วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์ ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30%

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ นั่นคือ การเข้าใจความต้องการเชิงลึกของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อดีไซน์สินค้าและบริการ วางกลยุทธ์ได้ตอบโจทย์ ตรงใจ ทั้งเรื่องราคา และประสบการณ์ที่ใช่! ซึ่งกำลังเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในวงการค้าส่งไทย ผ่าน โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารเพื่อผู้ประกอบการ

โก โฮลเซลล์ หนึ่งในเรือธงของ เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจฟู้ดที่มีทั้งค้าปลีก-ค้าส่ง เป็น Growth Engine สร้างการเติบโตให้ เซ็นทรัล รีเทล มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ยุทธศาสตร์การ Synergy ศักยภาพ องค์ความรู้ บิ๊กดาต้า กลไกการตลาด และทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันในกลุ่มธุรกิจอาหารไปยังลูกค้าทุกกลุ่ม 

นับเป็นความได้เปรียบของอาณาจักรฟู้ดของ เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด กรุ๊ป ที่เปี่ยมด้วยความพรักพร้อมครบเครื่อง ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรง ยิ่งสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ยังคงเปราะบาง! ผู้บริโภควันนี้จึงมองหาทั้งราคา ความคุ้มค่า มูลค่าเพิ่ม  ฉะนั้น แค่ราคาถูกกว่า! อาจเอาไม่อยู่

ล่าสุด โก โฮลเซลล์  หยิบอาวุธการตลาดที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง! โดย  Synergy แคมเปญซิกเนเจอร์ที่ฟีเวอร์ของท็อปส์ (TOPS)  “สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” สู่  “GO สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” มาใช้สร้างประสบการณ์ Customer Empowerment ให้ลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการ ผู้ค้ารายย่อย ได้สัมผัสทางเลือกใหม่ "ให้อิสระลูกค้าเลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการ สร้างความคุ้มค่าได้ในแบบของตัวเอง" ไม่ใช่การกำหนดจากแบรนด์เหมือนที่ผ่านมา

 

สูตรสำเร็จแคมเปญสติ๊กเกอร์ที่พิสูจน์มาแล้วไม่เพียงสร้างสีสัน แต่จะดึงวอลุ่มยอดขายให้ใหญ่ขึ้นอีกด้วย จากกิมมิคที่เชื่อมการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างง่ายๆ เพียง "แปะ" สติ๊กเกอร์ที่สินค้าต่างๆ ทั้งแบบยกลัง ยกแพ็ก กระตุ้นต่อมการบริหารจัดการความคุ้มค่าที่ออนท็อปมาให้   

เป็นการสร้าง Positive Engagement ผ่านความสนุกในการ “เลือก-แปะ-รับส่วนลด” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักและตรงจุดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าผู้ประกอบการที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนลวอย่างชัดเจน สร้างโอกาสทำกำไรมากขึ้น  

โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์  ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30%

ริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กล่าวว่า หัวใจของธุรกิจค้าส่งคือการเข้าใจว่าผู้ประกอบการแต่ละประเภทมีความต้องการและใช้โครงสร้างต้นทุนแตกต่างกัน พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้จะซื้อสินค้าในปริมาณมาก ซื้อยกลัง ยกล็อต ให้ได้ราคาคุ้มค่าที่สุด เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้

เป็นครั้งแรกที่ โก โฮลเซลล์ นำแคมเปญสติ๊กเกอร์ของ ท็อปส์ 'แปะอะไรก็ลด' ที่ประสบความสำเร็จสูงในกลุ่มลูกค้า B2C มาใช้กับลูกค้า B2B สานพันธกิจสำคัญในการพัฒนาทางเลือกใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการนำไปใช้บริหารต้นทุนให้เกิดความคุ้มค่า เป็นประสบการณ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นและสัมผัสได้ ที่ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา

ในอนาคต โก โฮลเซลล์ มุ่งผสานความแข็งแกร่งและความสำเร็จของธุรกิจภายในกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง มอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ผู้ประกอบการรายย่อย เติบโตไปพร้อมกันในทุกสถานการณ์เศรษฐกิจ

โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์  ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30%

จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด   กล่าวว่า แคมเปญ “GO สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” ถือเป็นครั้งแรกของวงการค้าส่ง ที่ให้อิสระกับผู้ประกอบการในการนำสติ๊กเกอร์ส่วนลดไปใช้ แปะ สินค้าที่ต้องการลดช่วยบริหารส่วนลดเพื่อธุรกิจของตัวเองได้ในแบบที่ต้องการ ได้ส่วนลดเพิ่มเติมขึ้นแบบตรงจุด ประหยัดต้นทุนได้ในทันที  สร้างความแตกต่างจากโปรโมชันทั่วไป

โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์  ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30%

“GO สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” ระหว่างวันที่ 19 ส.ค.-30 ก.ย. เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,200 บาท, 3,500 บท และ 12,000 บาท ตามเงื่อนไข รับสมุดสติ๊กเกอร์ Set A, B และ C นำมา “แปะอะไรก็ลด” 3 รอบ วันที่ 19 ส.ค.-1 ก.ย., วันที่ 2-15 ก.ย. และวันที่ 16-30 ก.ย. มีสินค้าเข้าร่วมกว่า 4,500 รายการ 192 แบรนด์ รับส่วนลด 2-20% ทั้งสินค้าทั่วไป, Own Brand ได้แก่ A Choice, ProSave และ SuperSave สินค้าแบรนด์ดัง ส่วนลดจากแบรนด์พันธมิตร

การขยายผลและปรับใช้กับกลุ่มลูกค้า B2B ของ โก โฮลเซลล์ ยังเน้นจุดแข็งของแคมเปญที่เข้าใจง่าย สนุก สร้างการมีส่วนร่วม ภายใต้กลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ผู้ประกอบการ หรือ Customer Empowerment ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญที่ตอบโจทย์อินไซต์ให้ผู้ประกอบการได้วางแผนและบริหารต้นทุนด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นกลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์!

