ตลาดความสวยความงามแบรนด์ไทย หรือ “T-Beauty” Product of Thailand โตแรงไม่หยุด! และไม่ได้เป็นเพียงกระแสฉาบฉวยที่มาแล้วจากไป หากมองย้อน 4-5 ปีหลัง จะเห็นแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางสัญชาติไทยเติบโตก้าวกระโดดทั้งในเชิงรายได้และจำนวนลูกค้า รวมถึงมี “ผู้เล่นรายใหม่” แจ้งเกิดจำนวนมาก
ข้อมูล สมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 6-7% ต่อปี จากมูลค่า 70,000 ล้านบาท เมื่อ 20 ปีก่อน ทะยานสู่ “400,000 ล้านบาท” ในปี 2568 สะท้อนศักยภาพแข่งขันของ “แบรนด์ไทย”
“ปัจจุบันแบรนด์ไทยมีความโดดเด่น มีคุณภาพทัดเทียมระดับโลก และมีศักยภาพในรูปแบบของตัวเอง นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรวมพลังแบรนด์ไทยให้เกิดเป็น ‘T-Beauty Power’”
หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ผู้บริหารบิวตี้สโตร์อันดับ 1 ของเมืองไทย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย) ฉายภาพต่อว่า ในฐานะที่ “EVEANDBOY” เป็นบิวตี้สโตร์สัญชาติไทยเจ้าแรกที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และเป็นบิวตี้รีเทลเลอร์รายแรกที่รวบรวมแบรนด์ไทยไว้มากที่สุด มองว่า “T-Beauty” Product of Thailand" มีพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภค
จากฐานข้อมูลของกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในร้าน “EVEANDBOY” พบความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการจับจ่ายชัดเจน โดยเฉพาะการมองหาสินค้า “T-Beauty" Product of Thailand ในฐานะสินค้าที่สะท้อนถึงความเป็นไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง มาตรฐานไม่แพ้แบรนด์ต่างประเทศ นวัตกรรมร่วมสมัย และมาในราคาสมเหตุสมผล จนเกิดการบอกต่อในกลุ่มผู้บริโภคชาวต่างชาติ เชื่อว่าในอนาคตแบรนด์ไทยมีโอกาสเติบโตสู่แบรนด์ระดับโลกได้ไม่ยาก
“T-Beauty” มีสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งเครื่องสำอาง สกินแคร์ น้ำหอม อาหารเสริม อุปกรณ์เสริมความงาม ใน EVEANDBOY มีT-Beauty กว่า 600 แบรนด์ มากกว่า 30,000 รายการ ตั้งแต่ปี 2565-2568 EVEANDBOY จำหน่ายสินค้า T-Beauty ไปแล้วมากกว่า 100 ล้านชิ้น เติบโต 2.5 เท่า เทียบปี 2565
สะท้อนว่า “T-Beauty” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ระยะสั้น! แต่กำลังเติบโตอย่างแข็งแรง และมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต จากความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ ขยายไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว และตลาดต่างประเทศที่ให้ความสนใจแบรนด์ไทยมากขึ้น
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุถึงสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 พบว่า “มาเลเซีย” ครองอันดับ 1 มากถึง 4.8 ล้านคน ตามมาด้วย “จีน” 4.6 ล้านคน “อินเดีย” 2.1 ล้านคน “รัสเซีย” 1.8 ล้านคน และ “เกาหลีใต้” 1.6 ล้านคน
จึงเป็นโอกาสดีที่จะผลักดันให้ “T-Beauty” ก้าวสู่ “T-Beauty Must Buy” ไม่ว่าจะใครได้มาประเทศไทยก็ต้องซื้อเครื่องสำอางไทยกลับไป
แน่นอนว่า ในฐานะ “The World’s T-Beauty Destination” ของ "EVEANDBOY" เจ้าแรกที่รวบรวมแบรนด์ไทยมากที่สุด กำลังต่อยอดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสู่ต่างประเทศอย่างยั่งยืน ปักธง “ประเทศไทย” ศูนย์กลางความงามโดดเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก ผ่านแคมเปญ "EVEANDBOY T-BEAUTY FEST" เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าแบรนด์ไทย ให้ได้รับการบอกต่อ-พูดถึงเป็นวงกว้างให้มากที่สุด ซึ่งได้รวบรวมความโดดเด่นของแบรนด์ไทยมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้เข้ามาทดลองสินค้า สัมผัสประสบการณ์ เลือกซื้อผ่านโปรโมชัน ทำความรู้จักและค้นพบแบรนด์ไทยหลากหลาย ครบถ้วน มากยิ่งขึ้น
“เราต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมสร้างภาพจำของ ‘T-Beauty’ Product of Thailand ให้แข็งแรง เป็นการประกาศความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ไทย ไม่เพียงเป็นโปรดักต์ที่คนไทยเลือกซื้อ แต่ยังอยู่ในสถานะ ‘T-Beauty Must Buy’ ต่างชาติที่แวะเวียนมาเที่ยวเมืองไทย ต้องได้ติดไม้ติดมือกลับไปในฐานะเครื่องสำอางที่ต้องซื้อ เป็นของฝากประจำชาติ”
แม้จะเป็นยุคทองของ “T-Beauty” Product of Thailand แต่ดีกรีการแข่งขันยังคงร้อนแรง คู่แข่งอินเตอร์แบรนด์รุกขยายตลาดในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยต้องวางกลยุทธ์สร้างความโดดเด่น ด้วยการสร้างนวัตกรรมและความรวดเร็วในการตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งด้านภาพลักษณ์ คุณภาพสินค้า ส่วนผสม ความสร้างสรรค์ ความสมเหตุสมผลของราคา ทั้งหมดนี้เป็น “จุดแข็ง” ที่แบรนด์ไทยสามารถหยิบไปต่อยอดพัฒนาโปรดักต์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้
พร้อมเลือกใช้พรีเซนเตอร์ระดับเอเชียหรือระดับโลก ควบคู่การบอกเล่า “Storytelling” ของแบรนด์ เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการขยายกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะ “ฐานแฟนคลับ” ระดับภูมิภาคเอเชีย และตลาดนานาชาติ จะช่วยให้ “T-Beauty” Product of Thailand เติบโตทัดเทียมแบรนด์ต่างประเทศได้ไม่ยาก
หิรัญ กล่าวย้ำว่า “เราอยากเห็นการบอกต่อในกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ การกลับมาซื้อซ้ำ และไม่ว่าใครมาเมืองไทย ต้องมา EVEANDBOY เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของแบรนด์ไทย สะท้อนถึงศักยภาพของ ‘T-Beauty’ Product of Thailand สู่การเติบโตในระดับโกลบอลอย่างแข็งแรงและยั่งยืน”





