วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

‘เฮอร์ ไฮเนส’ ดึง ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ย้ำเบอร์ 1 ตลาดมาส์ก

ฝ่าสงครามราคา "HER HYNESS" งัดสูตรปั้น "มาส์กดำ"ในตำนาน กวาดยอดขาย 27 ล้านชิ้น ขึ้นแท่นเบอร์ 1 เซ็กเมนต์พรีเมียม 6 ปี ได้เวลาคิกออฟการตลาดเชิงรุก ดึง "ปอนด์ ณราวิชญ์" นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์เสริมแกร่งฮีโรโปรดักท์

6 ปีที่ไม่ได้ใช้งบประมาณเพื่อสื่อสารการตลาดเชิงรุก แต่ผลิตภัณฑ์มาส์กและโทนเนอร์แพดแบรนด์ “เฮอร์ ไฮเนส”(HER HYNESS) สามารถสร้างการเติบโต โกยยอดขาย 27 ล้านชิ้น ขึ้นเป็น “เบอร์ 1” ในเซ็กเมนต์พรีเมียม ทั้งยังครองตำแหน่งผู้นำบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 

จากใช้เงินหลักแสนบาทเพื่อทำการตลาดสู่หลัก “ล้านบาท” จากไม่ต้องมีคนดังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์สู่การใช้ “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คนแรกอย่าง “ปอนด์ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์” เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น

“เราไม่ทำอะไรเชิงรุก แต่ยังสร้างยอดขายขนาดนี้ การเป็นเบอร์ 1 ในเซ็กเมนต์พรีเมียม ใช่ว่าทุกคนจะรู้จักแบรนด์ ดังนั้นการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์จะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์หรือ Brand Awareness สร้างความน่าเชื่อถือ” กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ HER HYNESS ฉายภาพ 

“เฮอร์ ไฮเนส” มีสินค้า 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ ครีมกันแดด ซึ่งเป็นฮีโร โปรดักท์ ตีคู่กันมาคือ มาส์กและโทนเนอร์แพด อีกกลุ่มคือเซรัมบำรุงผิว 

‘เฮอร์ ไฮเนส’ ดึง ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ย้ำเบอร์ 1  ตลาดมาส์ก

ผลิตภัณฑ์มาร์กและโทนเนอร์แพด ได้สร้างความแตกต่างในตลาด และกรุยทางเป็นผู้นำหลายด้าน โดยเฉพาะ “มาส์กดำ” ที่สร้างปรากฏการณ์กลายเป็น “ตำนาน” ให้ผู้บริโภคใช้กันถ้วนหน้า อีกทั้งยังกล้าฉีกตลาดสินค้าความงามไทยหรือ T-Beauty สู่หมวดพรีเมียม ขายสินค้าราคาทะลุหลัก “ร้อยบาท” เช่น 159 บาท ท่ามกลางตลาดมาส์กทั่วไป(Mass) ที่เป็นสงครามแดงเดือดด้วยราคาเริ่มต้น 19 บาท และอีกหลากหลายเซ็กเมนต์ดังกล่าว เช่น 39 บาท และ 49 บาท เป็นต้น 

นอกจากนี้ หากดูพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกจะพบว่า การเปย์เพื่อความสวยงามด้วย “มาส์ก” ไม่ใช่คำตอบแรก เพราะส่วนใหญ่ยินดีจ่ายให้กับการดูแลผิวพรรณตั้งแต่ล้างหน้า ทาครีมบำรุงผิว และปกป้องด้วยครีมกันแดด ฯ ขณะที่การ “มาส์กหน้า” กลับอยู่ลำดับที่ 5 ของขั้นตอนซื้อสินค้าดูแลผิวพรรณ ทั้งยังถูกมองเป็น “สินค้าสิ้นเปลือง” กระดาษจุ่มเซรั่ม ตลาดเล็ก คนไทยไม่ใช้ และอีกสารพัดเหตุผลที่สกัดการใช้สินค้า “มาส์ก” 

“ผู้บริโภคมองการมาส์กหน้าเป็นของสิ้นเปลือง หากมีเงิน 500 บาท จะซื้อเซรัม มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ก่อน และการซื้อมาส์กจะเลือกไม่แพง 39 บาท 49 บาท จึงเป็นสินค้าขายดี เพราะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง คนไทยจึงไม่นิยมมาส์กมากนัก”

