วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ซาโบเตน’ ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนธุรกิจร้านอาหารปี 69 หืดจับ

‘ซาโบเตน’ ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนธุรกิจร้านอาหารปี 69 หืดจับ

ธุรกิจร้านอาหารต้นทุนพุ่ง จากพิษสงน้ำมันที่กระทบจากเหตุสู้ระบในตะวันออกกลาง บิ๊กคอร์ป "กำไรลด" ด้านซาโบเตน ปิดสาขาที่เปิดให้บริการกว่า 15 ปี สะท้อนภาพปี 2569 หืดจับ สังเวียนเริ่มเป็นของเชน รายใหญ่ ส่วนรายย่อยลำบาก

“ซาโบเตน” ร้านทงคัตสึชื่อดัง ประกาศปิดสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์ถาวร หลังเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ ทำให้เหลือร้านบริการลูกค้า 6 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 เดอะพรอมานาด  เจ-พาร์ค ศรีราชา จ.ชลบุรี เทอร์มินอล 21 พระราม 3 เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล พัทยา 

สำหรับ “ซาโบเตน” คือร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทหมูทอด หรือทงคัตสึ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ หรือ ฟาร์มเฮ้าส์ ในฐานะบริษัทแม่ แต่มีบริษัทในเครือดูแลอีกทอดคือ บริษัท เพรซิเดนท์ กรีน เฮ้าส์ ฟู้ดส์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ทศวรรษ 

‘ซาโบเตน’ ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนธุรกิจร้านอาหารปี 69 หืดจับ

ในแง่ผลประกอบการ 3 ปี เป็นดังนี้

-ปี 2568 รายได้รวมกว่า 110 ล้านบาท ลดลง 3.23% มีกำไรสุทธิเพียง 8.84 แสนลาท ลดลงถึง 89.73% 

-ปี 2567 รายได้รวมกว่า 113 ล้านบาท ลดลง 13.39% มีกำไรสุทธิ 8.61 ล้านบาท ลดลง 49.89%

-ปี 2566 รายได้รวมกว่า 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.69% มีกำไรสุทธิ 17.19 ล้านบาท ลดลง 1.1% 

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะ “กำไรสุทธิ” การลดลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย 

แหล่งข่าวธุรกิจร้านอาหาร ให้ความเห็นว่า ปัจจบันสถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารเป็นสังเวียนของยักษ์ใหญ่ที่เป็นเครือข่ายหรือเชน ซึ่งต้องมีความครบครันเป็นจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็น “ครัวกลาง” ทีมบริหารที่แข็งแกร่ง ศักยภาพเงินทุนที่ต้อง “ขยายธุรกิจให้ใหญ่” หรือสเกลได้ต่อไป 

ขณะที่ “ซาโบเตน” ยังต้องพึ่งพาบริษัทแม่ในหลายด้าน ทั้งทีมงาน รวมถึงค่าใช้จ่าย ดังนั้นการที่ธุรกิจจะไปต่อ หากขาดทุน การเลือก “ห้ามเลือด” ด้วยการปิดกิจการ ถือเป็นทางเลือกบริษัทที่ “ไม่ต้องทนเลือดไหล” 

ทั้งนี้ หากมอง สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหาร ปี 2569 โดยเฉพาะห้วงที่เผชิญวิกฤติต้นทุนพุ่งแรง จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ไตรมาส 1 จึงเห็นธุรกิจจำนวนมาก ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารด้วย ที่ผู้ประกอบการหลายราย แบรนด์เล็กใหญ่ “กำไรลดลง” ถ้วนหน้า และปี 2569 รายเล็ก จะอยู่ยากยิ่งขึ้น  

“สังเกตดูแบรนด์เล็กล้มหายตายจาก แบรนด์ที่อยู่ได้ล้วนเป็นเชนเกือบหมดแล้ว เพราะต้นทุนที่พุ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ยาก วัดกันตอนโต้คลื่น ตอนนี้ทุกรายกำไรลดลง เพราะต้นทุนขึ้นแต่อาหารขึ้นราคาไม่ได้ แม้จะมีการลดไซส์ ปริมาณอาหารต่อจานลงก็ตาม อีกด้านคนทานข้าวนอกบ้านน้อยลง แต่เอาเงินไปจมกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์นอกบ้าน โดยเฉพาะคอนเสิร์ต สวนทางสภาพเศรษฐกิจมากๆ” 

นอกจากต้นทุนที่พุ่งขึ้น จะเห็นว่า “ค่าเช่าพื้นที่” เป็นอีกตัวแปรสำคัญของธุรกิจร้านอาหารที่อยู่ในศูนย์การค้า เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีการปรับลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลงานของบิ๊กธุรกิจร้านอาหาร ไตรมาส 1 ปี2569 ล้วน “กำไรลด” บางรายถึงขั้น “ขาดทุน”

‘ซาโบเตน’ ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนธุรกิจร้านอาหารปี 69 หืดจับ

- บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M  มีรายได้จากการขายและบริการ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน ส่วน “กำไรสุทธิ” อยู่ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 70 ล้านบาท หรือลดลง 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยังเป็นกำไรที่ “ลดลง 5 ไตรมาส” ด้วย 

- บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ โอ้กะจู๋ มีรายได้จากการขาย 573.5 ล้านบาท ลดลง 19% “ขาดทุน 30.4 ล้านบาท” เพิ่มขึ้นถึง 147.7% 

- บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,286  ล้านบาท ลดลง 92 ล้านบาท หรือ 7% มีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท หรือ 8%

-บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 419 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน มีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท ลดลง 17%  

- สุกี้ ตี๋น้อย มีรายได้ 2,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% มีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท ลดลง 101 ล้านบาท หรือลดลง 37.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 271 ล้านบาท 

‘ซาโบเตน’ ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สะท้อนธุรกิจร้านอาหารปี 69 หืดจับ

ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG รายได้จากการขายไตรมาส 1 จำนวน 3,193 ล้านบาท เติบโต 1% แต่กำไรสุทธิ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% ซึ่งเป็นไปตามที่แม่ทัพใหญ่เคยประกาศไว้ วิชั่นการเคลื่อนธุรกิจจะ โฟกัสกำไรเป็นหัวใจสำคัญ และซีอาร์จีทำต่อเนื่องมาหลายปี จึงเห็นการปิดบางแบรนด์ ยุติบางสาขาที่ไม่ตอบโจทย์การทำกำไร