‘ทีเส็บ-ททท.’ ผ่าโจทย์พลิกโฉมรายได้ ‘อีสาน’ หนุนไมซ์-ท่องเที่ยวต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่น ฝ่ายุคแข่งขันเพิ่มคุณค่า เปิดมูลค่าการจัดงานไมซ์ในอีสานปี 68 สะพัด 5.2 พันล้านบาท ด้านรายได้ท่องเที่ยวหวังโตต่อเนื่องจากฐาน 1.08 แสนล้านบาท
การยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไมซ์ (MICE) ใน “ภาคอีสาน” นับเป็นโจทย์ท้าทายของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เยี่ยมเยือน เพื่อพลิกรายได้ภาคอีสานให้เติบโตเต็มศักยภาพ โดยผู้บริหารของทั้ง 2 องค์กรได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์บนเวทีงานสัมมนา “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” ณ หอประชุมมาลิณี จุโฑปะมา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ วานนี้ (3 ก.ย.)
ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวในหัวข้อ “ISAN Landing Global Ascent: From Destination to MICE Economy” กล่าวว่า ในเมื่อภาคอีสานมีศักยภาพสูงหลายๆ มิติ โดยเฉพาะ “4 คลัสเตอร์” ได้แก่
1.อาหารและเกษตรมูลค่าสูง
2.การแพทย์ สุขภาพ และเวลเนส
3.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ
4.อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ธุรกิจ “ไมซ์” (MICE: การประชุมเดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) นับเป็นเครื่องมือช่วย “ต่อยอด” แต่ละอุตสาหกรรมของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี การประชุมพบปะแลกเปลี่ยนเครือข่ายกันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือ นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่นได้ โดยไม่กระจุกตัวเฉพาะเมืองใหญ่
“โจทย์ของท้องถิ่นไม่ใช่เพียง ‘เรามีอะไรดี?’ แต่คือเราจะเปลี่ยนสิ่งที่เรามีนั้น ให้เกิดคุณค่า คนจดจำ และสร้างความยั่งยืนได้อย่างไร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (The Big Change) ของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยต้นทุนอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วยคุณค่าและความแตกต่าง”
โดยทีเส็บต้องการให้ชุมชนเห็นว่าจะได้อะไรจากการจัดงานไมซ์ในเมืองนั้นๆ โดยเฉพาะผลลัพธ์สุดท้ายด้านเรื่อง “ภาพลักษณ์เมือง”เพราะแต่ละจังหวัดต่างก็มี “ดีเอ็นเอ” ของตัวเอง!
ยกตัวอย่าง “บุรีรัมย์” เมื่อก่อนอาจเป็นเมืองทางผ่าน แต่จะเห็นพัฒนาการในปัจจุบันว่าเปลี่ยนไปมาก ภาพลักษณ์ “Sport Tourism”(การท่องเที่ยวเชิงกีฬา) ของบุรีรัมย์ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางกลับมาเยือนซ้ำ หรือพอ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” พูดถึงลูกชิ้นยืนกินหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เกิดเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศก็มีการต่อยอดเป็นอีเวนต์ตามมา นี่คือตัวอย่างของสินค้าที่เปลี่ยนจากเดิมอยู่แค่ในชุมชน สามารถเพิ่มคุณค่าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น!
“ในภาคอีสานหลายจังหวัดมีจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรมและอาหาร สามารถนำมาต่อยอดจากท้องถิ่นสู่ระดับโลก สร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนได้ โดยท้องถิ่นต้องมาดูว่าจากบริบทที่มีอยู่นั้น จะสามารถพลิกจังหวัดของเราเป็นแพลตฟอร์มดึงดูดคนนอกให้มาเจรจาธุรกิจได้อย่างไร”
“Meeting Economy” กับ 4 กลไกต่อยอดเศรษฐกิจ
และหนึ่งในเครื่องมือการต่อยอดคือ “Meeting Economy” เศรษฐกิจที่เกิดจากการประชุม เชื่อมโยงผู้คนให้มาพบกัน โดยใช้ศักยภาพของสถานที่และการออกแบบประสบการณ์เพื่อเปลี่ยนการพบปะให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
ดำเนินภายใต้ 4 กลไกหลัก ได้แก่
1.ศักยภาพของจุดหมายปลายทาง ดึงดูดให้เกิดการเดินทาง จากปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และอุตสาหกรรมท้องถิ่น
2.ประสบการณ์ ที่มีคุณค่าและสร้างความประทับใจ จากอัตลักษณ์ท้องถิ่น บริการและการต้อนรับ ควบคู่กิจกรรมและการท่องเที่ยว
3.ผู้คนและความคิด เชื่อมโยงสร้างเครือข่ายและร่วมกันสร้างสิ่งใหม่จากผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือ
4.เงินทุนและโอกาส นำไปสู่การเติบโตผ่านการลงทุน โอกาสทางธุรกิจ และนวัตกรรมกับความร่วมมือ
เปิดมูลค่าไมซ์ภาคอีสานปี 68 สะพัด 5.19 พันล้านบาท
“ภาคอีสานไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือแพลตฟอร์มแห่งโอกาส เชื่อมโยง 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน ครอบคลุมกลุ่มประชากรอินโดจีน และยังมีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อมากขึ้น ด้วยปัจจัยต้นทุนการจัดงานที่คุ้มค่ากว่า”
โดยเมื่อปี 2568 ภาคอีสานมีการจัดงานไมซ์กว่า 3,891 งาน จำนวนผู้เข้าร่วมงาน 1.24 ล้านคน สร้างรายได้จากการจัดงาน 5,190 ล้านบาท สามารถกระจายรายได้สู่ทุกจังหวัดในภาค
ททท. ผ่าโจทย์หิน ดันรายได้ท่องเที่ยวอีสานโตต่อจากฐาน 1 แสนล้านบาท
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวในหัวข้อ “Soft Power: พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น” ว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภาคอีสานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวน “ผู้มาเยือน” เติบโตจาก 27.4 ล้านคน-ครั้งในปี 2566 ขยับเป็น 29.9 ล้านคน-ครั้งในปี 2567 และพุ่งเป็น 31.3 ล้านคน-ครั้งในปี 2568 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตจากกว่า 8 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 1.08 แสนล้านบาทในปี 2568 ขณะที่อัตราการเข้าพักของภาคอีสาน เพิ่มจาก 60% ในปี 2566 ขยับเป็น 66% ในปี 2568
“การท่องเที่ยวภาคอีสานเมื่อปี 2568 มีจำนวนผู้มาเยือนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แต่เม็ดเงินรายได้รวมการท่องเที่ยวกลับอยู่อันดับท้ายๆ ของประเทศ นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ย 2,268 บาท/คน/ทริป คิดเป็นครึ่งเดียวของค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ 4,205 บาท/คน/ทริป ททท.จึงมุ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน เพื่อเติมเต็มศักยภาพของภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมที่พักรองรับกว่า 9.22 หมื่นห้อง สนามบิน 8 แห่ง รถไฟ 48 ขบวน/วัน และกำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงในอนาคต”
ชู “Festival & Faith” เทศกาลและความเชื่อ สร้างแรงดึงดูดระดับประเทศ
ทั้งนี้ มองว่าภาคอีสานมีต้นทุนวัฒนธรรมที่แข็งแรง โดยเฉพาะมิติ “Festival & Faith” งานเทศกาลประเพณีและความเชื่อ นี่คือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนชุมชนนั้นๆ ให้เป็นแรงดึงดูดระดับประเทศ เช่น งานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส จ.สกลนคร งานประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม และงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี หนุนยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ “Signature Thailand”
ขณะเดียวกันในปลายปีนี้จะมีอีเวนต์ใหญ่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างงาน “งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี 2569” กำหนดจัดงานในไฮซีซัน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ซึ่งทางทีเส็บได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรประมูลสิทธิ์การจัดงานนี้
"ประเทศไทย" พื้นที่แห่งความสบายใจของนักท่องเที่ยว
สำหรับกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคอีสานในปีงบประมาณ 2570 จะสอดคล้องกับภาพใหญ่ของทิศทางการทำตลาดท่องเที่ยวไทย ทั้งการปรับสมดุลโครงสร้างตลาด รุกขายสินค้าท่องเที่ยวภาคอีสานแก่นักท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ กระจายกำลังดึงตลาดระยะใกล้และระยะไกลมากขึ้น รวมถึงการยกระดับประสบการณ์สู่คุณค่าการเดินทางที่แตกต่าง มีความหมายแก่ชีวิต การสร้างเครื่องยนต์ใหม่แห่งการเติบโต โดยเฉพาะ “Life Economy” กับ “Wellness Tourism” ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลตัวเองเพราะบางคนมีเงินเยอะก็จริง แต่ไม่มีความสุขในชีวิต ต้องทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่แห่ง “ความสบายใจ”
นอกจากนี้ ททท.จะทำงานร่วมกับพันธมิตรลุยกระจายรายได้และโอกาสสู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “The Link Plus”ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าว 10% โดยในภาคอีสานมี “นครราชสีมา” และ “อุบลราชธานี” เป็นหนึ่งใน19 พื้นที่ดังกล่าว
และในปี 2570 จะเป็นปีแรกที่งานเทรดโชว์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “Thailand Travel Mart Plus (TTM+)” จัดในภาคอีสาน โดยมีจังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นงานใหญ่ที่ผู้ประกอบการในพื้นที่จะได้โชว์ศักยภาพสินค้าท่องเที่ยวแก่ชาวต่างชาติให้รู้จักภาคอีสานมากยิ่งขึ้น!





