วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐจ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ 450 บาท กว่า 80% เห็นด้วย ปิดจุดอ่อน ‘ท่องเที่ยวไทย’

ไม่น่าเชื่อว่า “ภาคการท่องเที่ยว” ซึ่งโดดเด่นในฐานะ “พระเอก” สร้างรายได้แก่เศรษฐกิจไทย ครองสัดส่วนราว 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2568 และเคยครองสัดส่วนมากถึง 17-18% ช่วงปี 2559-2562 ก่อนโควิด-19 ระบาดหนัก แต่ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” กลับต้องพึ่งพาและใช้ทรัพยากรของหน่วยงานอื่นมากกว่าของตัวเอง

หากพึ่งพาแค่งบประมาณแผ่นดินอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในการพัฒนา “ซัพพลาย” ของภาคการท่องเที่ยวให้ก้าวทันดีมานด์ที่ยังคงหลั่งไหลเข้าไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเดินหน้าการจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ” อัตรา 450 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางทางอากาศ นำเงินรายได้เข้า “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” ซึ่งถือเป็นกลไกเงินนอกงบประมาณที่จะนำมาส่งเสริมด้านคุณภาพของฝั่งซัพพลายและเสริมแกร่งด้านความเชื่อมั่นให้ดียิ่งขึ้น

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 24 ต.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 24.93 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.21 ล้านล้านบาท การรักษาความเชื่อมั่นนับเป็นโจทย์สำคัญของภาคท่องเที่ยวไทย ครอบคลุมทั้งมิติ “ความปลอดภัย” ของผู้เดินทางและ “คุณภาพ” ของแหล่งท่องเที่ยวและบริการ

รัฐจ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ 450 บาท  กว่า 80% เห็นด้วย ปิดจุดอ่อน ‘ท่องเที่ยวไทย’

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเดินหน้าจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำรายได้เข้า “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” สำหรับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ ล่าสุดเสนอให้จัดเก็บในอัตรา “450 บาทต่อคน” เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ และชะลอทางบก-ทางน้ำไว้ 1 ปี

โดยส่วนหนึ่งจะนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง อีกส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว

“วัตถุประสงค์หลักคือนำเงินไปใช้ในการจัดทำประกันภัยและประกันชีวิตให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเป็นหลักประกันในการดูแลและรักษาพยาบาลยามเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการนำเงินไปพัฒนา ฟื้นฟู ดูแลแหล่งท่องเที่ยว สนับสนุนภารกิจด้านการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์และสร้างความยั่งยืน”

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขอยืนยันว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะจัดเก็บเฉพาะ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีการจัดเก็บจากคนไทยแต่อย่างใด

รัฐจ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ 450 บาท  กว่า 80% เห็นด้วย ปิดจุดอ่อน ‘ท่องเที่ยวไทย’

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม พร้อมติดตามความคืบหน้าแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ต่อเนื่องจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th ระหว่างวันที่ 24 ส.ค. - 28 ก.ย. 2569 มีผู้ร่วมแสดงความเห็น 5,954 คน

โดยมี “ผู้เห็นด้วย” กับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ “80.5%” นอกจากนี้ 78.3% เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาทต่อคน ส่วนประเด็นที่ยังเห็นต่างคือการเก็บอัตราเท่ากันทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ด้านวิธีจัดเก็บ พบว่าส่วนใหญ่ 36.26% เห็นด้วยกับช่องทางการจัดเก็บผ่านบัตรโดยสารเพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

“ผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์จะช่วยให้เราออกแบบนโยบายในการสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดหาประกันภัยที่คุ้มครองนักท่องเที่ยวและบรรเทาภาระของสถานพยาบาล ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนอย่างทั่วถึง”

รัฐจ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ 450 บาท  กว่า 80% เห็นด้วย ปิดจุดอ่อน ‘ท่องเที่ยวไทย’

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

 

สุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่ากว่า 80 ประเทศมีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบแตกต่างกัน ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และบาหลี สำหรับไทยมีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว

“ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการจัดตั้งกองทุนลักษณะนี้ ปัจจุบันมีกว่า 80 ประเทศทั่วโลกที่ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษีการท่องเที่ยวด้วยหลากหลายวิธี โดยแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติมีขึ้นราวปี 2561-2562 แต่ต้องชะลอไปก่อนเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างรุนแรง พอสถานการณ์ดีขึ้นจึงมีการนำเรื่องนี้มาหารือกันใหม่”

ในที่ประชุมฯ หารือร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีการกล่าวถึง “ภาระค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติ” ของสถานพยาบาลรัฐตามแนวชายแดนที่เรียกเก็บไม่ได้ ซึ่งมีตัวเลขราว 7,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมชาวต่างชาติหลายกลุ่ม ขณะที่ประกันภัยภายใต้มาตรการนี้จะมุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงเน้นออกแบบประกันภัยที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานและขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข

ส่วนรายได้หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดว่าจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท สำหรับนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยการหารือครั้งนี้ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ว่าเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินให้ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้เสนอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนประจำ และสื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินว่านักท่องเที่ยวกว่า 80% โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกาจะมีประกันเดินทางอยู่แล้ว

“ภาคเอกชนยังขอให้เปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกองทุนรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้”

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมประมวลข้อเสนอจากเวทีหารือนี้ร่วมกับผลการรับฟังออนไลน์ เพื่อให้ร่างประกาศฯ มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามลำดับ พร้อมหารือสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องวิธีการจัดเก็บ การกำหนดข้อยกเว้น แนวทางการจัดหาประกันภัย และการใช้จ่ายเงินกองทุน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ภายในปี 2570 ตามเป้าหมาย