วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กูร์เมต์ อีทส์ ลุย Hungry Journey #4 อัดฉีดพ้อยต์สองเท่า Double Day (5.5/6.6) กระตุ้นใช้จ่าย

กูร์เมต์ อีทส์  ลุย Hungry Journey #4  อัดฉีดพ้อยต์สองเท่า Double Day (5.5/6.6) กระตุ้นใช้จ่าย

ในสมรภูมิธุรกิจค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต และอาหาร ที่มีการแข่งขันสูง การดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเพียงครั้งเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป กูร์เมต์ อีทส์ (Gourmet Eats) ภายใต้เครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป  จึงเดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Food Destination

ด้วยการส่งแคมเปญใหญ่ “Hungry Journey #4” ซึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ผสานเข้ากับระบบ CRM และ Digital Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ เป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Visit)

ศุภวุฒิ ไชย์ประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนา “Food Destination” คือการสร้าง “Ecosystem” ที่ครบ ทั้งสินค้า ร้านอาหาร และแคมเปญ ซึ่ง กูร์เมต์ อีทส์ มุ่งเน้นการใช้แคมเปญเป็นกลไกหลักในการสร้าง Traffic และ Loyalty และต่อยอดด้วยการขยายพอร์ตพันธมิตรร้านอาหารในระยะถัดไป

โดยล่าสุดเปิดแคมเปญ “Hungry Journey #4” ออกแบบภายใต้แนวคิด “Eat–Earn–Engage” เชื่อมโยงประสบการณ์การกินเข้ากับLoyalty Program อย่างไร้รอยต่อ โดยลูกค้าสามารถสะสม “Hungry Point”จากการใช้จ่ายครบทุก 120 บาทต่อใบเสร็จ ภายในพื้นที่ กูร์เมต์ อีทส์ 

กูร์เมต์ อีทส์  ลุย Hungry Journey #4  อัดฉีดพ้อยต์สองเท่า Double Day (5.5/6.6) กระตุ้นใช้จ่าย

ครอบคลุมทั้งโซน Food Hall, Take Home Shop, Gourmet Hall, Food Court และร้านอาหารที่ร่วมรายการ ผ่านการสแกนใบเสร็จบน LINE Official Account @GourmetEats เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์หลากหลาย ตั้งแต่เมนูอาหารยอดนิยม เครื่องดื่ม คูปองเงินสด ส่วนลดร้านค้าพันธมิตร ไปจนถึงสินค้าพรีเมียมลิมิเต็ด “คาแรกเตอร์ Hungry & Friends” และบัตรกำนัลสูงสุด 2,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2569  เปิดให้แลกรับของรางวัลได้ตั้งแต่วันนี้-ถึงวันที่31 ก.ค.2569

"ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลของลูกค้าต่อครั้งมีแนวโน้มลดลง แต่ก็มีความถี่่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของการกำหนดยอดการเข้าร่วมแคมเปญเริ่มต้นที่120 บาท เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้เกิดความต่อเนื่อง”

กูร์เมต์ อีทส์  ลุย Hungry Journey #4  อัดฉีดพ้อยต์สองเท่า Double Day (5.5/6.6) กระตุ้นใช้จ่าย

Eat–Earn–Engage : หัวใจหลักของการสร้าง Ecosystem แห่งความอร่อย 

แนวคิดหลักของแคมเปญนี้ถูกออกแบบภายใต้โมเดล “Eat–Earn–Engage” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์การรับประทานอาหารเข้ากับ Loyalty Program แบบไร้รอยต่อ

Eat (ประสบการณ์การกิน) กูร์เมต์ อีทส์ ใช้ “อาหาร” เป็นแม่เหล็กหลัก (Magnet) โดยคัดสรรความหลากหลายจากร้านค้ากว่า 1,000 ร้าน และเมนูกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งแบรนด์อินเตอร์ระดับโลก ไปจนถึงกลุ่ม Local Street Food ยอดนิยมเพื่อสร้างความหลากหลายตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์

