วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2569

Login
Login

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’

ซูชิสายพานแข่งเดือด! มากุโระ กรุ๊ป เปิด “Kaiten Sushi Ginza Onodera” วางจุดยืนพรีเมียมไม่เหมือนคนอื่นในตลาด ต้นปีหน้าเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา หวังดันเป็นแบรนด์ทำเงิน Top 3 ให้เครือ ระบุ แม้มาทีหลังแต่ยังไม่ช้าเกินไป เชื่อ ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นย่อตัวแต่มีโอกาสโตต่อ เฉพาะแบรนด์นี้อีก 3 ปี วางเป้าทำเงิน 2,000 ล้าน

คนไทยรักอาหารญี่ปุ่นมากจนมีร้านรวงเข้ามาปักหลักในไทยต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์จากแดนปลาดิบที่นำเข้าโดยคนไทย รวมถึงแบรนด์โลคอลที่ชูจุดเด่นด้วยเชฟคนญี่ปุ่นแท้ๆ แม้ตลาดจะเติบโตด้วยจังหวะที่ช้าลงไปบ้าง แต่ในบรรดาประเภทอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด “ซูชิ” ก็ยังครองอันดับ 1 ด้วยจำนวนร้านที่มากที่สุด ซึ่งก็รวมไปถึง “ซูชิสายพาน” ที่ไม่ว่าจะมียักษ์ใหญ่เจ้าไหนเข้ามาทำตลาดเป็นต้องได้เห็นแถวยาวเหยียด รอกันตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายร้อยคิว 

ที่ผ่านมามี "ร้าน ซูชิสายพาน" เข้ามาปักหลักในไทยราว 4 เจ้า และล่าสุด “Kaiten Sushi Ginza Onodera” เป็นแบรนด์ลำดับที่ 5 ในตลาด ทว่า ผู้บริหารมั่นใจว่า การมาถึงในห้วงเวลาที่หลายๆ แบรนด์ติดตลาดไปแล้วยังไม่ช้าเกินไปนัก และเชื่อว่าซูชิสายพานยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว

โดยระบุว่า “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ไม่เหมือนร้านอื่นในท้องตลาด หากเทียบเคียงกันแล้วแบรนด์นี้ไร้คู่แข่งโดยตรง ทั้งยังบอกว่า จะช่วยทำเงินให้กับพอร์ตโฟลิโอเครือมากุโระได้มากเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’

จักรกฤติ สายสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงมุมมองการนำซูชิสายพาน “Kaiten Sushi Ginza Onodera” เข้ามาเสริมพอร์ต ระบุว่า แบรนด์นี้จะเป็น New Growth Engine ตัวใหม่ให้กับเครือ มากุโระ กรุ๊ป มองการขยายสาขาในอนาคตครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่

เมื่อโตเต็มไซซ์ตามไปป์ไลน์ที่วางไว้ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” จะทำเงินให้เครือไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี อาจใช้เวลาสัก 3-4 ปีหลังจากนี้ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสจะโตไวกว่าที่คาดก็เป็นไปได้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน ส่วนการขยายสาขาในปีนี้ยังมีสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เพียงแห่งเดียว และจะเริ่มติดสปีดช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า โดยจะมีสาขาที่ 2 และ 3 ตามมาเป็นอย่างน้อย 

ด้านภาพการแข่งขันท่ามกลางตลาดซูชิสายพานที่กำลังดุเดือด “จักรกฤติ” มองว่า “Kaiten Sushi Ginza Onodera” มีความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นชัดเจน มีตัวสินค้าหรือประเภทอาหารที่เรียกว่า “เอโดะมาเอะ ซูชิ” (Edomae Sushi) ซูชิพรีเมียมที่มีเทคนิคการใช้น้ำส้มสายชูผสมกับข้าวแดงและปลาสด ทำจากเนื้อปลาคุณภาพสูง มีคุณภาพระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกับร้านโอมากาเสะที่มีราคาต่อหัวค่อนข้างสูง แต่เป็นการปรับคอนเซปต์เข้ามาอยู่ในรูปแบบสายพาน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายกว่า ใช้เวลาในการกินน้อยกว่า และมีราคาถูกกว่า

