แฮปปี้เชฟ (HappyChef) ระดมเมนูใหม่เสริมแกร่งพอร์ตอาหารพร้อมทาน-อาหารทานเล่น ปั้นอาหารเกาหลี รสชาติแบบไทย เมนูเส้น สตรีตฟู้ด เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์บริโภคหลากหลายช่วงเวลา พร้อมต่อยอดเรือธง “ไส้กรอกต๊อกบกกี” ปรับภาพลักษณ์แพ็กเกจสู่ซีรีย์เดียวกัน
KEY POINTS
- แฮปปี้เชฟใช้กลยุทธ์สร้างสรรค์เมนูใหม่ควบคู่กับการต่อยอดสินค้าเรือธง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มอาหารพร้อมทานและของกินเล่น
- ต่อยอดสินค้าเรือธงกลุ่ม "ไส้กรอกต๊อกบกกี" โดยการ Level Up เพิ่มชีส 30% ในเมนูเดิมเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักชีส
- เปิดตัวเมนูใหม่สไตล์เกาหลีหลากหลายรูปแบบ เช่น ต๊อกบกกีทอด, รามยอน, และข้าวกล่องโดชิรัก เพื่อขยายประสบการณ์จากของกินเล่นสู่มื้อหลัก
- ขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นด้วยเมนูรสชาติไทยและสตรีทฟู้ด เช่น ยำไส้กรอก, หมูคลุกฝุ่น, และลูกชิ้นปิ้ง
รัชดา บุญ-หลง (เลาหพันธุ์) Managing Director บริษัท แฮปปี้เชฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารพร้อมทานในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่ความสะดวกและรวดเร็วเป็นปัจจัยหลัก วันนี้ผู้บริโภคยังมองหาความอร่อย และความน่าสนใจของเมนู ควบคู่กัน
โดยเฉพาะอาหารที่สามารถนำรสชาติหรือประสบการณ์จาก “ร้านอาหาร” มาต่อยอดให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและรับประทานได้ในชีวิตประจำวัน
“ความสะดวกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้บริโภคในวันนี้ สิ่งที่ HappyChef ให้ความสำคัญคือการทำให้ทุกมื้อง่ายขึ้น แต่ยังคงมีความสนุก มีอะไรใหม่ให้ค้นหา ผู้บริโภคอาจเดินเข้า 7-Eleven เพราะต้องการหาอะไรกิน แต่โจทย์ของเราคือทำอย่างไรให้เขาเจอเมนูที่เห็นแล้วรู้สึกว่าอยากลอง และเมื่อได้ลองแล้วต้องอยากกลับมาซื้ออีก”
หนึ่งในแนวทางสำคัญของ HappyChef คือการบริหารพอร์ตสินค้าให้เติบโตไปพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน ได้แก่ การสร้างสรรค์เมนูใหม่ และการต่อยอดสินค้าที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด โดยเฉพาะกลุ่ม “ไส้กรอกต๊อกบกกี” ที่นำเมนูเกาหลีซึ่งผู้บริโภคคุ้นเคยมาพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และรูปแบบการรับประทาน
จาก “ของใหม่” ต่อยอดสู่ “ของอร่อยที่ผู้บริโภคชอบ”
โดยช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา HappyChef นำ 3 โปรดักต์เรือธงในกลุ่มไส้กรอกต๊อกบกกีมา Level Up เพื่อเพิ่มคาแรกเตอร์ของแต่ละเมนูให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่ “ไส้กรอกต๊อกบกกีชีส ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” และ “ไส้กรอกต๊อกบกกีชีสสูตรเผ็ด ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” เพิ่มชีส 30% เติมความเข้มข้นและความฟินด้วยชีสยืดๆ ตอบโจทย์กลุ่ม Cheese Lover
ขณะที่ “ไส้กรอกต๊อกบกกีลาวาชีส ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” มาพร้อมการปรับโฉมแพ็กเกจใหม่ให้เป็น Series เดียวกัน โดยยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องสร้างสินค้าใหม่ขึ้นมาเสมอไป แต่สินค้าที่ผู้บริโภคชื่นชอบก็สามารถเติบโตต่อได้ หากแบรนด์เข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไรเพิ่มเติม การ Level Up ครั้งนี้ จึงเป็นการทำให้สิ่งที่คุ้นเคยมีความน่าสนใจขึ้น โดยไม่ทิ้งตัวตนและความอร่อยที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกสินค้านั้นตั้งแต่แรก
ต่อยอดเมนูเกาหลีที่คุ้นเคย สู่ประสบการณ์ความอร่อยที่หลากหลาย
นอกจากการ Level Up กลุ่มสินค้าหลักแล้ว HappyChef ยังเดินหน้าพัฒนาเมนูเกาหลีให้มีรูปแบบการรับประทานที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีเมนูใหม่ “ไส้กรอกพร้อมต๊อกบกกีทอดและซอสสไตล์เกาหลี ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” ที่นำต๊อกบกกีซึ่งผู้บริโภคคุ้นเคยมาพัฒนาในรูปแบบทอด เพื่อสร้างสัมผัสที่แตกต่าง จับคู่กับไส้กรอกและซอสสไตล์เกาหลีรสเข้มข้น