มั่นใจว่าจะทำให้เกิดการซื้อสินค้าต่อครั้งเพิ่มขึ้น เพื่อแลกรับสติ๊กเกอร์และแปะรับสิทธิประโยชน์ในหลายกลุ่มสินค้า อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ เช่น น้ำมัน, ข้าวสาร, เครื่องปรุงไทย นานาชาติ, อุปกรณ์ทำความสะอาด รวมถึงสินค้าอื่นๆ หนุนยอดซื้อต่อใบเสร็จเฉลี่ย (Average Basket Size) เพิ่มขึ้น 20-30% 

ไม่เพียงสร้างประสบการณ์แห่งความคุ้มค่าให้ลูกค้ากลุ่ม B2B  แต่สร้างแรงจูงใจในการกลับมาซื้อซ้ำผ่านสาขา เพิ่มทราฟิกและทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น รวมถึงดึงดูดลูกค้า “ครอบครัวใหญ่” ที่นิยมซื้อสินค้าในปริมาณมาก เพราะประหยัดเงินในกระเป๋าได้ทันที

โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์  ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30% โก โฮลเซลล์ เขย่าเกมค้าส่ง ซินเนอร์ยีสติ๊กเกอร์ท็อปส์  ปลุกพลัง ‘Customer Empowerment’ เพิ่ม Basket Size 30%

ถอดรหัส Marketing Innovation Blueprint

แคมเปญ “แปะอะไรก็ลด” โดยท็อปส์ ถือเป็นต้นแบบ “Marketing Innovation”  สู่ “Signature Campaign” ที่ทรงพลัง! 

การเปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดส่วนลด มาสู่การมอบอำนาจให้อิสระลูกค้า หรือ Customer Empowerment เป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าใด กลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์  ได้การตอบรับและจดจำจากลูกค้า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจในระดับนิวไฮ! ทั่วทั้งพอร์ตโฟลิโอ

กลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ลูกค้า ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญให้คนรู้สึกอยากมีส่วนร่วม แบบ Gamification ทำให้แคมเปญได้การตอบรับอย่างดี ลูกค้าสนุกกับการเลือกส่วนลดสำหรับสินค้าที่ตัวเองพึงพอใจได้เอง สร้างคุณค่าได้ทั้งมิติประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ

โดยเฉพาะวันที่ผู้บริโภคมีการวางแผนการใช้จ่าย ใช้ AI ค้นหาข้อมูล เทียบราคา ประกอบการตัดสินใจซื้อ จาก “Promotion Hunters” ปรับสู่ “Strategic Spenders” ที่ไม่ได้มองเพียงส่วนลดสูงสุด แต่เลือกความคุ้มค่าที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด หากมองผลลัพธ์ “แปะอะไรก็ลด” ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา พบว่าสร้างมูลค่ายอดซื้อต่อใบเสร็จเฉลี่ย (Average Basket Size) เพิ่มขึ้น 15% ความถี่ที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพิ่มขึ้น 16% จำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้น 22% ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 13% และ 28% ของลูกค้าใช้สติ๊กเกอร์มากกว่า 10 ดวง 

แคมเปญสติ๊กเกอร์ถือเป็น “Loyalty Marketing” ผ่านการส่งต่อลูกค้าจากอีกสาขาไปยังอีกสาขาเสมือนใยแมงมุม เพราะจะมีการแจกเล่มสติ๊กเกอร์ใหม่เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข จูงใจลูกค้าให้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้าง Customer Engagement เพิ่มทราฟิก ขยายฐานลูกค้า กระตุ้นการซื้อซ้ำ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว 

วันนี้แคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์เพื่อสะท้อนคุณค่าของแนวคิดที่ท็อปส์ริเริ่มและพัฒนาขึ้น และต่อยอดให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขันระยะยาว"

พร้อมกับวาระฉลองครบรอบ 58 ปี ท็อปส์ ยกระดับกลไก Gamification กระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแคมเปญมากขึ้นไปอีกขั้น สู่แคมเปญรอบใหม่ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส” มอบสิทธิประโยชน์คุ้มค่าและตอบโจทย์นักช้อปมากยิ่งขึ้น กระตุ้นการมีส่วนร่วมกับแคมเปญแบบ “ยิ่งช้อปมาก ยิ่งได้สติ๊กเกอร์ส่วนลดมากขึ้น” สูงสุดถึง 30% ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการจับจ่ายช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้เป็นอย่างดี 

แคมเปญยังสร้าง “Seamless Data Loop” ผ่านระบบ O2O (Online-to-Offline) โดยใช้ สติ๊กเกอร์สีเทา (Brand Sticker Discount) จากกว่า 200 แบรนด์พันธมิตร เมื่อสะสมครบ 10 ดวง ระบบจะบันทึกข้อมูลผ่านหมายเลขสมาชิก The 1 อัตโนมัติ กลไกนี้ไม่ใช่เพียงการสะสมส่วนลด แต่เป็นการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ (Data Capture) ในทุกจุดสัมผัส เพื่อนำไปสู่การทำ Personalized Marketing และสร้าง Data Monetization ในอนาคต

ผู้บริโภคยุค “Strategic Spenders” คือ ฐานลูกค้าใหม่ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ที่วนกลับมาซื้อซ้ำ ผลักดันมูลค่าใช้จ่ายต่อตะกร้าเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30% ทีเดียว!