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’

ขณะเดียวกันราคาต่อหัวก็อาจจะมียอดเฉลี่ยสูงกว่าซูชิสายพานเจ้าอื่นๆ ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่น “Kaiten Sushi Ginza Onodera” มียอดบิลต่อหัวเฉลี่ย 1,000 บาท ส่วนที่ไทยคาดว่า จะอยู่ราวๆ 500-600 บาท ปัจจุบันมีเมนูให้เลือก 120 รายการ มี SKU แซลมอนมากกว่าที่ญี่ปุ่น และยังมีอีกหลายเมนูที่ไม่ซ้ำกับประเทศต้นทางเตรียมปล่อยขายในไทย โดยจะทยอยออกมาเติมเรื่อยๆ ทุกไตรมาส ทุกฤดูกาล ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีเมนูในร้านครบ 200 รายการ 

“เราเชื่อว่า ตลาดซูชิระดับพรีเมียมในไทยกำลังเติบโตอย่างมาก จากพฤติกรรมคนไทยที่เปิดรับซูชิสไตล์เอโดมาเอะมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภคไปญี่ปุ่นง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน มีโอกาสได้ไปลิ้มลองหรือสัมผัสประสบการณ์ของซูชิเอโดมาเอะร้านดังๆ ในญี่ปุ่น ทำให้คนพร้อมที่จะเข้ามาทดลองและเข้ามาสนับสนุน เชื่อว่ามีดีมานด์อยู่”

“Kaiten Sushi Ginza Onodera” ถือเป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยงต้องหาโอกาสไปลองหากได้ไปเยือนโตเกียว สาขาหลักของร้านอยู่ที่ย่านโอเมโตะซันโด ย่านช้อปปิ้งในเมืองฮาราจูกุ โดยปกติที่ญี่ปุ่นต้องใช้เวลารอคิวกว่า 1-3 ชั่วโมง ไม่เพียงคนไทยที่รู้จักแต่คนในทวีปเอเชียที่เป็นสายกินและรักซูชิต่างรู้จักแบรนด์นี้เป็นอย่างดี รวมถึงฝั่งตะวันตกทั้งสหรัฐและยุโรปก็ไปร้านนี้ไม่น้อยเช่นกัน 

นอกจากโตเกียว “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ยังขยายออกไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ อาทิ โอซาก้า นาโกย่า เป็นต้น อีกทั้งยังมีสาขานอกประเทศที่สหรัฐอเมริกาและได้รับความนิยมสูงเช่นกัน ส่วนไทยนับเป็นสาขานอกญี่ปุ่นแห่งแรกในทวีปเอเชีย 

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’ -จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)-

ข้อแตกต่างของ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ที่ญี่ปุ่นกับไทย นอกจากเมนูที่ “Localized” ให้เหมาะกับผู้บริโภคชาวไทยบางส่วน ยังมีการเพิ่มสัดส่วนโต๊ะที่นั่งด้านนอกที่ไม่ได้มีแค่ที่นั่งกินเคาน์เตอร์บริเวณสายพานเท่านั้น

“จักรกฤติ” บอกว่า โต๊ะกลุ่มด้านนอกเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยที่ชอบมาเป็นกลุ่ม มักจะมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กตามมาด้วย การนั่งเคานต์เตอร์บาร์อาจไม่สะดวกกับกลุ่มนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถรับบรรยากาศและประสบการณ์แบบร้านซูชิสายพานได้ไม่ต่างกับการนั่งทานที่เคาน์เตอร์บาร์

