นับเป็น “ครั้งแรก” ของโลกที่ AI สามารถช่วยมนุษย์ต่อรองสัญญา โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ แถมยังรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ถือเป็นภาพสะท้อนว่า “ความสามารถ AI” ได้พัฒนาการไปสู่อีกขั้นแล้ว
ชีวิตประจำวันของคนเราทุกวันนี้ เลี่ยงไม่ได้กับการทำสัญญา ไม่ว่าจะเป็น สัญญาว่าจ้าง สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ ฯลฯ ซึ่งปัญหาหนักใจของใครที่ต้องทำสัญญา คือ รายละเอียดที่ซับซ้อน ทั้งยังต้องตรวจบรรทัดต่อบรรทัดว่า ร่างสัญญาที่เขียนรัดกุมเพียงพอไหม มีช่องโหว่ใดบ้าง เพราะถ้ามีช่องโหว่ขึ้นมา ก็สามารถชี้ชะตาแพ้ชนะคดีได้เลย หากเกิดการฟ้องร้องกัน ดังนั้น งานเอกสารสัญญาจึงใช้เวลาจำนวนมากในการร่างและตรวจสอบ
แต่ปัญหาจะทุเลาลง เมื่อ “Luminance” บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สัญชาติอังกฤษ เข้าใจปัญหาหนักอกดังกล่าว จึงพัฒนาระบบ AI แบบ LLM (Large Language Model) ที่ผ่านการเรียนรู้ข้อมูลจำนวนมากขึ้นมา โดยอัลกอริทึมของ AI จะช่วย “เจรจาสัญญา” และ “ตรวจจับความผิดปกติ” ของสัญญาได้เองพร้อมทำสีแดงบริเวณจุดผิดปกติ โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ยกตัวอย่างเช่น ในสัญญาระบุเป็นช่วงระยะเวลา 6 ปี ซึ่งขัดกับนโยบายบริษัท 3 ปี เมื่อ AI ตรวจพบก็จะทำการร่างใหม่ ใส่เงื่อนไขสัญญา 3 ปีแทน 6 ปีให้เลยโดยไม่ต้องร้องขอ
เจเกอร์ กลูไซนา (Jaeger Glucina) ผู้อำนวยการฝ่ายพนักงานและกรรมการผู้จัดการ ของ Luminance กล่าวว่า AI ตัวนี้จะช่วยลดงานด้านเอกสารจำนวนมากที่นักกฎหมายต้องทำในแต่ละวันลงได้
- เจเกอร์ กลูไซนา (เครดิต: managementtoday) -
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความสามารถ AI ดังกล่าวอยู่ในฟีเจอร์ระบบ Autopilot ของบริษัท ซึ่งมนุษย์สามารถตรวจกระบวนการทำงานของ AI ได้ทุกขั้นตอน พร้อมเก็บประวัติการปรับแต่งสัญญาโดยฝีมือ AI ไว้ให้มนุษย์ตรวจย้อนหลัง ที่สำคัญคือ การปรับเนื้อหาโดย AI ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
กลูไซนา ให้ข้อมูลต่อว่า ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ทีมธุรกิจมักต้องรอสัญญารักษาความลับ (Non-disclosure Agreement) ให้เสร็จสิ้นก่อนจากทีมกฎหมาย ซึ่งทีมกฎหมายต้องใช้เวลามากถึง 80% ไปกับการร่างและตรวจสอบเอกสารสัญญา แต่หากสามารถทำให้ขั้นตอนด้านกฎหมายเร็วขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจต่าง ๆ ให้มากขึ้นได้
นอกจากนี้ ระบบ Autopilot ของ Luminance จะค่อนข้างมีความถนัดด้าน “งานสัญญา” มากกว่าแชตบอต ChatGPT จากค่าย OpenAI ที่ได้รับการสนับสนุนโดย Microsoft เพราะ AI ตัวนี้ถูกสร้างสำหรับงานด้านสัญญากฎหมายโดยเฉพาะ ขณะที่ ChatGPT จะเป็นงานแบบทั่วไปมากกว่า
ปัจจุบัน บริษัท Luminance ยังไม่ได้เปิดเผยราคาซอฟต์แวร์ AI ตัวนี้ แต่บริษัทเปิดให้สมัครสมาชิกรายปีแทนสำหรับผู้สนใจใช้บริการ โดยลูกค้าของบริษัทในปัจจุบัน นอกจากบริษัทด้านกฎหมายแล้ว ก็มี Hitachi Vantara ผู้ให้บริการด้านโซลูชันดิจิทัล และ Koch Industries บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น การเกษตร สินค้าบริโภค พลังงานทดแทน อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
อ้างอิง: cnbc, linkedin





