เมื่อเด็กคนนั้นโตมากลายเป็นคนโหยหาอดีต การตลาดแบบย้อนวันวาน “Nostalgia Marketing” มีผลต่อใจคน Gen Y กับ Gen X อย่างยิ่ง เพราะการได้ย้อนเวลาหา “ปีลึก” ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุคอะนาล็อกและยุคดิจิทัลที่คนกลุ่มนี้เติบโตมา คือความสุข ความทรงจำอันน่าประทับใจที่อยากกลับไปสัมผัสอีกครั้ง
คอนเสิร์ตแนว Nostalgia รื้อฟื้นความหลังจึงยังขายได้ ซึ่งต้องฝ่าโจทย์กำลังซื้อ Gen Y และ Gen X ที่แม้จะโตและมีรายได้มากขึ้น พร้อมเปย์บัตรคอนฯ แต่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน
“กรุงเทพธุรกิจ” ชวนสำรวจกระแสคอนเสิร์ตแนวนี้ในครึ่งหลังปี 2569 ที่บรรดาแฟนคลับของศิลปินแต่ละวงต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ความคิดถึงทำงานหนักมาก” และการที่ศิลปินมารวมตัวกันได้นั้นก็ทำให้ “มีน้ำตาเป็นจำนวนมาก” เช่นกัน
คอนเสิร์ต F4 ตำนานรักแรก Gen Y
เมื่อ “F4” บอยแบนด์จากซีรีส์ “รักใสใสหัวใจสี่ดวง” เวอร์ชันไต้หวันในตำนานกลับมารียูเนียน แม้จะมีสมาชิกตัวจริงขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่แค่ 3 คน ได้แก่ เจอร์รี่ (เหยียน เฉิงซวี่), วิค (โจวอวี๋หมิน) และแวนเนส (อู๋เจี้ยนหาว) ไร้เงา เคน (จูเสี้ยวเทียน) แต่ก็ได้ อาซิ่น (Ashin) นักร้องนำวงร็อกชื่อดังอย่าง Mayday ซึ่งเป็นคนรวมพลผลักดันโปรเจกต์นี้ มาทำหน้าที่แทนบนเวทีคอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ “FForever 1st World Tour” เปิดการแสดงทั่วเอเชีย รวมถึงไทยที่เพิ่งจัด 2 รอบการแสดงเมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
แม้จะมีเสียงโอดครวญเรื่องราคาบัตรอยู่บ้างในวันประกาศผังคอนเสิร์ต ราคาตั้งแต่ 12,500 (VIP) / 9,500 / 7,500 / 6,500 / 5,500 / 4,500 บาท แต่สุดท้ายแฟนๆ ก็ให้การตอบรับแบบอุ่นหนาฝาคั่ง หลายคนบนโลกโซเชียลบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ราคาบัตร = 0 บาท” ด้วยโปรดักชัน แสงสีเสียงสุดอลังการ (เข้าใจแล้วว่าทำไมบัตรแพง) จัดเวทีแบบ 360 องศา มีจอรอบทิศ ดีไซน์มาได้อย่างลงตัว ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดไอดอลในวัยเยาว์ เห็นพวกเขาด้วยตาเนื้อ สัมผัสคาริสมาของทั้ง 4 คนที่ยังคงเปล่งประกาย กาลเวลาทำอะไรหนุ่มๆ ไม่ได้จริงๆ
และที่สำคัญคือแฟนคลับได้ย้อนเวลากลับไปหา “เด็กคนนั้น” อีกครั้ง คนที่ตามกรี๊ดเฝ้าซีรีส์หน้าจอโทรทัศน์ทุกสุดสัปดาห์ โดนแม่ดุเรื่องนอนดึก ฝึกร้องเพลงภาษาจีนทั้งที่ไม่รู้ความหมาย หลังไม่คิดฝันว่าพวกเขาจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ยิ่งบรรยากาศของเพลงสุดท้าย “Liu Xing Yu” (ฝนดาวตก) ทอดเวลานานกว่า 12 นาทีให้แฟนๆ ได้ร้องท่อนฮุคที่จำขึ้นใจมากว่า 20 ปีวนซ้ำหลายรอบ ยิ่งตอบทุกความคิดถึงที่มีให้กันมายาวนาน