ขณะที่กลุ่มเมนูเส้น สร้างความหลากหลาย โดยมี “รามยอนซุปสไตล์เกาหลี ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” ที่ปรับจากไส้กรอกมาเป็นแฮมเนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมเส้นรามยอน ซุปสไตล์เกาหลี และเชดด้าชีสเต็มแผ่น รวมถึง “รามยอนชีสซี่ชีส ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” ที่โดดเด่นด้วยซอสชีสซี่รสเข้มข้น ผสาน Mozzarella และ Parmesan Cheese เข้ากับเส้นรามยอนและไส้กรอกหนังกรอบ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบรสชาติชีสและความครีมมี่
สำหรับผู้ที่มองหาเมนูในรูปแบบมื้อหลัก HappyChef ยังมี “รามยอนชิคเก้นสไปซี่ครีมมี่ ตรา แฮปปี้เชฟ” และ “โดชิรัก ข้าวกล่องสไตล์เกาหลี (ข้าวหมูบูลโกกิพร้อมเครื่องเคียง) ตรา แฮปปี้เชฟ” เข้ามาเสริมพอร์ต เพื่อขยายประสบการณ์เมนูเกาหลีจากอาหารทานเล่นไปสู่มื้ออาหารที่อิ่มครบมากยิ่งขึ้น
เติมความหลากหลายให้พอร์ต จากรสชาติไทยสู่เมนูนานาชาติ
HappyChef ยังเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมมากกว่าเมนูเกาหลี โดยนำทั้งรสชาติที่ผู้บริโภคคุ้นเคย พฤติกรรมการรับประทาน และเทรนด์อาหารที่น่าสนใจ มาพัฒนาเป็นอาหารพร้อมทานที่ยังคงความอร่อย สะดวก และเข้าถึงง่าย เพื่อให้ตอบโจทย์การรับประทานในแต่ละช่วงเวลาของวัน
โดยมีเมนูรสชาติแบบไทยเข้ามาเสริมพอร์ต อาทิ “ยำไส้กรอก ตรา อีซี่โก บาย แฮปปี้เชฟ” ที่จับคู่ไส้กรอกกับน้ำยำรสจัดจ้านในรูปแบบแยกซอง ให้ผู้บริโภคคลุกเคล้าได้ตามชอบ และ “ยำลูกชิ้น ตรา แฮปปี้เชฟ” ที่นำลูกชิ้นมาจับคู่กับน้ำยำรสชาติแบบไทย
นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารทานเล่นและ Street Food ที่เข้ามาเพิ่มสีสันให้พอร์ต ได้แก่ “ลูกชิ้นปิ้ง 5 ไม้ พร้อมน้ำจิ้มลูกชิ้น” “หมูคลุกฝุ่น” “หมูมะนาว” และ “หมูแดดเดียว” ซึ่งออกแบบมาให้ตอบโจทย์ตั้งแต่การรับประทานเล่นระหว่างวัน ไปจนถึงการนำไปทานคู่กับข้าวเป็นมื้ออาหาร
อีกหนึ่งไอเดียที่ HappyChef นำมาต่อยอดคือการจับคู่ “ไส้กรอก” เข้ากับวัตถุดิบและซอสในรูปแบบที่หลากหลาย ผ่านเมนู “ไส้กรอกต๊อกบกกีเส้นมันเทศ ซอสโรเซ่” “ไส้กรอกพร้อมต๊อกบกกี เส้นอุด้งและซอสครีมไข่กุ้ง” และ “ไส้กรอกเฟรนช์ฟรายส์ พร้อมน้ำจิ้มมะขามสูตรเผ็ด” เพื่อเพิ่มรูปแบบการรับประทานและขยายโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเมนูให้เหมาะกับความชอบและช่วงเวลาต่าง ๆ ได้มากขึ้น
วางโจทย์ NPD สร้างความใหม่ ควบคู่ความอร่อยที่ทำให้กลับมาซื้อซ้ำ
รัชดา กล่าวต่อว่า ทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ HappyChef ยังคงให้ความสำคัญกับการติดตามเทรนด์อาหารทั้งในและต่างประเทศ แต่การนำเทรนด์มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการพัฒนาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคจริง
เทรนด์ช่วยสร้างความสนใจให้สินค้าได้ แต่สุดท้ายสิ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำยังคงเป็นความอร่อย เราจึงไม่ได้มองเพียงว่าเมนูอะไรใหม่หรือกำลังเป็นกระแส แต่ต้องมองต่อว่าเมนูนั้นสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างไร เพราะสำหรับ HappyChef ความอร่อยคือการตลาดที่ดีที่สุด
การเดินหน้าพอร์ตสินค้าในไตรมาส 3 สะท้อนแนวทางของ HappyChef ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่าง Core Product และ New Product ผ่านทั้งการต่อยอดสินค้าที่ผู้บริโภครู้จักและชื่นชอบ ควบคู่กับการพัฒนาเมนูใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและสร้างโอกาสการบริโภคในหลากหลายช่วงเวลาของวัน
เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำสินค้าใหม่ให้มากขึ้น แต่ต้องทำให้แต่ละสินค้ามีเหตุผลที่ผู้บริโภคจะเลือก ไม่ว่าจะเป็นมื้อหลัก มื้อเบา ของกินเล่น หรือวันที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ เราอยากให้ HappyChef เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อกำลังมองหาความอร่อยที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย



