วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อาหาร แฟชั่น บิวตี้ ธุรกิจแห่งอนาคตของไทย มอง 4-5 ปียังโตได้ต่อ

อาหาร แฟชั่น บิวตี้ ธุรกิจแห่งอนาคตของไทย มอง 4-5 ปียังโตได้ต่อ

เอสเอ็มอีไทยแกร่ง ผู้ประกอบการหน้าใหม่สร้างกิจการร้อยล้านพันล้าน ซีอีโอ อุ๊กบี(Ookbee) มองธุรกิจแห่งอนาคต 4-5 ปี อาหารไทย แฟชั่น เครื่องสำอางได้ไปต่อ

งานสัมมนา Liberator Investment Forum 2026 โลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator เป็นเวทีที่หยิบยกประเด็นสำคัญที่มีผลต่อฉากทัศน์ของการลงทุน รวมถึงเทรนด์ ธุรกิจแห่งอนาคต จากบรรดานักธุรกิจ กูรูด้านการลงทุน เพื่อใช้เป็นเลนส์ในการมองหาโอกาสและประกอบการตัดสินใจ

สำหรับหัวข้อ “Hidden Growth Business : ธุรกิจแห่งอนาคต ภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจใหม่” กับการมอง “ไทย” มีธุรกิจที่ซ่อนตัวพร้อมสร้างการเติบโตประหนึ่งอัญมณีเม็ดงาม การมองผลกระทบของ 2 มหาอำนาจงัดข้อชิงผู้นำโลก การมาของเทคนโลยีปัญญาประดิษฐ์(เอไอ)เข้าสู่ยุคฟองสบู่หรือยัง ผ่านมุมมองของนักลงทุนชั้นนำ

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Ookbee แพลตฟอร์ม E-book และผู้จัดการกองทุน 500 TukTuks และ BMB Capital Partners เปิดเผยว่า หากมองประเทศไทย ธุรกิจที่เป็น Hidden Growth ยังเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) หากมองลึกเป็นหมวดหมู่ จะเห็นว่าหลายปีที่ผ่านมา มีจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น การไลฟ์สด เครื่องสำอาง หรือเจาะจงแบรนด์ ได้แก่ มิซึมิ(MIZUMI) ลากลาส(La Glace) เจนเทิลวูแมน(GENTLEWOMAN) ยืดเปล่า(YuedPao) ที่เกิดเร็ว เกิดเป็นดอกเห็ด และสร้างอาณาจักรร้อยล้านพันล้านบาทอย่างรวดเร็ว

ส่วนกิจการที่ร้อนแรงและสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงมีโอกาสขยายตัวต่อใน 4-5 ปีข้างหน้า ยังมองไปที่กิจการเชื่อมโยงอำนาจละมุนหรือ Soft power เป็นเกลียวคลื่นของธุรกิจเหล่านี้ ทั้งเครื่องสำอางสินค้าความงามของไทย(T-Beauty) อาหารไทย เครื่องดื่ม ฯ แต่การที่กิจการจะเติบใหญ่ เข้าตลาดระดมทุนได้ จิ๊กซอว์สำคัญคือการที่มีผู้ประกอบการรุ่นก่อนที่อาจจะมั่งคั่งแล้วเลิกหรือขายกิจการ(Exits) ใส่เงินทุนหมุนเวียนกลับเข้าไป หรือเป็นการลงทุนต่อให้กับธุรกิจรุ่นถัดไป

ทั้งนี้ 10 ปีที่ผ่านมา ไทยอาจฝันเป็นซิลิคอนวัลเลย์ มีสตาร์ทอัฟเติบใหญ่ แต่หากพิจาณาจะพบว่ามีกิจการระดับพันล้านบาทไม่ถึง 10 บริษัท สะท้อนการฝืนสร้างคลื่นใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจ

แม้ไทยจะมีเอสเอ็มอีที่เสมือน Hidden Growth หากพิจารณารายได้หลักร้อยหรือพันล้านบาท แต่ “กำไร” น้อยหลักล้านบาท หากต้องไปแข่งขันในต่างแดน เช่น ลุยตลาดแดนมังกร เมื่อต้องทุ่มเงินลงไป เงินจำนวนดังกล่าวอาจเท่ากับเม็ดทราย ซึ่งธุรกิจไทยจะไปต่อการสร้าง “ทีมชาติ” เป็นอาวุธสำคัญ ในการผลักดันธุรกิจไม่ว่าจะเป็น T-Pop T-Fashion Thai Food T-Beauty ฯ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่สร้าง K-Pop ทรงอิทธิพลในระดับโลก

“ไทยควรผสมมุมมองแบบเกาหลีใต้ ผสานวัฒนธรรมเพื่อส่งออกธุรกิจไปในตลาดโลก”

ท่ามกลางเทคโนโลยีเอไอก้าวหน้า ด้านการลงทุนถูกตั้งคำถามถึง “ฟองสบู่” หรือไม่ “ณัฐวุฒิ” ให้มุมมองว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว อีกด้านทุกคนกำลังอยู่ในฟองสบู่ด้วย เพียงแต่ต่างจากอดีต เช่น ยุคดอทคอม ที่เห็นภาพชัดมีราคาแต่ไม่มีผู้ใช้งาน ขณะที่ “เอไอ” ยุคนี้มีผู้ใช้มหาศาล และเห็นประโยชน์อย่างชัดเจนในการใช้งาน ที่สำคัญยังคงเติบโตด้วย

“เอไอ bubble ไหม..วันนี้เราอาจอยู่ในนั้น แต่ต่องให้ bubble หรือ burst แต่ไม่น่าจะเลวร้าย เพราะมีคนใช้งานอยู่ ได้ไปต่อแน่นอน”

มิติการลงทุนท่ามกลางฟองสบู่ มักถูกมองเป็นโอกาส หากเลือกให้ถูกฝั่ง และออกในจังหวะที่เหมาะสม

“นักลงทุนทำเงินได้มากสุดคือตอนเกิดวิกฤติ หรือมีฟองสบู่ สิ่งสำคัญคือการเข้าไปแล้วออกทัน”