โดยเฉพาะที่ กูร์เมต์ อีทส์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ อาทิ Bread Ahead แบรนด์โดนัทชื่อดังจากลอนดอน เปิดให้บริการวันที่ 30 พ.ค.นี้ Rikyuen แบรนด์มัทฉะเก่าแก่จากญี่ปุ่น เปิดบริการช่วงเดือน มิ.ย. หรือร้าน Slow Butter ครัวซองต์เจ้าดัง เปิดให้บริการอยู่ขณะนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ควบคู่กับการรวบรวมร้านอาหารไทยยอดนิยม เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวแกง ผัดไทย และซีฟู้ด ซึ่งยังคงเป็นแม็กเน็ต สำคัญในการสร้างทราฟฟิก และเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มแมส

Earn (ความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์)  ลูกค้าสามารถสะสม “Hungry Point” ได้ง่ายๆ ผ่านการสแกนใบเสร็จบน LINE Official Account @GourmetEats โดยกำหนดเพดานการสะสมคะแนนเริ่มต้นที่เพียง 120 บาทต่อใบเสร็จ การตั้งยอดขั้นต่ำที่ไม่สูงนักถือเป็นกลยุทธ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีแนวโน้ม “ยอดใช้จ่ายต่อบิลลดลง แต่มีความถี่ในการใช้บริการเพิ่มขึ้น”

Engage (การสร้างปฏิสัมพันธ์) แคมเปญนี้สร้างความสนุกและตื่นเต้นผ่านกิมมิคการแลกรับของรางวัลที่หลากหลาย ตั้งแต่คูปองส่วนลดไปจนถึงของพรีเมียมลิมิเต็ดจากคาแรกเตอร์ Hungry & Friends รวมถึงบัตรกำนัล มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

กูร์เมต์ อีทส์  ลุย Hungry Journey #4  อัดฉีดพ้อยต์สองเท่า Double Day (5.5/6.6) กระตุ้นใช้จ่าย

การตลาดเชิงตัวเลขและพลังของ Data 

กูร์เมต์ อีทส์ ยังนำกลยุทธ์ “Double Day Double Point” มาใช้ในวันที่ 5 พ.ค. (5.5) และ 6 มิ.ย. (6.6) เพื่อเร่งการใช้จ่ายในช่วง Peak Campaign ซึ่งเป็นการตอบรับพฤติกรรม Flash Consumption ของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบแคมเปญเชิงตัวเลข  (Number-driven Promotion)

และมากกว่าการเพิ่ม Traffic เพิ่มยอดขายในระยะสั้น  และสร้าง Customer Engagement แคมเปญ Hungry Journey ยังถูกวางสถานะให้เป็น “แพลตฟอร์ม” สำคัญในการเก็บรวบรวม Data เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ขยายพอร์ตพันธมิตรร้านอาหารและพัฒนาโครงการในอนาคตเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Food & Lifestyle Destination ในระยะยาว!

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของแคมเปญในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากความคุ้มค่าในการแลกสิทธิประโยชน์ ความสนุกของการเล่นเกม รวมถึงความหลากหลายของร้านอาหารมากกว่า 1,000 ร้านค้า รวมกว่า 10,000 เมนู สะท้อนผ่านผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์ CRM ที่เน้นความสนุกและความหลากหลายนั้นมาถูกทาง สำหรับ “Hungry Journey #4” สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยและความคุ้มค่าได้ที่ กูร์เมต์ อีทส์ สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ, เดอะมอลล์โคราช, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์และ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดใช้จ่ายภายในพื้นที่เพิ่มขึ้น และขยายฐานสมาชิกบนโลกออนไลน์ ทั้ง LINE Official Account @GourmetEats รวมถึงโซเชียลมีเดียอื่นๆ

นี่จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญสะสมคะแนนธรรมดา แต่เป็นหมากเกมสำคัญของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อเปลี่ยนให้กูร์เมต์ อีทส์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการซ้ำด้วยความพึงพอใจและผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว