วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569

Login
Login

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’ ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’ ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์จากเครือข่ายพันธมิตรทั้งในไทยและต่างประเทศ เจาะลูกค้าคนไทย คาดปีงบประมาณ 2569 ทำรายได้รวม 4,000 กว่าล้านบาท เติบโตเกือบ 30% สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้านการรับรู้รายได้

บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือ “ทีพีซี” (TPC) ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” (Thailand Privilege Card) เพื่อให้บริการวีซ่าแก่กลุ่มชาวต่างชาติสำหรับการพำนักระยะยาวในประเทศไทย พร้อมบริการการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกระหว่างการพำนักด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนลดการพึ่งพารายได้จากผลิตภัณฑ์วีซ่า (Visa Product) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 95% ของรายได้ทั้งหมด เพื่อสร้างความยั่งยืนและความยืดหยุ่นทางการเงินให้แก่บริษัทในระยะยาว

มนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ ทีพีซี กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในลักษณะไม่ใช่วีซ่า (Non-Visa Product) เพิ่มขึ้น และมีแนวคิดจะขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อขยายตลาดคนไทยในอนาคต ซึ่งได้นำเสนอแนวทางกับ ททท. ในฐานะผู้ถือหุ้นทีพีซีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอความชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการตีความวัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท ที่ก่อตั้งเพื่อสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้นหากจะผลักดันให้ขายคนไทย อาจมีบางประเด็นต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’  ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย

“แนวคิดผลิตภัณฑ์ที่จะขายให้คนไทยจะไม่เกี่ยวกับวีซ่า แต่เป็น Non-Visa Product ที่เน้นการนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์จากเครือข่ายพันธมิตรของบริษัททั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น บริการผู้ช่วยพิเศษ ณ สนามบิน (Airport VIP Service, เลานจ์ และรถลิมูซีนรับ-ส่ง กว่า 60 แห่งทั่วโลก) ส่วนลดและการเข้าใช้บริการสนามกอล์ฟกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก เฉพาะในไทยเกือบ 60 แห่ง โดยผู้ถือบัตรไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกสนามกอล์ฟหลักแสนบาทหรือหลักล้านบาท สิทธิใช้บริการสปากว่า 100 แห่งในไทย และส่วนลดโรงแรมที่พักพันธมิตรมากกว่า 2 ล้านแห่งทั่วโลก”

ทั้งนี้หากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่ตลาด ระดับราคาจะไม่สูงเหมือนบัตรวีซ่าของชาวต่างชาติ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะต้องใช้ผ่านระบบคะแนนสะสม (Points) เพื่อให้บริษัทบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละบัตรของไทยแลนด์พริวิเลจ คาร์ด จะมีจำนวนพอยต์ให้แตกต่างกันไปตามระดับราคาบัตร ถ้าสมาชิกใช้พอยต์หมด หากต้องการใช้บริการต่างๆ ต้องซื้อพอยต์เพิ่ม

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’  ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย มนาเทศ อันนวัฒน์

มนาเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสมาชิกบัตร ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ทั้งหมดกว่า 42,000 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เทียบกับปี 2565 ที่มีสมาชิกราว 19,000 คน โดยมีอัตราการพำนักเฉลี่ย 45% อัตราการเข้า-ออกประเทศไทยทุกปีเฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อปี สะท้อนความมั่นใจและความต้องการพำนักระยะยาวในประเทศอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับสัดส่วนผู้ถือบัตรรายประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 จีน ครองสัดส่วน 44% คิดเป็นจำนวนสมาชิกประมาณ 18,500 คน และหากนับรวมไต้หวัน ฮ่องกง รวมถึงชาวจีนแปลงสัญชาติ จะมีสัดส่วนเกินกว่า 50% ส่วนอันดับ 2 ญี่ปุ่น สัดส่วน 7-8% ประมาณ 2,500 คน อันดับ 3 สหรัฐ สัดส่วน 5-6% ประมาณ 2,500 คน อันดับ 4 สหราชอาณาจักร ประมาณ 5-6% ประมาณ 2,500 คน และอันดับ 5 รัสเซียและไต้หวัน มีสัดส่วนราว 3-4% ใกล้เคียงกัน หรือประมาณ 2,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีตลาดดาวรุ่งใหม่ที่เติบโตอย่างน่าสนใจ อาทิ “เมียนมา” ซึ่งขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ในโครงสร้างบัตรใหม่ เนื่องจากกลุ่มครอบครัวนิยมส่งบุตรหลานมาศึกษาต่อและอยู่อาศัยในไทย รวมถึงตลาดอินเดียที่มีฐานประชากรมากที่สุดในโลก ปัจจุบันมีสมาชิกราว 400 คนแล้ว และเกาหลีใต้ก็เป็นอีกตลาดที่นิยมส่งบุตรหลานมาศึกษาต่อในไทย

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’  ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย

“สำหรับผลประกอบการของบริษัทตามปีงบประมาณ 2569 (ตั้งแต่ ต.ค. 2568 - ก.ย. 2569) คาดว่าจะมีรายได้รวม 4,000 กว่าล้านบาท เติบโตเกือบ 30% ถือเป็นการสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้านการรับรู้รายได้”

โดยในยุคหลังการระบาดของโควิด-19 พบว่ายอดขายบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด และรายได้มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2565 บริษัทสามารถทำรายได้และกำไรเติบโต มากกว่าผลการดำเนินงานตลอด 20 ปีที่ผ่านมารวมกัน

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด มาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การย้ายถิ่นฐานของต่างประเทศทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น เกิดเทรนด์ “Global Citizen” พฤติกรรมของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการลงทุน ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยและการทำงานโดยไม่ยึดติดกับประเทศใดประเทศหนึ่ง อยู่ที่ไทยก็สามารถทำงานและลงทุนได้ โดยบางประเทศมีนโยบายสนับสนุน “Work from Anywhere” กระตุ้นตลาดชาวต่างชาติกลุ่มดิจิทัลนอแมด (Digital Nomads) อีกด้วย

2.สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ในหลายภูมิภาค ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) สำหรับชาวต่างชาติ ส่งผลให้หลายคนมาอยู่รู้สึกปลอดภัย หรือแม้แต่ช่วงโควิดระบาด จีนปิดประเทศ ชาวจีนอยากออกมาไทยมากขึ้น โดยในช่วงหลังโควิดมีชาวจีนมาสมัครสมาชิกบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด อย่างก้าวกระโดด เช่นเดียวกับชาวรัสเซียและเมียนมาที่มีดีมานด์หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

3.การปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เปลี่ยนมารุกการทำตลาดในต่างประเทศแทบทุกเดือน ทั้งในตลาดหลัก ตลาดรอง และตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย กลุ่มประเทศ GCC  เมียนมา พร้อมทั้งเปิดกว้างระบบ Master Agent และขยายสื่อประชาสัมพันธ์ตามจุดทัชพอยต์สำคัญ เช่น สนามบิน สายการบิน สื่อออนไลน์ต่างประเทศ และการใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยสร้างความเชื่อมั่นเพื่อหาลูกค้าใหม่ เพราะเมื่อดูสัดส่วนที่มาของยอดขายบัตรจะพบว่า 30% มาจากชาวต่างชาติในประเทศ และอีก 70% มาจากที่ไปทำตลาดในต่างประเทศ

และ 4.การปฏิรูปองค์กร มีการปรับเปลี่ยนทั้งด้านบุคลากร กระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี เพิ่มความคล่องตัวและการมีส่วนร่วมของทีมงานรุ่นใหม่

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’  ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย

“สำหรับเป้าหมายในปีงบประมาณ 2570 บริษัทตั้งเป้าสร้างการเติบโตด้านรายได้แบบระมัดระวัง (Conservative) ที่ประมาณ 5-10% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ปัญหาความขัดแย้งทางสงคราม และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผลิตภัณฑ์วีซ่าของต่างประเทศ เช่น สหรัฐ กรีซ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกลุ่มประเทศแคริบเบียน”

และจากผลประกอบการของบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้ที่ผ่านมาได้ส่งมอบเงินคืนให้แก่ ททท. ไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท

‘ไทยแลนด์ พริวิเลจ’ เล็งขยายโปรดักต์ ‘Non-Visa’  ชูสิทธิประโยชน์ไลฟ์สไตล์ เจาะลูกค้าคนไทย