วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'เอกนิติ' ชู Thailand Fast Pass ดึงเม็ดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2.7 แสนล้าน

"เอกนิติ" เผย รัฐบาลดันนโยบายปีแห่งการลงทุนต่อเนื่อง ชู "Thailand Fast Pass" เร่งลงทุนได้จริง พร้อมดึงเม็ดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2.7 แสนล้าน

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงผลักดันนโยบายสำคัญที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 จะมีสัดส่วนงบลงทุนลดลงแต่รัฐบาลสามารถเพิ่มการลงทุนโดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนผ่านการขับเคลื่อนการลงทุนนอกงบประมาณ เช่น การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) และการดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อลดภาระการกู้เงินของภาครัฐโดยตรง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในฐานะประธานบอร์ดของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ตั้งเป้าหมายผลักดันเม็ดเงินลงทุนจริง (FDI) ใน "โครงการ Thailand FastPass"  ให้ได้ประมาณ  9 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านบาทเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดันเศรษฐกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านโดยกำหนดให้ Thailand FastPass กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องลงเม็ดเงินจริงอย่างน้อย 20% ภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นโครงการ Skill Bridge หรือสะพานเชื่อมทักษะ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะแรงงานไทยรองรับอุตสาหกรรมใหม่

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับข้อจำกัดของเรื่องงบประมาณที่มีการจัดสรรงบลงทุนต่ำกว่าเดิม เนื่องมาจากในปัจจุบันงบประมาณแผ่นดินมีอยู่อย่างจำกัด และสัดส่วนงบลงทุนที่ดูน้อยลงเกิดจากการปรับปรุงความโปร่งใส ที่สำคัญสาเหตุที่เห็นว่างบลงทุนในปีนี้ดูน้อยกว่าปีที่แล้ว เป็นเพราะรัฐบาลยกระดับความโปร่งใส โดยการเปิดเผยค่าใช้จ่ายประจำที่เคยถูกหมกเม็ดไว้ให้ชัดเจน ส่งผลให้สัดส่วนงบประจำสูงขึ้นและงบลงทุนดูน้อยลงในเชิงตัวเลขแต่ก็สามารถเพิ่มการลงทุนให้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนของภาคเอกชน และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจะเข้าไปขับเคลื่อนในเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อไป 

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลปรับลด งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในส่วนของงบการลงทุน 7 หมื่นล้านบาท จะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนขอย้ำว่างบประมาณนี้เข้าสู่สภา ที่อาจเห็นว่างบลงทุนน้อยกว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่าไม่ใช่งบลงทุนของประเทศทั้งหมด ปีนี้ตนจะเน้นให้เป็นปีแห่งการลงทุน แต่งบประมาณส่วนกลาง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่างบประมาณของประเทศ สิ่งที่ตนทำคือให้ยกระดับความโปร่งใส ยกเลิกการหมกเม็ด อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำ และเคยหมกเม็ดไว้ เอามาเปิดเผยให้หมด จึงทำให้งบประจำสูงขึ้น การที่งบลงทุนมีสัดส่วนน้อยลง ไม่ได้แปลว่าทั้งประเทศ รัฐบาลจะลงทุนน้อยลง ตนจะใช้ทุกเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้คือ พ.ร.ก. หากศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีปัญหา เราจะมาลงทุนเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงาน ที่วันนี้เรายังต้องพึ่งพานำเข้าอยู่มาก โดยใช้การลงทุน ร่วมภาครัฐเอกชน ทั้งเรื่อง Thailand Future Fund กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย พร้อมเอาเอกชนมาร่วมลงทุน PPP (Public Private Partnership) และดึงการลงทุนจากต่างประเทศ เข้ามา

เพราะปีนี้จะเป็นปีแห่งการลงทุน ดังนั้นไม่ต้องกังวล พร้อมย้ำว่าปีนี้เราต้องลงทุนช่วยประเทศไทย ซึ่งไม่แค่ ระยะสั้นแต่ต้องทำเพื่อเป็นการลงทุนในอนาคตระยะยาว