มากุโระ กรุ๊ป” ระบุว่า ตลาดซูชิในไทยใหญ่มาก แม้ว่าการเติบโตจะไม่ได้มากมายเหมือนเดิม แต่คาดว่าจะเปลี่ยนไปในเชิงของลักษณะตัวผู้เล่น ผู้เล่นรายเก่าออกจากตลาด ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเติม แบรนด์เก่าหมดอายุขัยลง แบรนด์ใหม่เกิดขึ้นแทนที่ ส่วนภาพของตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยเชื่อว่ายังเติบโตแต่คงโตด้วยสัดส่วนน้อยกว่าปีก่อนๆ อยู่ในภาวะใกล้อิ่มตัวแต่ยังไปได้เรื่อยๆ ที่ผ่านมา ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยโตเร็วมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีช่วงย่อตัว-ปรับฐาน 

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’ -ด้านหน้าร้าน Kaiten Sushi Ginza Onodera สาขาเซ็นทรัลเวิลด์-

สำหรับเครือ มากุโระ กรุ๊ป ในรอบปีที่ผ่านมามีแบรนด์ฝั่งตะวันตกและอาหารไทยเข้ามาเติมในพอร์ตบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่า กำลังหลบเลี่ยงการเติบโตในกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น ระบุว่า ยังมีแบรนด์สเปเชียลตี้ฝั่งญี่ปุ่นในมือที่รอเปิดอีกเยอะ ไม่ได้มองตัวเองเป็นเครือร้านอาหารญี่ปุ่น แต่อยากเป็น “Food Culture Platform” มีอาหารหลากหลายแบบให้คนไทยเข้ามาทาน

“เรามองตัวเองเป็น Food Culture Platform ไม่ได้มองเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารหรือร้านอาหารเดี่ยวๆ อีกแล้ว เป็นแพลตฟอร์มที่มีนวัตกรรมและดีพาร์ทเมนต์มากมายหลายหน่วยงานที่สามารถผลิตแบรนด์ใหม่ออกมาได้เรื่อยๆ ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หรือพึ่งพิงรายได้จากไม่กี่แบรนด์ แต่เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการหา New S-Curve ใหม่ๆ หรือสร้าง New Growth Engine ขณะเดียวกันก็ยังรักษาไซเคิลของแบรนด์เดิมๆ ให้สามารถเติบโตได้ยาวนานและยั่งยืน”

ด้านภาพครึ่งปีหลังของตลาดร้านอาหาร “จักรกฤติ” มองว่า ยังท้าทายทั้งเรื่องกำลังซื้อและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยจะเพิ่มการฟังเสียงลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มแคมเปญ เพิ่มโปรโมชัน ออกสินค้าใหม่ๆ สร้างระบบที่เข้ามาควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซูชิสายพานยังไม่เฟ้อ! ‘Kaiten Sushi Ginza Onodera’ ตั้งเป้า 3 ปี ต้องมีรายได้ ‘2,000 ล้าน’

แม้ว่า “Maguro Group” จะจับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมแมสเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เชื่อว่า สภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะยังกระทบกับเครือไม่มากก็น้อย ต้องทำให้แบรนด์เป็น “Top of mind” ของผู้บริโภค ต้องอยู่ใน 3 อันดับแรกที่ลูกค้านึกถึง

ปัจจุบันมากุโระ กรุ๊ป เติบโตไปในทิศทางบวก โดยมี “MAGURO” เป็นแบรนด์ทำเงินสัดส่วน 40% ตามมาด้วย “HITORI SHABU” ทำเงิน 30% ที่เหลือเป็นแบรนด์อื่นๆ ในพอร์ตรวมกัน โดยระบุว่า HITORI SHABU กำลังจะมีจำนวนสาขาแซงหน้าเป็นเบอร์หนึ่งในช่วงปลายปีนี้แล้ว และเมื่อ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” โตเต็มที่ จะขึ้นมาเป็นแบรนด์ทำเงิน Top 3 ของเครือด้วย