ขณะที่คอนเทนต์บนเวที ทั้ง เจอร์รี่ วิค แวนเนส และอาซิ่น เสิร์ฟความฟิน ความปลื้มปริ่มอิ่มเอมตลอด 3 ชั่วโมงครึ่งแบบไม่ยั้ง ทั้งพูดประโยคมีมดัง “อยู่ไม่ไหวๆ” เรียกเสียงหัวเราะจากคนไทย บอกว่ารัก บอกว่าคิดถึงให้ซึ้งน้ำตาไหล และมีโชว์กิมมิค Soft Power สไตล์ไทย ทั้งน้ำถุงมัดยาง และน้ำมะพร้าวเป็นลูกๆ ขึ้นจิบระหว่างโชว์ ทำการบ้านมาดี ได้ใจคนไทย ไวรัลทั่วโซเชียล ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าใครให้ข้อมูลเรื่องกินน้ำแบบใส่ถุงแก่พวกพี่ๆ เขา? ...ปีลึกมาก ขอบอก
ด้าน อาซิ่น แม้จะไม่ใช่สมาชิก F4 แต่แฟนคลับชาวไทยก็ “โดนตก” ไปเต็มๆ เมื่อปรากฏตัวในชุดไทย ถือตุ๊กตาช้างขึ้นคอนเสิร์ตในช่วงอังกอร์ แถมยังช่วยโปรโมตการท่องเที่ยว ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทั้งถ่ายรูปชุดไทยบนสะพานลอยย่านสยามสแควร์ นั่งรถตุ๊กๆ และไปช้อป กิน เที่ยวที่ตลาดไนต์มาร์เก็ต จ็อดแฟร์ อีกด้วย
คอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ”
“โลโซ” (LOSO) วงร็อกระดับตำนานของเมืองไทย เดบิวต์เมื่อปี 2539 เจ้าของเพลงฮิตติดหู ไม่ว่าจะเป็นเพลง ไม่ต้องห่วงฉัน, จักรยานสีแดง, ซมซาน, เคยรักฉันบ้างไหม, อะไรก็ยอม, อยากเห็นหน้าคุณ, เลิกแล้วต่อกัน, แม่, ใจสั่งมา, คืนจันทร์, พันธ์ทิพย์ และอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำคนไทย ซึมลึกหลายเจเนอเรชัน
การกลับมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” ในวันที่ 21 พ.ย. 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน สร้างปรากฏการณ์ Sold Out แฟนคลับแห่จับจองบัตรจนหมดเกลี้ยง หลังจากเปิดขายบัตรเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2569 บัตรราคา 6,500 / 6,000 / 5,000 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,400 และ 1,200 บาท พร้อมแล้วสำหรับการร่วมมหกรรมแห่งความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ รวบรวมทุกช่วงเวลาสำคัญตลอด 30 ปีของ LOSO ผ่านบทเพลงขึ้นหิ้ง จัดเต็มด้วยโปรดักชัน แสง สี เสียงเต็มรูปแบบ
“BIG Ass คอนเสิร์ตใหญ่-ก่อนตาย”
อีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่สร้างปรากฏการณ์ SOLD OUT ในช่วงครึ่งปีหลัง คือคอนเสิร์ต “ไทยประกันชีวิต presents BIG Ass คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย” ของ บิ๊กแอส อีกหนึ่งวงร็อกระดับตำนานอายุกว่า 29 ปีของไทย ตั้งชื่อคอนฯ ได้กระแทกใจ คล้องกับชื่อเพลง “ก่อนตาย” เราทุกคนก็คงรู้วันเกิด แต่มีสักกี่คนที่รู้วันตาย ก่อนทุกอย่างของฉันจะสายเกินไป แม้อะไรดีๆ มีไม่เท่าไหร่ แต่จะขอใช้สักวัน... คือท่อนเปิดทรงพลังของเพลงนี้ จากอัลบั้มชุด XL วางจำหน่ายเมื่อปี 2543
หลังจากเมื่อเดือน มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก BIG Ass Rockband เผยภาพประวัติศาสตร์ที่แฟนคลับเฝ้ารอมานานกว่า 15 ปี เมื่อ แด็กซ์ - เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด อดีตนักร้องนำ กลับมาร่วมเฟรมกับสมาชิกวงอีกครั้ง พร้อมหน้าพร้อมตา ร่วมด้วย เจ๋ง - เดชา โคนาโล นักร้องนำคนปัจจุบัน
โดย แด็กซ์ - เอกรัตน์ ยังได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก DAX ROCK RIDER พร้อมเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “เมื่อถึงเวลา” เผยโมเมนต์น้ำตาร็อกเกอร์ เมื่อเอื้อนเอ่ยความในใจกับเพื่อนๆ ว่า “กูคิดถึงพวกมึง ในใจกูคิดถึงพวกมึง เราโตมาด้วยกัน เรื่องต่างๆ ช่างมัน กูคิดถึงพวกมึง ไม่ต้องกลับมารวมกันก็ได้ แต่กูคิดถึงพวกมึง”
กระแสความคิดถึงรุนแรงเกินต้าน เพราะหลังจากประกาศจัดคอนเสิร์ตใหญ่ซึ่งเป็นการรวมตัวกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาที่สุดในรอบ 29 ปี เปิดให้แฟนๆ จองบัตรเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 ราคา 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท และเพิ่มรอบการแสดงจากเดิม 3 รอบ เป็น 5 รอบ ตั้งแต่วันที่ 13-17 พ.ย. 2569 เพื่อให้ทุกคนได้มาเจอกัน ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรก็ขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ชาวร็อกนับหมื่นพร้อมรวมตัว กอดคอร้องเพลงที่อัดแน่นด้วยความคิดถึงให้กระหึ่มฮอลล์
คอนเสิร์ต BIGBANG 2026-2027 WORLD TOUR < XX : COSMOS >
BIGBANG is Back! ไอคอนระดับตำนานแห่งวงการ K-POP กลับมาแล้ว ให้เหล่า V.I.P. (ชื่อแฟนด้อม) ได้หายคิดถึง โดยในปี 2569 ถือเป็นเวิลด์ทัวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีของวง หนึ่งในผู้ปฏิวัติวงการเพลงเกาหลี วางรากฐานสำคัญให้กระแส K-POP เข้าถึงใจคนทั่วโลก ผ่านบรรดาเพลงดังมากมาย อาทิ Lies, La-La-La, Last Farewell, Haru Haru, Bad Boy, Loser, Sober และ Bang Bang Bang ที่ฮิตติดหู โยกตามบีทมันๆ กันทั่วบ้านทั่วเมือง
จี-ดราก้อน (G-DRAGON) แทยัง (TAEYANG) และแดซอง (DAESUNG) สมาชิก 3 คนในปัจจุบัน เตรียมขนความมันเต็มพิกัดมาเปิดแสดงทั้งหมด 33 รอบทั่วโลก หลังเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีตั้งแต่ทัวร์คอนเสิร์ตแบบเต็มวง (สมาชิก 5 คน) ครั้งล่าสุด
โดยมีกำหนดจัดแสดงในไทยวันที่ 7 พ.ย. 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เปิดจองบัตรในไทยตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2569 ราคาบัตร ULTIMATE VIP PACKAGE 11,900 บาท (บัตรยืน) / DIAMOND VIP PACKAGE 10,500 บาท / GOLD VIP PACKAGE 9,500 บาท / 8,500 /7,500 / 6,500 / 5,900 / 4,900 / 3,900 และ 2,900 บาท
ความสำเร็จของคอนเสิร์ตแนว Nostalgia จึงไม่ใช่แค่ปัจจัยฝั่งดีมานด์คน Gen Y หรือ Gen X ที่มี “กำลังซื้อ” มากพอจะ “ซื้อความสุข” ทุ่มสุดตัวสนองนีดตัวเองเพื่อเติมเต็มความฝันวัยเด็ก รวมถึง “ระยะเวลา” ที่แฟนคลับสั่งสมความคิดถึง เก็บกดที่ตอนเด็กมีเงินไม่มากพอเปย์บัตรคอนฯ ทำได้แค่เฝ้ารอคอยศิลปินที่รักมานาน 10 ปี หรือ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่ฝั่งซัพพลายด้านงาน “โปรดักชัน” ต้องจัดเต็ม อลังการ จุใจ ดีไซน์ให้ครบทุกมิติของประสบการณ์ที่คนดูจะได้รับ คุ้มค่าบัตรที่จ่ายไปทุกสตางค์ ทิ้งมวลอารมณ์แห่งความสุขเอาไว้ให้ได้คิดถึง
แม้กายหยาบของแฟนคลับจะกลับมาทำงานงกๆ เหมือนเดิมหลังจบคอนเสิร์ต แต่กายละเอียดยังคงวนเวียนกับบรรยากาศในฮอลล์ไม่ไปไหน มูฟออนเป็นวงกลมต่อไป
จนกว่าจะได้พบกับศิลปินที่รักในคอนเสิร์ตครั้งหน้า!



