ในสมรภูมิค้าปลีกย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรีที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด "เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน" วางกลยุทธ์ที่เหนือกว่าการเป็นเพียง "ศูนย์การค้า" โดยมุ่งยกระดับสู่ “Life Ecosystem” หรือระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด “เสาหลักแห่งวิถีชีวิต” (Pillar of Lifestyle) ที่เติบโตเคียงคู่กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
พร้อมรวบรวมทุกความต้องการไว้ในที่เดียวโดยไม่ต้องเดินทางเข้าใจกลางเมือง มีครบทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ร้านอาหารยอดนิยม ศูนย์รวมไอที อาณาจักรความงาม และบริการเสริมต่างๆ เช่น ที่จอดรถอัตโนมัติ รถรับ-ส่งฟรี อำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ครอบครัวยุคใหม่และตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชันในย่านนี้
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การเดินหน้าพัฒนา "เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน" ให้เป็นศูนย์การค้าที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนเมือง ยกความสะดวกสบายครบทุกโหมดไลฟ์สไตล์ ทั้ง กิน ใช้ชีวิต ช้อป ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของทุกเจเนอเรชั่น
วันนี้ "เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน" จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชอปปิง แต่คือ “เสาหลักแห่งวิถีชีวิต” ที่เติบโตไปพร้อมกับ กรุงเทพฯตอนเหนือ และชาวนนทบุรีมายาวนาน เป็นสถานที่แรกเมื่อต้องการความสุข ความครบครัน ครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้แบบ Seamless Inter-generational Living
ประกอบกับ "ทำเล" ที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ทำให้ช่วยลดเวลาในการเดินทาง ครอบครัวสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จึงไม่ใช่แค่การรีโนเวต แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต เพื่อประสบการณ์ระดับสากลได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ โดยมีแบรนด์และบริการที่ครบถ้วนที่สุดในย่าน และเป็นที่มาของแคมเปญ "ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน" ที่จะสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และช่วยตอกย้ำประสบการณ์ "อิ่ม ฟิน ช้อป" ให้คนทั้งย่านได้ยิ้มใหญ่มากขึ้นอีกระดับ กับความสุข และความครบครันที่มากกว่าเดิม
"ในยุคที่ทุกนาที คือความหมายของการใช้ชีวิต เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ก้าวข้ามความเป็น ‘ศูนย์การค้า’ ไปสู่ความสุขที่ย่านนี้ต้องการจริงๆ กับประสบการณ์ชีวิตระดับใจกลางเมือง โดยไม่ต้องออกจากย่านในวันหยุดได้เรียกว่ายกระดับให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า สู่การเป็น 'Life Ecosystem' ที่สมบูรณ์ที่สุดของคนนนทบุรี"
กลยุทธ์ One Complete Lifestyle Destination: ยกมาตรฐานเมืองมาไว้ใกล้บ้าน
หัวใจสำคัญของการปรับตัวครั้งนี้คือการส่งมอบคุณค่าประสบการณ์ชีวิตระดับย่านใจกลางเมืองให้เกิดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “ครบ จบ ใกล้บ้าน ในมาตรฐานระดับเมือง” เพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของลูกค้าที่ไม่ต้องการเสียเวลาเดินทางเข้าเมืองในช่วงวันหยุด โดยมีจุดแข็งที่ถูกสร้างขึ้นผ่าน 5 แกนหลักสำคัญ
CITY-LEVEL DINING นำร้านอาหารแบรนด์ดังระดับแม่เหล็กที่ปกติพบได้เฉพาะในใจกลางเมืองมาไว้ในย่านนี้ เช่น CHAGEE, MO-MO-PARADISE, OH! JUICE และ SUSHIRO เป็นต้น
COMPLETED LIFESTYLE BRANDS รวบรวมแบรนด์ชั้นนำทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่ Beauty Hall บิวตี้แลนด์มาร์คที่มีแบรนด์ระดับโลกอย่าง CHARLOTTE TILBURY และ YSL BEAUTY ไปจนถึง Power Mall ที่เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ กว่า 200 แบรนด์ บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. รวมถึงแบรนด์แฟชั่นระดับสากลที่ครบครันสำหรับทุกเจเนอเรชัน
FAMILY DESTINATION สร้าง Ecosystem สำหรับครอบครัวที่แท้จริงด้วย Magnet สำคัญอย่าง สวนน้ำ Fantasia Lagoon, HarborLand และ SF Cinema ซึ่งเชื่อมโยงการใช้ชีวิตของคนทุกวัยแบบ Seamless Inter-generational Living,
GOURMET MARKET ยกระดับสู่การเป็น Everyday Premium Living นำเสนอวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุดจากทั่วโลกให้คนในย่านนี้เข้าถึงได้ทุกวัน
SMART CONVENIENCE. EXCEPTIONAL SERVICE เน้นบริการที่เข้าใจวิถีชีวิตคนพื้นที่ เช่น ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ (Auto Parking) และรถตู้รับ-ส่งฟรีจาก MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข
“ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” กลไกสร้างความผูกพันและกระตุ้นการเติบโต
เพื่อตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางของย่าน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ได้ส่งแคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสุขและความคุ้มค่าตลอด 111 วัน กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ให้สิทธิประโยชน์ทางการเงินผ่านการแจก M Point รวม 10 ล้านคะแนน และคูปองส่วนลดต่างๆ แต่ยังรวมถึงการสร้าง Experience Marketing ผ่านอีเวนต์ที่หมุนเวียนตลอดทุกเดือน เช่น งาน “Platform613” สำหรับสายลี้ลับ และ “Cha Cha Cha Panda Town” สำหรับคนรักชา
การขยับตัวครั้งนี้ของเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อครองใจผู้บริโภคในระยะยาว โดยเน้นไปที่การลดช่องว่างด้านคุณภาพ ทำให้ลูกค้าในย่านนนทบุรีและกรุงเทพฯ ตอนเหนือรู้สึกว่าได้รับบริการและสินค้าที่มีคุณภาพ “เท่ากับ” หรือ “ดีกว่า” การเข้าเมือง
การสร้างความสะดวกแบบไร้รอยต่อ โดยใช้ทำเลที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ผสานกับบริการอำนวยความสะดวกที่ใส่ใจ (Exceptional Service) ช่วยสร้างแต้มต่อเหนือคู่แข่ง
ที่สำคัญ การเป็นมากกว่าที่ชอปปิง แต่นิยามตนเองเป็น “บ้านหลังที่ 2” และ “พื้นที่แห่งความสุข” สำหรับทุกเจนเนอเรชัน ช่วยสร้าง Brand Loyalty ที่แข็งแกร่งในระดับชุมชนนั่นเอง


