หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คือการเติบโตของสินค้า AI โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพแนวโน้มการขยายตัวของสินค้า AI อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านความหลากหลายของสินค้าและศักยภาพในการสร้างยอดขาย ซึ่งสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจซื้อในยุคปัจจุบัน
และนับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดมือถือ สินค้าไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย มูลค่ารวม 250,000 - 270,000 ล้านบาท ให้มีการขยายตัวต่อเนื่อง เฉลี่ยระดับ 3-5% ต่อปี
"พัฒนาการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI จากเดิมที่เป็นเพียงนวัตกรรม หรือ ฟีเจอร์เสริมในสินค้า สู่การเป็น ‘Intelligence Platform’ ซึ่งทุกวันนี้ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสั่งงานอัตโนมัติ หรือการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นเทคโนโลยีที่เข้าใจบริบทของผู้ใช้ เชื่อมโยงประสบการณ์การใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ตั้งแต่การดูแลบ้าน การทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงความบันเทิง ส่งผลให้ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น
สินค้า AI โตก้าวกระโดด ดันยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ จะเห็นว่า สินค้า AI มีการเติบโตอย่างชัดเจนในด้านความหลากหลายของสินค้า หรือจำนวน SKU ในปี 2567 สินค้า AI มีสัดส่วน SKU อยู่ที่ 14% ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในปี 2568 และขยายตัวต่อเนื่องสู่ 30% ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำต่างเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าในหลากหลายหมวดหมู่ ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มือถือ ทีวี คอมพิวเตอร์ แกดเจ็ต ไปจนถึงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์
ในด้านยอดขาย สินค้า AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน ในปี 2567 สร้างยอดขาย 28% ของยอดขายรวมทั้ง เพาเวอร์ มอลล์ POWER MALL (เพาเวอร์ มอลล์) ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตสูงมากกว่า 50% ในปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีอัจฉริยะมากขึ้น
การเติบโตทั้งในมิติของ SKU และยอดขายของกลุ่มสินค้า AI ตอกย้ำให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นทิศทางสำคัญของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต
“ปัจจุบันสินค้า AI ของเพาเวอร์มอลล์ มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของกลุ่มสินค้าพรีเมียม และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้จำหน่ายสินค้า แต่ต้องการเป็น ‘Destination’ ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัส ทดลอง และค้นพบประสบการณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้จริง”
ย้ำ Strategic Positioning ปักหมุดผู้นำ “AI Retail & Innovation Destination
“เพาเวอร์ มอลล์” เดินหน้าตอกย้ำ Strategic Positioning ในฐานะผู้นำ“AI Retail & Innovation Destination” ครอบคลุมตลาดมือถือ ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเทคโนโลยี โดยช่วงครึ่งปีหลังจะมีบิ๊กอีเวนต์ “ฟุตบอลโลก 2026” เพาเวอร์ มอลล์ กระตุ้นกำลังซื้อ โดยจัดแคมเปญใหญ่มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้านวัตกรรม AI ครบวงจร "POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE 2026" ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.-2 ส.ค. ในคอนเซปต์ “AI LIFE+ SMARTER LIVING, BETTER LIFE” รวบรวมสินค้าและนวัตกรรม AI จากแบรนด์ชั้นนำมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริง ครอบคลุม 5 มิติหลักของชีวิตผู้บริโภคในสังคมปัจจุบัน ประกอบด้วย
· LIVING+ การใช้ชีวิตในบ้านที่เปี่ยมคุณภาพมากยิ่งขึ้น เช่นตู้เย็น AI Energy Saving ที่ AI ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยรักษาความสดพร้อมประหยัดพลังงาน
· PRODUCTIVITY+ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มี AI Dual Screen Workflow หน้าจอคู่ ช่วยเปิดหลายงานพร้อมกัน ทำงาน ประชุม และจัดการ Workflow ได้สะดวกยิ่งขึ้น
· CREATIVITY+ ยกระดับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คหน้าจอคู่ OLED 3K อัจฉริยะ ช่วยจัดการงาน สตรีม เล่นเกม และครีเอทคอนเทนต์พร้อมกันได้แบบมือโปร
· WELLBEING+ ดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว กับเครื่องซักผ้าระบบ AI Smart Control อัจฉริยะควบคุมการซักอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในทุกการใช้งาน
· ENTERTAINMENT+ ทีวี AI ช่วยปรับสี และรายละเอียดภาพแบบเรียลไทม์ เรียนรู้การใช้งาน พร้อม AI ช่วยแนะนำคอนเทนต์และปรับภาพเสียงอัตโนมัติ เพิ่มประสบการณ์บันเทิงที่สมจริงมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งในไฮไลต์ของการจัดงานครั้งนี้ คือโซน “POWER MALL FIRST” ชั้น 4 พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ พื้นที่เปิดตัวสินค้า AI และนวัตกรรมล่าสุดครั้งแรกในประเทศไทย อาทิ Samsung Micro RGB 4K สัมผัสพลัง AI และแสงสีอันเหนือระดับ, LG OLED evo AI ตัวเครื่องบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร แนบสนิทไปกับผนังเหมือนเป็นงานศิลปะ และ Asus Zenbook Duo, ROG Zephyrus DUO หน้าจอคู่ OLED ช่วยจัดการงาน สตรีม เล่นเกม และครีเอทคอนเทนต์ได้แบบมือโปร
รุก Home Entertainment รับกระแสฟุตบอลโลก
ขณะเดียวกัน "เพาเวอร์ มอลล์" ยังรุกหนักตลาด Home Entertainment รับกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยเฉพาะกลุ่ม Ultra-Large Screen TV ขนาด 75–100 นิ้วขึ้นไป จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมรับชมการแข่งขันจากบ้านมากขึ้น และต้องการสร้าง “Home Stadium Experience” ที่ให้ทั้งภาพ เสียง และบรรยากาศเสมือนอยู่ในสนามจริง ตอกย้ำการเป็น “DESTINATION FOR ULTRA-LARGE SCREEN TV” ศูนย์รวมทีวีจอใหญ่ครบที่สุดในกลุ่มห้างสรรพสินค้า
ด้วยการเปิดพื้นที่โซนใหม่ “100 INCHES CLUB” ที่สาขาพารากอน ที่รวบรวมทีวีจอใหญ่ขนาด 100 นิ้วขึ้นไป ไว้ในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งยังจัดแคมเปญ “POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE แมตซ์มันส์ สนั่นจอ” ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.- 19 ก.ค. รวมถึงพื้นที่กิจกรรมพิเศษ ที่แกรนด์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 15 - 24 มิ.ย. ซึ่งออกแบบให้เป็น Experience โซน ผสานทั้งโซนกิจกรรมทางด้านกีฬาและฟุตบอล โซนทดลองสินค้า เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับกลุ่มทีวีจอใหญ่เฉพาะในงาน เพื่อสร้าง Shopping Experience และ Engagement อย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก
ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15%
สำหรับแคมเปญ POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ และสินค้าไอที ลดสูงสุด 50% ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน พร้อมรับ M Cash Coupon รวมสูงสุด 21,500 บาท และเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 45,000 บาท กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ยอดซื้อภายในงานยังสามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์เพิ่มจากแคมเปญ “Bangkok Shopping Festival 2026” ช้อปรักกรุง ทั้งส่วนลด เครดิตเงินคืน และสิทธิพิเศษต่างๆ ตามเงื่อนไข ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความคุ้มค่าของลูกค้า โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 15%
บิ๊กแคมเปญครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งจากพลังของสินค้า AI กระแสฟุตบอลโลก การขยายพื้นที่จัดงาน รวมถึงโปรโมชั่นและบริการที่ตอบโจทย์ พร้อมเดินหน้ายกระดับ เพาเวอร์ มอลล์ สู่ “AI Destination & Ultra-Large TV Destination” อย่างเต็มรูปแบบ


