จากประเด็นสามีรุกพื้นที่ทหาร นำไปสู่การบริหารจัดการเงินบริจาค “มูลนิธิองค์กรทำดี” ที่มี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ดูแล จนกลายเป็นข้อคดีความทางกฏหมาย สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะชาวโซเชียล นำไปขยายความต่อ จนสร้างเอนเกจเมนต์ล้นหลาม พร้อมตั้งคำถามสำคัญถึง “ความโปร่งใส”
หากย้อนเรื่องราวของ "บุ๋ม ปนัดดา" สิ่งที่ทุกคนที่รู้จักอย่างดี ในฐานะอดีตนางสาวไทยและผู้ก่อตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี มีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทว่า วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ชื่อของ “บุ๋ม ปนัดดา” ถูกพูดถึงบนโซเชียลในอีกมิติ เริ่มจากการแถลงข่าวเรื่องครอบครัว และลุกลามไปสู่คำถามเรื่องเงินบริจาคและความโปร่งใสของมูลนิธิ
บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 25 ต.ค.– 5 พ.ย. 2569 เมื่อถอดเสียงบนโซเชียลต่อการพูดถึง "บุ๋ม ปนัดดา" พบว่ามีข้อความที่เกี่ยวข้องสูงถึง 68,095 ข้อความ และกวาดเอนเกจเมนต์ไปกว่า 47.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ผู้คนบนโซเชียลพูดถึงหลากประเด็น
โดยกระแสการพูดถึงครั้งนี้ไม่ได้ไต่ระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เกิดขึ้นเป็น 2 ช่วงสูงสุดหรือพีค ช่วงแรกคือวันที่ 27 – 29 ต.ค. ที่มีข้อความรวม 34,699 ข้อความ จำนวน 26 ล้านเอนเกจเมนต์ โดยวันที่ 27 ต.ค. วันเดียวมี 11,500 ข้อความ จำนวน 13.7 ล้านเอนเกจเมนต์ จากนั้นกระแสลดลงเหลือ 2,824 ข้อความในวันที่ 1 พ.ย. ก่อนจะพุ่งขึ้นอีกครั้งเป็นช่วงที่สองในวันที่ 3-4 พ.ย. ที่มี 12,764 ข้อความ จำนวน 10.99 ล้านเอนเกจเมนต์
นอกจากนี้ มี 5 ประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ดังนี้
1. มูลนิธิและเงินบริจาค (14.8 ล้านเอ็นเกจเมนต์) ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องของมูลนิธิ โดยข้อความที่มีคำว่า "มูลนิธิองค์กรทำดี" มี 14,331 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์ได้สูงถึง 14.8 ล้านเอนเกจเมนต์ ส่วนคำว่า "เงินบริจาค" มี 5,994 ข้อความ จำนวน 4.7 ล้านเอ็นเกจเมนต์
บทสนทนาบนโซเชียล ยังแบ่งเป็น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ความโปร่งใส โดยมีทั้งเสียงที่ยืนยันว่ามูลนิธิไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ดินและเรื่องหนี้ส่วนตัว กับเสียงที่ตั้งคำถามว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ตรงวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยคำว่า "โปร่งใส" 1,472 ข้อความ "วัตถุประสงค์" 1,931 ข้อความ 2.บัญชีที่ใช้รับบริจาค ว่าเป็นบัญชีมูลนิธิหรือบัญชีส่วนตัว มี 1,836 ข้อความ จำนวน 1.1 ล้านเอนเกจเมนต์ 3.สิ่งของบริจาค ว่าไปถึงมือผู้ที่ต้องการจริงหรือไม่ โดยคำว่า "ของบริจาค" มี 2,539 ข้อความ จำนวน 2.1 ล้านเอนเกจเมนต์ ซึ่งข้อความส่วนใหญ่สะท้อนความผิดหวัง เสียดาย และความเห็นใจผู้ที่ร่วมบริจาคด้วยความไว้วางใจ
2. ภาพจำ "องค์กรทำดี" ที่ถูกพูดถึงทั้งสองด้าน (10.1 ล้านเอนเกจเมนต์) ช่วงแรกของกระแส "มูลนิธิองค์กรทำดี" ถูกจดจำผ่านภาพการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คนมากว่า 12 ปี แต่ ณ ตอนนี้ ผู้คนบนโซเชียลก็เริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของมูลนิธิ
ทั้งนี้ ตลอดช่วงวันที่ 25 ต.ค. – 5 พ.ย. 2569 ข้อความที่พูดถึง "มูลนิธิองค์กรทำดี" มีรวม 10,083 ข้อความ สร้างเอ็นเกจเมนต์ 10.1 ล้านครั้ง และเร่งขึ้นในช่วงหลัง โดยวันที่ 1 – 5 พ.ย. มี 5,715 ข้อความ จำนวน 4.9 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ในเวลาเพียง 5 วัน เฉลี่ยราว 1,143 ข้อความต่อวัน เทียบกับ 4,368 ข้อความ มี 5.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ใน 7 วันแรก หรือเฉลี่ยราว 624 ข้อความต่อวัน คิดเป็นเอนเกจเมนต์เฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นราว 32% คำถามหลักที่สังคมตั้งขึ้นคือ เงินบริจาคถูกนำไปใช้ตรงวัตถุประสงค์หรือไม่ และสิ่งของที่ประชาชนส่งไปถึงมือผู้ที่ต้องการจริงหรือไม่
3. ก๊อต อธิป และประเด็นครอบครัว (7.2 ล้านเอ็นเกจเมนต์) ข้อความที่พูดถึง "ก๊อต" มี 6,506 ข้อความ และสร้างการมีส่วนร่วม 7.2 ล้านเอ็นเกจเมนต์ โดยแฮชแท็ก #ก๊อตอธิป มี 1,599 ข้อความในช่วงแรก เกิด 6.1 ล้านเอนเกจเมนต์ และยังติดอันดับต้นๆ ในช่วงที่สอง 1,183 ข้อความ แม้บทสนทนาบนโซเชียลจะเริ่มขยับไปที่เรื่องมูลนิธิแล้ว แต่พบว่าเรื่องแรกคือการหย่าและความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยคำว่า "หย่า" มี 1,375 ข้อความ แต่สร้างเอนเกจเมนต์ถึง 3.1 ล้านครั้ง ส่วนอีกเรื่องคือที่ดินและเงินที่เกี่ยวข้อง โดยคำว่า "ที่ดิน" มี 4,232 ข้อความ หรือ 3.9 ล้านเอนเกจเมนต์ และคำว่า "เจ้าหนี้" มี 385 ข้อความ 491,000 เอนเกจเมนต์
4. เสียงให้กำลังใจจากคนรอบตัวและวงการ (2.4 ล้านเอ็นเกจเมนต์) ข้อความที่มีคำว่า "กำลังใจ" มี 14,004 ข้อความ โดย 11,684 ข้อความ หรือ ราว 83% เกิดขึ้นในช่วง 25 – 31 ต.ค. สะท้อนว่าเสียงสนับสนุนมาเร็วหลังการแถลงข่าว เนื้อหาที่ผู้คนพูดถึงมี 3 แนวหลัก แนวแรกคือการให้กำลังใจผู้หญิงที่ช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอด ว่าคนที่เข้มแข็งก็มีวันที่เหนื่อยและต้องการพัก แนวที่สองคือการขอให้รอกระบวนการตรวจสอบ ไม่ด่วนตัดสิน และไม่ลืมคุณงามความดีที่ทำมา โดยคำว่า "ความดี" 2,450 ข้อความ หรือ 0.7 ล้านเอนเกจเมนต์ และแนวที่สามคือความเชื่อมั่นว่าเจ้าตัวจะพิสูจน์ตัวเองได้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย
5. เสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบ (2.7 ล้านเอ็นเกจเมนต์) ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ช่วงที่สอง บทสนทนาเปลี่ยนจากการให้กำลังใจเป็นการขอให้ตรวจสอบ ข้อความที่มีคำว่า "ตรวจสอบ" มี 5,154 ข้อความ มีมากถึง 2.7 ล้านเอนเกจเมนต์ โดยผู้คนพูดถึง 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือเส้นทางของเงิน ซึ่งคำว่า "เส้นทางการเงิน" เพิ่มจาก 590 ข้อความ เป็น 1,207 ข้อความ หรือราว 2 เท่า รวมถึงคำว่า "ฟอกเงิน" ที่ถูกพูดถึง 1,618 ข้อความ หรือมีส่วนร่วม 1.1 ล้านเอนเกจเมนต์ และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวหลังวันที่ 1 พ.ย.
เรื่องที่สองคือกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งการเข้าให้ปากคำของผู้บริจาค ผู้เสียหาย และคำว่า "กองปราบ" จำนวน 1,836 ข้อความ และมีกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ซึ่งเพิ่มจาก 405 ข้อความ เป็น 1,431 ข้อความ และเรื่องที่สามคือการขยายประเด็นไปที่มูลนิธิอื่น โดยคำว่า "ทุกมูลนิธิ" มี 2,294 ข้อความ จำนวน 1.5 ล้านเอนเกจเมนต์ ทั้งในมุมที่อยากให้ตรวจสอบทั้งระบบ และมุมที่ไม่อยากให้ตัดสินทุกมูลนิธิเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม การสนทนาบนโลกออนไลน์ถึงประเด็นร้อน “บุ๋ม ปนัดดา” แพลตฟอร์ม Facebook คือพื้นที่หลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยจำนวนข้อความสูงถึง 46,980 ข้อความ หรือ 68.9% และสร้างการมีส่วนร่วมได้ราว 24.7 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า Facebook ยังเป็นพื้นที่หลักของสื่อข่าวและสื่อบันเทิงในการเผยแพร่ประเด็น ตามด้วย YouTube จำนวนข้อความ 5,603 ข้อความ หรือ 8.2% และสร้างการมีส่วนร่วมได้ราว 2.4 ล้านครั้ง และ TikTok จำนวนข้อความ 5,339 ข้อความ หรือ 7.8% แต่สร้างการมีส่วนร่วมได้สูงถึง 17.96 ล้านครั้ง หรือคิดเป็น 38% ของเอนเกจเมนต์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการขยายกระแสบนโซเชียล





