วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ’ โกยยอดขายปีละ ‘70 ล้านขวด’ จากรุ่นยายหมักใส่ปี๊บขายตลาด สู่รายได้ 1,172 ล้าน

“น้ำปลาร้า” สินค้าบ้านๆ ที่เกิดและเติบโตจากคนไทยอีสาน เวลาต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้นจากวัฒนธรรมการกินที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ ทว่า การมาถึงของ “น้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์” ยิ่งเปิดโอกาสให้สินค้าดังกล่าวมีที่ทางในตลาดมากขึ้น จากเดิมที่ขายแบบบรรจุปี๊บ-ถุง ช่วงปี 2557 ก็มีคนขายน้ำปลาร้าพื้นถิ่นคิดนำสินค้าบ้านๆ มาบรรจุขวดพาสเจอร์ไรซ์ แก้ “Pain Point” ผู้บริโภคที่ต้องการความสะอาด สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องกลับไปต้มสุกเองแต่เหยาะปรุงอาหารได้ทันที

“น้ำปลาร้านแม่บุญล้ำ” คือหนึ่งในแบรนด์น้ำปลาร้าลำดับต้นๆ ที่คิดนำสินค้าบรรจุขวด จากเดิมที่ขายกันเป็นปี๊บมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย-คุณแม่ หลังเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา “อ้อม-พิไรรัตน์ บริหาร” ทายาทรุ่นที่ 3 นำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้เป็นแม่ จุดพลุตีแบรนด์เมื่อปี 2557 พร้อมจดบริษัทในชื่อ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผ่านไป 10 ปี กระทั่งปี 2567 “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” สามารถทำเงินได้เกินพันล้านบาทเป็นครั้งแรก

‘น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ’ โกยยอดขายปีละ ‘70 ล้านขวด’ จากรุ่นยายหมักใส่ปี๊บขายตลาด สู่รายได้ 1,172 ล้าน

เริ่มหมักปลาร้าหลังหมดฤดูทำนา รุ่นลูกขายส่งในภาคอีสาน รุ่นหลานตีแบรนด์ไปทั่วประเทศ

ก่อนจะมีชื่อ “แม่บุญล้ำ” ศาสตร์การทำน้ำปลาร้าเริ่มต้นจากรุ่นคุณยายเมื่อ 45 ปีที่แล้ว “อ้อม” เล่าว่า คุณยายมีลูกทั้งหมด 8 คน มีอาชีพหลักด้วยการทำไร่นา แต่ด้วยความที่มีลูกเยอะ ต้องหาเงินให้มากเข้าไว้ เมื่อหมดฤดูทำนาจึงหาปลามาหมักทำปลาร้าในช่วงเวลานั้นแทน พอเกิดเป็นสูตรน้ำปลาร้าคุณยายจะให้ลูกๆ กระจายไปขายตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกสาวที่ออกไปทำหน้าที่แม่ค้าขายปลาร้า 

“แม่บุญล้ำ” แม่ของอ้อมจึงได้เรียนรู้กรรมวิธีการทำน้ำปลาร้าจากคุณยายตั้งแต่เด็ก ส่วนคุณตารับหน้าที่หาปลามาให้แปรรูป ตอนนั้นบรรดาลูกสาวกระจายตัวไปขายในจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบ้านเกิด รวมถึงบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างจังหวัดร้อยเอ็ดก็ด้วย “อ้อม” บอกว่า แม่มีองค์ความรู้เรื่องการหมักปลาเยอะมาก รู้ว่า ปลาชนิดนี้หมักออกมาแล้วจะมีรสชาติอย่างไร ให้กลิ่นแบบไหน 

เวลานั้นแม่บุญล้ำและบรรดาพี่น้องทำน้ำปลาร้าขายส่งเป็นปี๊บในภาคอีสาน ลูกๆ ทุกคนมีวิชาหมักปลาร้าเป็นกันหมดซึ่งเป็นสูตรเดียวกับที่เรียนรู้จากคุณยาย แต่ละคนจะขายในโซนที่ไม่ทับลายกัน แม่บุญล้ำขายในตลาดกาฬสินธุ์ น้องสาวขายที่ตลาดกมลาไสย ส่วนพี่สาวขายที่จังหวัดขอนแก่น 

‘น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ’ โกยยอดขายปีละ ‘70 ล้านขวด’ จากรุ่นยายหมักใส่ปี๊บขายตลาด สู่รายได้ 1,172 ล้าน -อ้อม-พิไรรัตน์ บริหาร ทายาทรุ่นที่ 3 น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ-

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน คนซื้อนำน้ำปลาร้าไปต้ม-กรองแล้วใส่อาหารกิน ผู้เป็นแม่เจอ “Pain Point” มองว่า อยากให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น จึงคิดนำไปปลาร้าต้มและกรองก้างปลาออกให้เสร็จเรียบร้อย แต่แค่นั้นยังไม่พอ “อ้อม” ซึ่งเรียนจบด้านจุลชีววิทยาคิดทำแพ็กเกจจิ้งรูปแบบขวด เห็นว่าแม่เป็นที่คุ้นเคยในตลาดอยู่แล้ว จึงขอนำชื่อแม่มาตีแบรนด์จะได้ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริโภคในฐานะแม่ครัวที่ทำอาหารอร่อย เป็นที่มาของชื่อ “แม่บุญล้ำ”

“เราเรียนจบด้านจุลชีววิทยาเลยเอาเทคโนโลยีการหมักมาช่วยแม่ บอกว่า แม่หมักแบบนี้นะ ต้องคั่วระดับประมาณนี้ ซึ่งจริงๆ แม่เขามี Know how เรื่องวัตถุดิบและกลิ่นที่ดีอยู่แล้ว ส่วนเราพอเรียนมาก็จะรู้ว่า ทำให้ถูกสุขลักษณะต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นเจ้าแรกที่ขอ อย. ได้ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนมาดูแลกิจการเรียนจบแล้วไปทำงานในโรงนมก่อนก็จะได้ฝึกในเรื่องของจุลชีววิทยา พอเรียนก็ได้ไปดูโรงงานจึงเห็นเรื่องการใช้จุลินทรีย์ในการหมัก เห็นเรื่องกระบวนการทำ มองว่า เหมือนกิจการที่บ้านเรานะ จึงนำมาปรับให้คุณแม่”

จากรุ่นของแม่บุญล้ำที่ทำน้ำปลาร้าบรรจุปี๊บขายในตลาดโดยใช้ชื่อโรงงาน “เพชรดำค้าปลาร้า” ชื่อ “เพชรดำ” เป็นฉายาของคุณพ่อที่เคยเป็นนักมวยเก่า จึงนำชื่อนี้มาเป็นชื่อทางการค้า ส่วนน้ำปลาร้าแม่บุญล้ำเมื่อตั้งบริษัทจึงขอติดชื่อเพชรดำไว้ และปรับให้เรียกง่ายมากขึ้นเป็น “เพชรดำฟู้ดส์”

‘น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ’ โกยยอดขายปีละ ‘70 ล้านขวด’ จากรุ่นยายหมักใส่ปี๊บขายตลาด สู่รายได้ 1,172 ล้าน

รสชาติ-คุณภาพ-ใส่ใจลูกค้า เป็นจุดแข็ง คู่แข่งเยอะแต่ “แม่บุญล้ำ” ยังอยู่ได้

ปี 2557 ที่อ้อมคิดทำแบรนด์น้ำปลาร้าปรุงสุก ช่วงนั้นมีแบรนด์น้ำปลาร้าเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะก่อนปี 2560 “อ้อม” บอกว่า มีมากถึง 200 แบรนด์ แต่จนถึงวันนี้ก็ล้มหายตายจากจนเหลืออยู่หลักสิบ การแข่งขันในตลาดจึงเป็นเรื่องปกติที่เจอตั้งแต่เริ่มต้น ข้อดีคือทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกหลากหลาย “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” มีหน้าที่ทำให้ดีที่สุด ต้องเพิ่มทั้งมาตรฐานและความหลากหลายของรสชาติ รวมถึงโฟกัสสิ่งที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเติม

แม้คู่แข่งจะเติบโตแต่ขณะเดียวกัน “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ก็เติบโตด้วย อ้อมมองว่า จุดแข็งและข้อดีของแบรนด์นอกจากเรื่องรสชาติและคุณภาพ คือการมีซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นของตัวเอง การหมักและกลิ่นของปลาร้าที่มีความเฉพาะตัว รู้หมดว่า ปลาชนิดนี้หมักแล้วจะได้แบบไหน ปรุงอย่างไรจึงจะถูกใจลูกค้า เป็นสิ่งที่สั่งสมจากประสบการณ์ตั้งแต่รุ่นคุณยายจนถึงลูกหลาน

นอกจากน้ำปลา 3 สูตรหลักๆ ที่ติดโผขายดี ล่าสุดก็มีออกสินค้าใหม่เป็น “น้ำปลาร้าสูตรมะกอก” อีสานแท้ๆ จะรู้ดีว่า ส้มตำต้องใส่มะกอกเข้าไปด้วย ซึ่งมะกอกเป็นพืชที่ออกตามฤดูกาล ไม่ได้มีตลอด แบรนด์จึงลองศึกษาเพิ่มเติมและพัฒนาออกมาเป็นสูตรมะกอก แต่ด้วยข้อจำกัดของผลิตผลทางการเกษตรทำให้น้ำปลาร้าสูตรนี้มีไม่เยอะและตอนนี้ก็หมดเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งลูกค้าติดใจและยังคงถามหาเข้ามาเรื่อยๆ จึงวางแผนการผลิตในปีหน้าเพิ่มขึ้น

‘น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ’ โกยยอดขายปีละ ‘70 ล้านขวด’ จากรุ่นยายหมักใส่ปี๊บขายตลาด สู่รายได้ 1,172 ล้าน -ปลาร้าบอง สินค้าอื่นๆ ในพอร์ตนอกเหนือจากน้ำปลาร้า-

ตั้งเป้าส่งออก 30% ขายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ “70 ล้านขวด” อยากเห็น “แม่บุญล้ำ” อยู่คู่ทุกครัว

ปัจจุบัน “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ส่งออกไปแล้ว 20 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 10% เมื่อเทียบกับทั้งพอร์ตโฟลิโอ ภายในปีนี้อยากเพิ่มการส่งออกให้ได้ราว 30% ซึ่งต้องมีอีก 7-10 ประเทศเข้ามาเพิ่มเติม โดยระบุว่า ปีที่ผ่านมาก็มีลูกค้าจากต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาพูดคุยเยอะขึ้น

“อ้อม” บอกว่า รวมทั้งในประเทศและส่งออกตลอดทั้งปี “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ทำยอดขายปีละไม่ต่ำกว่า 70 ล้านขวด สินค้าที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นน้ำปลาร้า ส่วนความฝันในรุ่นตัวเองที่อยากดันไปให้ถึง คือการพา “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” เป็นเครื่องปรุงที่อยู่คู่ทุกครัว ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหารพื้นถิ่นหรืออาหารทุกจานก็สามารถปรับเข้ากันได้ 

ที่ผ่านมา “อ้อม” ทำการตลาดด้วยการชูให้เห็นว่า น้ำปลาร้าเข้าไปอยู่ได้แม้กระทั่งการทำ “ไข่เจียว” หรือ “สปาเกตตี้” ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นเมนูตำหรือยำเท่านั้น สามารถนำไปเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูอื่นๆ ได้ หรือจะเป็นซาชิมิแซลมอนก็กินคู่กับวาซาบิแทนที่โชยุได้เช่นกัน 

ทั้งนี้ สำหรับสัดส่วนส่งออกที่เพิ่มขึ้น “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ยังไม่คิดตั้งโรงงานที่ต่างประเทศ ยืนยัน ขอใช้ไทยเป็นฐานผลิต ด้วยความตั้งใจอยากส่งเสริมการจ้างงานในจังหวัดบ้านเกิด พัฒนาซัพพลายเออร์ให้โตไปพร้อมกับแบรนด์ คู่ค้าบางเจ้าอยู่คู่มาตั้งแต่รุ่นคุณแม่นาน 40 ปี ตนเองเกิดและโตที่กาฬสินธุ์ก็อยากให้คนในบ้านเกิดโตไปด้วยกัน