วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2569

Login
Login

พลิกโฉมท่องเที่ยว 5 จังหวัด ‘อีสานใต้’ ยกระดับอีเวนต์ ‘ประเพณี-กีฬา’ เติมเสน่ห์ใหม่

ภาพรวมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด “อีสานใต้” ซึ่งประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีษะเกษ และ จ.อุบลราชธานี มีจุดขายโดดเด่นด้วยโปรดักต์ท่องเที่ยวหลากหลาย ครอบคลุมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์

ตัวอย่างไฮไลต์ใน จ.นครราชสีมา เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จุดชมวิวกังหันลม เขายายเที่ยง และอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ส่วน จ.บุรีรัมย์ มีสนามช้างอารีน่า อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จ.สุรินทร์ มีหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง และปราสาทตาเมือนธม ด้าน จ.ศรีษะเกษ มีผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และสวนทุเรียนภูเขาไฟ

ขณะที่ จ.อุบลราชธานี มีสามพันโบก อุทยานแห่งชาติผาแต้ม น้ำตกแสงจันทร์ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในงานอีเวนต์ระดับท้องถิ่นที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งยกระดับให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น ภายใต้แนวคิดการผลักดัน “ซิกเนเจอร์ ไทยแลนด์” (Signature Thailand) หลังจากประสบความสำเร็จในการโปรโมตเทศกาลสงกรานต์จนติดหนึ่งในเทศกาลระดับโลก

แห่เทียนอุบลฯ 1 ใน 3 ต้นแบบ “ซิกเนเจอร์ ไทยแลนด์”

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.เดินหน้ากลยุทธ์ “Value over Volume” ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณค่า ชู “ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี” เป็น 1 ใน 3 ต้นแบบของซิกเนเจอร์ ไทยแลนด์ ผลักดันงานประเพณีท้องถิ่นสู่เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกที่ผสานรากเหง้าทางวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์

สำหรับการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลฯ ล่าสุดระหว่างวันที่ 28-30 ก.ค. 2569 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง ททท.ร่วมเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยการผสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ยกระดับงานประเพณีให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นทั้งกลางวันและยามค่ำคืน

ผ่านไฮไลต์สำคัญ อาทิ แลนด์มาร์กประติมากรรม 3 มิติ “น้องมะม่วง” คาแรกเตอร์ยอดนิยมในชุดไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์และความสดใสของอีสานผ่าน 2 รูปแบบ ได้แก่ “น้องมะม่วง Smile” และ “น้องมะม่วง Dance” พร้อมประดับไฟอย่างงดงาม และการร่วมสร้างสรรค์ “ขบวนเทียนหอมเรืองแสง อุบลราชธานี ศรีศิลป์” หนึ่งเดียวในโลก

พลิกโฉมท่องเที่ยว 5 จังหวัด ‘อีสานใต้’ ยกระดับอีเวนต์ ‘ประเพณี-กีฬา’ เติมเสน่ห์ใหม่

พร้อมบูรณาการความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขยายเสน่ห์จังหวัดอุบลราชธานีและภาคอีสานในฐานะเดสติเนชันใหม่สู่ตลาดโลก สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ททท.เชื่อมั่นว่าการยกระดับเทศกาลและงานประเพณีคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างมีคุณค่า โดยผสานรากเหง้าทางวัฒนธรรมกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแปรทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่แสวงหาความสดใหม่ ผ่านเรื่องราวผู้คน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และตำนานท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิต สร้างความประทับใจ พร้อมกระจายรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ช่วยเติมเต็มทั้งร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืนต่อไป”

พลิกโฉมท่องเที่ยว 5 จังหวัด ‘อีสานใต้’ ยกระดับอีเวนต์ ‘ประเพณี-กีฬา’ เติมเสน่ห์ใหม่

 

เปิดสถิติผู้เยี่ยมเยือน 5 จังหวัดอีสานใต้

ในปี 2568 ภาคการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ได้รับผลกระทบจากกรณีความขัดแย้ง “ชายแดนไทย-กัมพูชา” โดยจากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าสถิติผู้เยี่ยมเยือนเดินทางเข้า 5 จังหวัดอีสานใต้เมื่อปี 2568 พบว่าอันดับ 1 จ.นครราชสีมา มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวม 9,607,827 คน เพิ่มขึ้น 8.12% เทียบกับปี 2567 สร้างรายได้ 24,838.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.34% รองลงมา อันดับ 2 จ.บุรีรัมย์ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 3,883,899 คน ลดลงเล็กน้อย 0.21% สร้างรายได้ 9,610.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2%

ส่วนอันดับ 3 จ.อุบลราชธานี มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 3,392,075 คน ลดลง 10.93% สร้างรายได้ 8,394.05 ล้านบาท ลดลง 6.7% อันดับ 4 จ.สุรินทร์ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 1,310,204 คน เพิ่มขึ้น 3.01% สร้างรายได้ 2,757.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% และอันดับ 5 จ.ศรีษะเกษ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวม 1,139,245 คน ลดลง 1.65% สร้างรายได้ 1,763.6 ล้านบาท ลดลง 2.99%

พลิกโฉมท่องเที่ยว 5 จังหวัด ‘อีสานใต้’ ยกระดับอีเวนต์ ‘ประเพณี-กีฬา’ เติมเสน่ห์ใหม่

 

“สปอร์ตทัวริสซึ่ม” โมเดลพลิกโฉม “บุรีรัมย์”

สำหรับ จ.บุรีรัมย์ คือแม่แบบความสำเร็จในการพลิกโฉมสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม ผ่านการปั้นเมือง “City Branding” ด้วยโมเดล “Sport & Creative Tourism” (การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้างสรรค์) ปรับภาพลักษณ์จากเมืองทางผ่านสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอมและกีฬามาตรฐานโลก

ผลจากการวางยุทธศาสตร์เมืองอย่างชัดเจนทำให้ จ.บุรีรัมย์ ก้าวสู่ท็อป 5 ของภาคอีสาน มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับ 5 ของภาค โดยเมื่อปี 2566 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 108,467 ล้านบาท รองจาก จ.นครราชสีมา ที่มี GPP มูลค่า 343,510 ล้านบาท ส่วน จ.ขอนแก่น 225,107 ล้านบาท จ.อุบลราชธานี 143,160 ล้านบาท และ จ.อุดรธานี 124,478 ล้านบาท ตามการรายงานของเว็บไซต์ isaninsight.kku.ac.th ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

โครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือ “สนามฟุตบอลช้างอารีนา” ของสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด มาตรฐาน FIFA ที่มีความจุผู้ชมประมาณ 32,600 ที่นั่ง และ “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ซึ่งเป็นสนามแข่งรถมาตรฐาน FIA Grade 1 และ FIM Grade A มีความจุผู้ชมสูงสุด 50,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ใน อ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นปัจจัยที่ทำให้ จ.บุรีรัมย์ โดดเด่นด้วยโมเดล Sport Tourism อย่างต่อเนื่องตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา

โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “MotoGP” สร้างเม็ดเงินสะพัดต่อระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 30,000 ล้านบาท หลังจัดขึ้นปีแรกเมื่อวันที่ 5-7 ต.ค. 2561 ตลอด 3 วันมียอดผู้เข้าชมการแข่งขันทั้งหมด 222,535 คน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท และล่าสุดปี 2569 จัดแข่งขันเมื่อวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค. ทุบสถิติใหม่ด้วยจำนวนผู้ชมกว่า 228,228 คน เงินสะพัด 5,139 ล้านบาท มีการถ่ายทอดสดไปกว่า 200 ประเทศสู่สายตาผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก