วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

จาก ‘เมืองที่ถูกลืม’ ตอนนี้ ‘นครพนม’ โตได้เพราะสายมู คนไทยเจ็บปวดจากโควิดแห่ตามหาความหวัง

เพราะเจ็บปวดจากโควิด-19 “นครพนม” จึงกลายเป็น “ความหวัง” ของผู้คน จากเมืองที่ไม่เคยแม้แต่เป็นทางผ่าน-ถูกลืมเพราะอยู่ไกลสุดขอบ ถึงวันที่จุดกระแสด้วย “สายมู” คนกลับมาเที่ยวซ้ำ มีเทศกาลตลอดทั้งปี “ชีวาโขง” คาด ปีนี้ยอดจองโรงแรมสูง 80% ใกล้เคียงปีก่อน ดันโรงแรมเปิดใหม่เพิ่มขึ้น-ใหญ่ขึ้น พ่วงกระแส “Longevity” ทางปั่น-วิ่งริมโขงยาวเกือบ 50 กิโลเมตร

หากใครเคยไป “นครพนม” จะทราบดีว่า นี่คือเมืองที่เคล้าไปด้วยกลิ่นอาย “Slow Life” ไม่ได้ถูกจุดพลุด้วยแสงสีหรือความสนุกสนานเหมือนกับบรรยากาศในเมืองหลัก ยิ่งช่วงก่อนปี 2563 “นครพนม” ยิ่งถูกจดจำด้วยภาพของเมืองรองที่อยู่ไกลสุดขอบ ไม่ใช่เมืองทางผ่านแต่เป็นเมืองที่ไปไม่ถึง เพราะไม่ใช่เมืองทางผ่านของใครเลย ยิ่งในยุคที่ยังไม่มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

แต่หลังปี 2563 ใครเลยจะรู้ว่า ความผิดหวังของผู้คนจากภาวะเศรษฐกิจกลายเป็นการจุดไฟแห่งความหวังที่เมืองพญานาคแห่งนี้ จนทำให้ปัจจุบัน “นครพนม” มีนักท่องเที่ยวชาวไทยหลั่งไหลจากทั่วประเทศเข้ามากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครพนม ทั้งองค์พระธาตุพนม พญาศรีสัตตนาคราช และถ้ำนาคี-นาคา ที่บรรจบกับหนัง-ละครไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกันหนุนนำให้กระแสเที่ยวจังหวัดนครพนมคึกคักไปด้วย

จาก ‘เมืองที่ถูกลืม’ ตอนนี้ ‘นครพนม’ โตได้เพราะสายมู คนไทยเจ็บปวดจากโควิดแห่ตามหาความหวัง -องค์พญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม-

“ชัยวัฒน์ รัตนพงศ์สงวน” เจ้าของโรงแรมชีวาโขง นครพนม ฉายภาพกว้างความเคลื่อนไหวจังหวัดนครพนม โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังนานกว่า 40 ปี กระทั่งยอดขายลดลง-ออนไลน์เข้ามาแทนที่ จึงตัดสินใจทำธุรกิจอื่นโดยคุณแม่ของชัยวัฒน์ริเริ่มอยากทำธุรกิจโรงแรม ซึ่งก็คือโรงแรมชีวาโขงในปัจจุบัน

เหตุผลที่สนใจธุรกิจโรงแรมแม้ไม่เคยย่างกรายเข้ามาก่อน เพราะตอนนั้น (ปี 2564) การท่องเที่ยวในนครพนมเริ่มคึกคัก จำนวนนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นแต่ยังมีโรงแรมไม่มาก และทำเลที่ได้ก็ค่อนข้างสวย ครอบครัวจึงปรึกษากันและตัดสินใจทุ่มงบลงทุนกว่า 80 ล้านบาทในการก่อสร้าง และได้ฤกษ์เปิดทำการช่วงปลายๆ ก่อนโควิด-19 จะจบลง

ขณะนั้น “ชัยวัฒน์” ไม่ได้เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวชัดเจน แต่พิจารณาจากความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในย่านถนนคนเดิน รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีคนต่างถิ่นเข้ามามากมาย เขาบอกว่า ไม่เคยคิดว่า “นครพนม” จะมาไกลขนาดนี้ คิดเพียงว่า มีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นกว่าสมัยก่อนก็เท่านั้น แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน “องค์พญาศรีสัตตนาคราช” ได้รับความสนใจหลังโควิด-19 มีหนังและละครที่บอกเล่าเรื่องราวของพญานาคโด่งดัง-ได้รับความสนใจในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

จาก ‘เมืองที่ถูกลืม’ ตอนนี้ ‘นครพนม’ โตได้เพราะสายมู คนไทยเจ็บปวดจากโควิดแห่ตามหาความหวัง

-ชัยวัฒน์ รัตนพงศ์สงวน เจ้าของโรงแรมชีวาโขง นครพนม-

จากนั้นก็มีการสำรวจ “ถ้ำนาคี-ถ้ำนาคา” ทุกอย่างส่งเสริมกันหมด กลายเป็นมีนักท่องเที่ยวสายมูเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ มีคนมาไหว้ขอเลขลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 สำเร็จก็ยิ่งโด่งดังมากขึ้นไปอีก มีทั้งนักท่องเที่ยวมาเพื่อตั้งโต๊ะขอพร รูปแบบบริษัทก็มากันเยอะขึ้น จากมาไหว้พระธาตุพนมตอนเช้าแล้วกลับตอนเย็น ปัจจุบันมีแลนด์มาร์กหลายจุดดึงให้นักท่องเที่ยวอยู่ต่อนานกว่า 1-2 คืน ทำให้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการได้รับอานิสงส์ไปด้วย

“นครพนมตอนนี้มีหลายอย่าง กลายเป็นมาวันเดียวไม่จบ แต่ก่อนคนมาเพื่อไหว้พระธาตุพนมไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ตอนนี้มีทั้งไหว้พระ 7 วัด ไปพระธาตุพนม ไปพระประจำวันเกิด ไปถ้ำนาคี-นาคา อย่างน้อยต้องมี 1-2 คืนถ้าจะไปให้ครบ เมื่อก่อนนครพนมเป็นจังหวัดที่มาไม่ถึง เพราะเราไม่ใช่ทางผ่านของใครเลย เราอยู่ลึกสุดไม่มีสะพานด้วยตอนนั้น แต่เดี๋ยวนี้ข้ามไปเที่ยวลาวค่อนข้างเยอะ มาครั้งเดียวได้ 2 ประเทศ แนวโน้มคึกคักมากขึ้นเพราะฝั่งลาวมีการลงทุนเยอะขึ้น ทำถนน โรงแรม ที่พัก ภัตตาคาร ฯลฯ ที่เที่ยวฝั่งลาวก็พัฒนามากขึ้น”

เจ้าของโรงแรมชีวาโขง บอกว่า ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักมากที่สุดจะเป็นช่วงวันศุกร์และเสาร์ และปลายปีเป็นช่วงพีคที่สุด เฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้าพักราว 1-2 คืน ความยากของการทำธุรกิจโรงแรมอยู่ที่เรื่องคน ยอมรับว่า เป็นจุดอ่อนในฐานะเมืองรอง ด้วยความที่ประชากรมีไม่มาก ส่วนใหญ่หลั่งไหลไปทำงานที่กรุงเทพและขอนแก่น เด็กจบใหม่ก็อยากไปหาประสบการณ์ที่เมืองหลักหรือคนทำงานระดับซีเนียร์ก็ต้องการไปที่ๆ มีรายได้เยอะ ธุรกิจบริการในนครพนมจึงเน้นปั้นคนใหม่ๆ ค่อยๆ สอนกันไป

จาก ‘เมืองที่ถูกลืม’ ตอนนี้ ‘นครพนม’ โตได้เพราะสายมู คนไทยเจ็บปวดจากโควิดแห่ตามหาความหวัง -ทางวิ่ง-ปั่นจักรยานริมแม่น้ำโขง-

ปัจจุบัน “นครพนม” สร้างอีเวนต์คู่ขนาน-ต่อยอดการท่องเที่ยวสายมูแทบจะทุกๆ 4 เดือน ช่วงต้นปีมีงานพระธาตุพนม เดือนกรกฎาคมมีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช เดือนตุลาคมมีงานไหลเรือไฟ ปลายปีมีงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ นอกนั้นก็มีอีเวนต์เล็กๆ ย่อยๆ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี นอกจากความเป็น “สายมู” นครพนมยังถูกพูดถึงในฐานะ “เมือง Longvevity” มีทางวิ่ง-ปั่นจักรยานริมโขง ซึ่งในอนาคตมีแผนสร้างทอดยาวต่อไปจนถึงพระธาตุพนม จะมีความยาวมากถึง 40-50 กิโลเมตร

ทางวิ่ง-ปั่นจักรยานช่วงดึงอีเวนต์ “รันคลับ” มาจัดอีกมากมาย แต่ละครั้งมีผู้สมัครเข้าร่วมงานราว 1,000-3,000 คน จำนวนเท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้โรงแรมในตัวเมืองเต็มเกือบทั้งหมดแล้ว ธุรกิจโรงแรมจึงคึกคักขึ้นเรื่อยๆ มีโรงแรมเปิดใหม่เกือบทุกปี เฉลี่ยเปิด 200-300 ห้องต่อปี ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 80-90% ทั้งจากกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียงอย่างอุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น ฯลฯ 

“โควิด-19 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นครพนมมาถึงจุดนี้ ถ้าคนไม่เจ็บปวดจะไม่มาที่นี่กันเยอะ ออกนอกประเทศไม่ได้ก็เที่ยวในประเทศก่อน นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาเมืองรองและเราก็ตอบโจทย์ ทั้งยังเป็นจังหวัดที่คนไม่เคยมา สายมู ธุรกิจกำลังจะพังมาขอพรดีกว่า”

จาก ‘เมืองที่ถูกลืม’ ตอนนี้ ‘นครพนม’ โตได้เพราะสายมู คนไทยเจ็บปวดจากโควิดแห่ตามหาความหวัง

“โรงแรมชีวาโขง” คาดการณ์ยอดจองโรงแรมปีนี้ไม่หนีจากปีก่อนมากราว 80% ของจำนวนห้องพัก ภาวะเศรษฐกิจซบเซากระทบบ้างบางส่วนแต่ไม่มากนัก เนื่องจากไม่ใช่โรงแรม 5 ดาว เน้นความคุ้มค่า คนตัดสินใจง่าย และนครพนมเป็นจังหวัดที่มีอัตราการกลับมาเที่ยวซ้ำค่อนข้างเยอะ ไม่ได้เน้นเที่ยวหนักๆ ใช้ชีวิตช้าๆ ไม่ต้องตื่นเช้ามาก มาเพื่อการพักผ่อนจริงๆ