงหาคม ปี 2537 ซึ่งหนี้เสียราว 8.21 พันล้านยูโร เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 90%

"ฟิลิป โบเดอเรอ" หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินเชื่อยุโรปของแปซิฟิก อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ อธิบายว่า หากคุณเป็นแบงก์อังกฤษที่ปล่อยกู้ให้แบงก์สเปน 1 หมื่นล้านยูโร เมื่อสเปนถอนตัว หมายความว่าคุณจะได้เงินคืนในรูปของเงินเปเซต้าที่เสื่อมค่าลง 50% เหลือราวๆ 5 พันล้านยูโร

แต่ "คริสเตียน คลอเซน" ประธานสมาคมธนาคารยุโรป มองต่างว่า การออกจากยูโรของกรีซไม่น่าจะสร้างหายนะให้กับอุตสาหกรรมแบงก์ทั้งหมดในภูมิภาค

ด้านธนาคารโซซิเอเต้ เจเนราล ประเมินว่า ความสูญเสียทั้งในแง่เงินกู้และค่าเงินที่เกิดจากการถอนตัวของกรีซ น่าจะแตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยกระทบต่อระบบธนาคารของเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ดัตช์ ออสเตรีย และเบลเยี่ยม

ขณะที่ ยูบีเอส เสริมว่า เป็นไปได้ที่การบอกลาของกรีซจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ จากการแห่ถอนเงิน การเพิ่มขึ้นของอัตราชดเชยความเสี่ยงในพันธบัตรของประเทศที่กำลังอ่อนแอ และที่สุดแล้วอาจลงเอยด้วยการที่ยูโรโซนแตกจากกัน