ส่วนเทรนด์การใช้มาส์ก มาจากเอเชียเหนือ อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เจ้าตลาด ซึ่งมีก่อนปี 2563 และส่วนใหญ่สินค้าจะบอกแค่สูตรไม่ได้นำเสนอนวัตกรรมมากนัก 

‘เฮอร์ ไฮเนส’ ดึง ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ย้ำเบอร์ 1  ตลาดมาส์ก

ขณะที่การก้าวสู่ตลาดมาส์กของ “เฮอร์ ไฮเนส” ถือเป็นรายแรกๆ ที่ชูนวัตกรรม เทคโนโลยี “มาส์ก” ซึ่งเป็นการนำความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นกุญแจขับเคลื่อนตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือ Consumer-Driven Strategy

ตัวอย่างนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ “มาส์ก” ของ “เฮอร์ ไฮเนส” พัฒนาออกมา เช่น มาส์กดำในตำนาน การมาส์กหน้าได้ 40 นาที ระหว่างมาส์กหน้าผู้บริโภคทำกิจกรรมต่างๆ ได้ จากปกติต้องอยู่นิ่งๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย 

‘เฮอร์ ไฮเนส’ ดึง ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ย้ำเบอร์ 1  ตลาดมาส์ก

“เรามุ่งพัฒนาสินค้าที่แก้ pain point ให้ผู้บริโภค ใช้แล้วต้อง amazing และการป้อนสินค้าทั้งมาส์ก 40 นาที มาส์กหน้าและทำกิจกรรมอื่นได้ การเจาะเซ็กเมนต์พรีเมียม การชูนวัตกรรม ถือเป็นการสร้างตลาด สร้างพื้นที่ให้กับแบรนด์เฮอร์ ไฮเนสเอง”

ปี 2569 “เฮอร์ ไฮเนส” ลุยตลาดมาส์กเชิงรุกเปิดตัว “HYPER TARGETED BLACK MASK” ยกระดับมาส์กดด้วยนวัตกรรมใหม่ “BINCHOPLATINUM™ ผสาน MICRO-SEALED™ TECHNOLOGY” เพื่อดูแลทุกสภาพผิว วัตถุดิบมาส์กย่อยสลายได้ตอบโจทย์ความยั่งยืน การทำตลาดดึง “ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์” เป็น Brand Ambassador ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มาส์กและโทนเนอร์แพดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งชายและหญิงหรือ unisex และเป็นการขยายจักรวาลของมาส์กให้หลากหลายมากขึ้น เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอสินค้าเดิมที่ยังขายดีต่อเนื่อง 6 ปี  

จุดเด่นของการพัฒนาสินค้าใหม่ “กัญญฉัชฌ์” ย้ำหัวใจสำคัญ 2 ประการ “The Science & Soul” หรือ วิทยาศาสตร์ และจิตวิญญาผสานในแบรนด์สินค้า  

“แนวคิดการพัฒนาสินค้า The Science & Soul เพราะวิทยาศาสตร์ช่วยสร้างสินค้าที่ดี ทำให้เกิดผลลัพธ์แก่ผู้ใช้ ส่วน Soul คือการทำให้โปรดักท์มีความหมาย แต่โปรดักท์จะมีความหมายไม่ได้ หากไร้ซึ่งวิทยาศาสตร์รองรับ”  

ตลาดสินค้าความงามมีมูลค่ามหาศาล แต่หมวดหมู่ “มาส์ก” มีมูลค่าราว 6,000 ล้านบาท ในปี 2567 อัตราการเติบโตเฉลี่ย(CAGR) 12% ต่อปี 

‘เฮอร์ ไฮเนส’ ดึง ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ย้ำเบอร์ 1  ตลาดมาส์ก

สำหรับการทำตลาด “มาส์ก” เชิงรุก “เฮอร์ ไฮเนส” ต้องการผลักดันยอดขายสินค้าให้มีสัดส่วน 20% จากเป็นฮีโรเบอร์ 2 ของพอร์ต ย้ำการเป็น “เบอร์ 1 มาส์กพรีเมียมสัญชาติไทย สานพันธกิจคลีนบิวตี้ และผลักดันยอดขายรวมบริษัททะยานสู่ 2,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากปี 2568 ปิดยอดขาย 1,500 ล้านบาท