วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอสเอฟ ซีเนม่า-โอมาซ’ สร้างประสบการณ์ 'นอนดูหนัง' ดึงคนเข้าโรงภาพยนตร์

การนอนดูหนังบนที่นอนหลังละ 1 ล้านกว่าบาท เป็นอีกประสบการณ์ที่ "เอสเอฟ ซีเนม่า" จับมือกับ "โอมาซ" เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูหนังให้พรีเมียมยิ่งขึ้น ค่าตั๋วหลัก 1,000 บาท แต่มาพร้อมกับอาหาร เครื่องดื่มครบครัน ทำให้ 6 ปี ตั๋วถูกจับจองหมดทุกรอบทั้งวัน

“พายุดิจิทัล” ดิสรัปหลากธุรกิจบนโลก แต่ผู้ประกอบการเชื่อว่า “ประสบการณ์” คือสิ่งที่ผู้บริโภคโหยหา และต้องการสัมผัสมากขึ้น

“เอสเอฟ ซีเนม่า” หนึ่งในผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ย้ำโจทย์ “การมอบประสบการณ์ที่ดีสุด” จะทำให้ผู้บริโภค คอหนังยังคงเข้าโรงหนังต่อเนื่อง ยกความสำเร็จ 6 ปีกับการจับมือ “โอมาซ” แบรนด์ที่นอนและเครื่องนอนระดับพรีเมียม พลิกโฉมการนอนดูหนัง จนมีคนเปย์จับจองเต็มทุกที่นั่งตลอด

สุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปี เอสเอฟ ซีเนม่า ได้ขยายโรงภาพยนตร์ “THE BED CINEMA by Omazz®” จำนวน 3 สาขา ได้แก่ โรงภายนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์จำนวน 40 ที่นั่ง เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 30 ที่นั่ง และ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว 30 ที่นั่ง และประสบความสำเร็จสูง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่กำลังซื้อสูง ยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์ดูหนังโรงดังกล่าวเต็มทุกรอบตลอดทั้งวัน

‘เอสเอฟ ซีเนม่า-โอมาซ’ สร้างประสบการณ์ 'นอนดูหนัง' ดึงคนเข้าโรงภาพยนตร์

ล่าสุด บริษัทได้ขยายโรงภาพยนตร์ “THE BED CINEMA by Omazz®” เพิ่มอีก 1 สาขา ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พัทยา จำนวน 48 ที่นั่ง พร้อมกันนี้ได้อัปเกรดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ใหม่ทั้งหมด ภายใต้งบลงทุนราว 60 ล้านบาท หรือที่นอนราคากว่า 1 ล้านบาทต่อหลังสำหรับนอนดูหนัง และมีแผนจะขยายไปยังสาขาอื่นเพิ่ม หลังพบความต้องการ เสียงเรียกร้องจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงภาพยนตร์ทั้งสิ้น 68 สาขา จำนวน 398 โรง ปีนี้เปิดสาขาใหม่เพียง 1 แห่ง คือ เอส เอฟ ซีเนม่า เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จำนวน 5 โรง

“โรงภาพยนตร์​ของเราต้องพัฒนาตลอด ไม่ว่าจะเป็น Zigma CineStadium และTHE BED CINEMA by Omazz® ที่มุ่งมอบสิ่งที่ดีสุดภายใต้ 4 เสาหลัก ทั้งระบบภาพด้วยเครื่องฉายเลเซอร์ฯ ระบบเสียง เก้าอี้นั่งสบาย และจอขนาดใหญ่ เพราะวันนี้ คอนเทนต์หนังดูที่ไหนเหมือนกัน แต่ประสบการณ์คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา”

‘เอสเอฟ ซีเนม่า-โอมาซ’ สร้างประสบการณ์ 'นอนดูหนัง' ดึงคนเข้าโรงภาพยนตร์

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดโรงภาพยนตร์ หากหน้าหนังหรือคอนเทนต์แข็งแรง จะเป็นแรงส่งสำคัญ โดยปี 2569 มีภาพยนตร์หลายเรื่องสร้างปรากฏการณ์ และทำเงิน เช่น Obsession, The Odyssey และ Spider-Man: Brand New Day ยิ่งกว่านั้นมีความเซอร์ไพรส์เพราะสามารถดึงคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชันซี(GenZ) ให้กลับเข้ามาดูหนังในโรงภาพยนตร์ด้วย

“ธุรกิจโรงภาพยนตร์ไม่มีอะไรความซับซ้อน ตัวแปรขอให้หนังแข็งแรง และไทยพึ่งพาหนังฮอลลีวู้ดค่อนข้างสูง สัดส่วน 70% ซึ่งปัจจุบันฝั่งฮอลลีวู้ดเริ่มกลับมา และจับเทรนด์ได้ มีการปรับตัวสร้างหนังจับกลุ่มคนดูใหม่ๆมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยโค้งสุดท้ายมีหนังหลายเรื่องน่าจับตา ต้องประเมินสถานการณ์เดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนไลน์อัปหนังปีหน้า มั่นใจว่าจะผลักดันตลาดโรงภาพยนตร์ให้ดีขึ้น”

ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โอมาซซ์ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับเอส เอฟ ซีเนม่า ในการนำที่นอนโอมาซ มาใช้ในโรงภาพยนตร์เป็นคอนเซปต์ที่หารือกันเพียง 3 นาที แต่เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งยาวนานถึง 6 ปี สิ่งสำคัญคือการที่ 2 บริษัทมีวิชันที่สอดคล้องกัน เอสเอฟฯ เป็นมากกว่าโรงหนัง ส่วนโอมาซ เป็นมากกว่าแบรนด์ที่นอน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และต้องการสร้างอีโคซิสเทมการนอนให้แข็งแกร่ง ตอบโจทย์การขายความสงบ ที่เป็นปรัชญาของแบรนด์

‘เอสเอฟ ซีเนม่า-โอมาซ’ สร้างประสบการณ์ 'นอนดูหนัง' ดึงคนเข้าโรงภาพยนตร์

“เอสเอฟ เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีสุด เพราะมีวิชันตรงกัน โดยเฉพาะบริการที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า เช่น กรณีคนสูงวัยไปดูหนัง พนักงานมีการนำเบาะมารองเพื่อความสบาย สำหรับธุรกิจ มาตรฐานทั่วไปเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวัง แต่สิ่งที่เหนือความต้องการสร้างความประทับใจ ประสบการณ์ที่ดี ผู้คนมองหามากกว่าเดิม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ อยู่ในโลกดิจิทัล ทางเลือกซื้อสินค้ามากมาย แต่สิ่งที่ดิจิทัลทำไม่ได้คือประสบการณ์”

ความร่วมมือดังกล่าว ยังส่งผลให้โอมาซ ขยายฐานลูกค้า เปิดทางให้ผู้บริโภคที่ไม่เคยใช้ ได้ทดลองนอนที่นอนจริง เปลี่ยนพฤติกรรมจากคนที่ไม่ใส่ใจการนอน ที่นอน ให้สนใจมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนซื้อที่นอนใหม่ ซึ่งบริษัทมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย มีแบรนด์ราคาเริ่มต้น 3.9 หมื่นบาท ราคาระดับแสน มีโปรแกรมบริการสมาชิก 36 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบการใช้จ่ายต่อเดือน เป็นต้น