"ลอรีอัล" ตอกย้ำการเป็นผู้นำสินค้าความงาม ส่งนวัตกรรมโลก "เมลาซิล" ปฏิวัติการดูแลผิวเพื่อผู้บริโภคไทย
“ลอรีอัล กรุ๊ป” ถือเป็นองค์กรด้านความงามเบอร์ 1 ของโลก ยืนหยัดบนสังเวียนธุรกิจสินค้าความงามยาวนานกว่า “ร้อยปี” ปัจจุบัน ยังแข็งแกร่งด้วยการเป็น “บิวตี้ เทค” หรือการตอบโจทย์ความงามให้กับผู้คนทั่วโลกด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
ทว่าจุดแข็งที่แท้จริงของ “ลอรีอัล กรุ๊ป” คือการผสาน “วิทยาศาสตร์” เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์ได้มาซึ่งส่วนผสม (ingredient) ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมอบประสิทธิผลที่ดีในการดูแลความงามของผู้บริโภคตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ล่าสุด “ลอรีอัล กรุ๊ป” ชูความสำเร็จ “เมลาซิล” (Melasyl™) ผลงานนวัตกรรมระดับโลก อันโดดเด่นด้วยโมเลกุลเอกสิทธิ์ที่จะช่วยผู้บริโภคในการจัดการปัญหาเม็ดสีผิวและความดำเฉพาะจุด ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2025” จากนิตยสาร TIME อีกด้วย ที่สำคัญเป็นเพียงส่วนผสมดูแลผิวพรรณ (สกินแคร์) เพียงหนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลดังกล่าวในหมวดความงาม
แพทริก จีโร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา เปิดเผยว่า ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์คือรากฐานสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรมของลอรีอัล กรุ๊ป บริษัทฯ เชื่อว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก จึงได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ความงามหรือบิวตี้ในประเทศไทย ผู้บริโภคมักมีความกังวล 3 ด้านเกี่ยวกับผิวที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ สุขภาพผิว และการใช้ชีวิต ซึ่งปัญหาเม็ดสีและความด่างดำเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้บริโภคชาวไทย ดังนั้น การนำนวัตกรรมโมเลกุล “เมลาซิล” มาผสานในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ “ลอรีอัล ปารีส” และ “ลา โรช-โพเชย์” จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ ล้ำสมัยและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านผิวพรรณที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม “เมลาซิล” สร้างผลกระทบเชิงบวกหรือ Impact ทั้งตลาดบิวตี้ รวมถึงแบรนด์ลอรีอัล ปารีส และลา โรช-โพเซย์ ในประเทศไทยและภูมิภาค เนื่องจากจุดแข็งของแบรนด์ใหญ่คือการมีพลังในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีสู่ภูมิภาค การบุกตลาดครั้งนี้ของ “เมลาซิล” ด้วยชื่อเสียงของ “ลอรีอัล กรุ๊ป” แข็งแกร่งด้านนวัตกรรม คาดว่าจะทำให้ผู้บริโภครู้จักมากยิ่งขึ้น
“ลอรีอัล อยู่ในตลาดประเทศไทยมายาวนาน เราตระหนักถึงความต้องการของผู้บริโภคในการจัดการปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอต่างๆ ที่อาจมาจากปัจจัยความร้อน มลภาวะที่ทำลายผิว จึงต้องการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคเพื่อการดูแลผิวที่ดีขึ้นด้วยนวัตกรรมโมเลกุลเมลาซิล ซึ่งผ่านการศึกษาวิจัยยาวนานเกือบ 20 ปี นวัตกรรมโมเลกุลเอกสิทธิ์ที่ได้การยอมรับ ถูกต่อยอดนำมาใช้งานได้จริงอยู่ในผลิตภัณฑ์ ลอรีอัล ปารีส และลา โรช-โพเชย์ ในประเทศไทยเมื่อปี 2566 เพื่อทำให้สินค้าโดดเด่น ที่สำคัญยังเป็นการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาให้คนไทย และก้าวต่อไปคือการต่อยอดความสำเร็จสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ใส่ใจดูแลผิวพรรณมากยิ่งขึ้น”
Dr. Tarun Chopra หัวหน้าฝ่ายสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ แผนกวิจัยและนวัตกรรม ของลอรีอัล กรุ๊ป ประจำภูมิภาค (SAPMENA) กล่าวว่า แนวทางทางวิทยาศาสตร์ของลอรีอัลตั้งอยู่บนพื้นฐานของกลไกทางชีววิทยาตามธรรมชาติของผิว แม้เมลานินจะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผิว และเป็นตัวกำหนดเฉดสีผิวที่หลากหลายของมนุษย์ แต่ปัจจัยภายนอก เช่น รังสียูวี ที่มีความเข้มข้นสูงและมลภาวะในประเทศไทย สามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตเมลานินมากเกินไปจนนำไปสู่การเกิดความไม่สม่ำเสมอของสีผิวและรอยหมองคล้ำบนผิว
ทั้งนี้ “เมลาซิล” ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการดูแลปัญหาเม็ดสีเฉพาะจุดเหล่านี้ โดยทำงานด้วยกลไกนวัตกรรมใหม่ ด้วยการเข้าไปสกัดกั้นสารตั้งแต่ต้น จึงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันไม่รบกวนกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวตามธรรมชาติอีกด้วย
สำหรับเบื้องหลังวิทยาศาสตร์ Melanin Precursor Melasyl ™ คือผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนายาวนานเกือบ 20 ปี ครอบคลุมการทดสอบโมเลกุลมากกว่า 100,000 ชนิด โดยแตกต่างจากส่วนผสมดูแลปัญหาเรื่องของเม็ดสีแบบดั้งเดิม ในทางกลับกัน “เมลาซิล” ทำงานด้วยกลไกที่แตกต่างออกไปในฐานะ “Melanin Precursor Interceptor”
“ลอรีอัล เราทุ่มเทวิจัยกว่า 20 ปี เพื่อคิดค้นนวัตกรรมโมเลกุล เมลาซิล ที่ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกม หรือ game changer ในด้านวิทยาศาสตร์ เมลาซิลเป็นพลังเอกสิทธิ์ของ ลอรีอัล กรุ๊ป และจากนี้ไปเมลาซิลจะเป็นโมเลกุลสำคัญที่จะเป็นส่วนผสมใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยกลไกการทำงานของเมลาซิล ไม่ทำลายหรือรบกวนกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวตามธรรมชาติ แต่การทำงานเปรียบเสมือนการมีแทงก์น้ำ ให้น้ำไหลได้ปกติ ไม่ปิดกั้น แต่ยังคงให้ผิวผลิตเม็ดสีผิวตามธรรมชาติ แต่ไม่มากเกินไป”
นอกเหนือจากตัวโมเลกุลหลักแล้ว “สูตรผลิตภัณฑ์” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมนี้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง แบรนด์ลอรีอัล ปารีส นำแนวคิด Professional Power Couple เพื่อผสาน “เมลาซิล” เข้ากับ กรดไกลโคลิก และไนอาชิอาไมด์ เพื่อดูแลปัญหาเรื่องของเม็ดสีผิวได้อย่างครอบคลุมในทุกขั้นตอน สะท้อนถึงการนำวิทยาศาสตร์ความงามขั้นสูงมาสู่การดูแลผิวในชีวิตประจำวันสำหรับผู้บริโภคกลุ่มแมสทีจ (Masstige) ในราคาที่เข้าถึงได้ ในขณะที่ลาโรช-โพเซย์ ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำ ยกระดับนวัตกรรมการดูแลผิวด้วยโปรโตคอลครบวงจรที่มี “เมลาซิล” เป็นหัวใจสำคัญทั้งในผลิตภัณฑ์กันแดดและดูแลผิวกาย เพื่อรับมือปัญหาฝ้าแดดและสีผิวไม่สม่ำเสมออย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2569 บริษัทได้เปิดตัว “ลา โรซ-โพเซย์ Mela B3 Dual Body Treatment” ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายรายแรกที่มีส่วนผสม “เมลาซิล” สู่ตลาดความงามของประเทศไทยเป็นครั้งแรกด้วย
ปัจจุบัน ลอรีอัล ประเทศไทย นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลผิวหรือสกินแคร์ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมโมเลกุลเมลาซิล เอกสิทธิ์เฉพาะของ ลอรีอัล กรุ๊ป ครอบคลุม 7 ผลิตภัณฑ์ จาก 2 แบรนด์ความงามระดับโลก อย่าง ลาโรช-โพเชย์ และลอรีอัล ปารีส ดังนี้
- แบรนด์ลา โรช-โพเซย์ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mela B3 ได้แก่ Mela B3 Serum, Mela B3 Cream SPF 30, Mela B3 Micro-Peeling Gel และ Anthelios UVMUNE 400 Anti-Dark Spots Fluid พร้อมเสริมด้วย Mela B3 Dual Body Treatment ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายชิ้นแรกของแบรนด์ ที่ผสานนวัตกรรมโมเลกุล Melasy™
- แบรนด์ลอรีอัล ปารีส ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Glycolic-Bright เช่น Glycolic-Bright Anti-Dark Spot Brightening Serum สูตรปรับปรุงใหม่ และ Glycolic-Bright Matte Luminizing Cream ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ลอรีอัล ประเทศไทย จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่เพิ่มเติม ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมโมเลกุล Melasyl™ (เมลาซิล) เอกสิทธิ์เฉพาะของ ลอรีอัล กรุ๊ป เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรมด้าน สุขภาพผิว และจัดการปัญหาเม็ดสีที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคไทย





