‘สุพัฒนพงษ์’ มั่นใจเศรษฐกิจปี 66 โต4% ปลื้มพาไทยฝ่า ‘วิกฤติโควิด’

‘สุพัฒนพงษ์’ มั่นใจเศรษฐกิจปี 66 โต4% ปลื้มพาไทยฝ่า ‘วิกฤติโควิด’

“สุพัฒนพงษ์”คุยโวผลงาน “พล.อ.ประยุทธ์”นำประเทศฝ่ามหาวิกฤติโควิด-19 มาได้ โดยไม่เสียวินัยการเงินการคลัง เชื่อจีดีพีปี 2566 โตถึง 4% เชื่อการส่งเสริมการลงทุนไทยปี 65 ไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาท และระยะต่อไปจะมุ่งสู่ 1 ล้านล้านบาทต่อปี

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ “อนาคตประเทศไทยปี2566 ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ TOP NEWS ว่า เศรษฐกิจในปี 2566 อาจจะขยายตัวถึง 4% ซึ่งเราไม่เห็นตัวเลข 4% มานานแล้ว โดยที่ผ่านมาตลอด 3 ปี ประเทศไทยไม่ได้เจอวิกฤติธรรมดา แต่เป็นมหาวิกฤติ ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมไม้ร่วมมือทำทุกอย่างให้ฟันฝ่าและรอดพ้นมาได้ จนวันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจทุกอย่างกลับสู่สภาพที่เรียกว่าฟื้นฟูและจะเข้าสู่สภาพเดิมในไม่ช้า ตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างมาก 


“ที่เป็นห่วงนักท่องเที่ยวที่เคยมีถึง 40 ล้านคนต่อปีลดลงเหลือ 2 ล้านคนต่อปี รายได้ย่อมหายไปมหาศาล ถ้าเป็นประเทศอื่นย่อมไม่รอด และรายได้ที่หายไปย่อมกระทบประชาชน รัฐบาลพยายามประคับประคองให้รอดพ้นมาได้จนวันนี้เราถึงเวลาเดินไปข้างหน้าและเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ไม่อยากให้ลืม 3 ปีที่ผ่านมาที่เราร่วมมือฝ่าฟันกันด้วยกันมา

ตอนนี้ประเทศไทยฟื้นตัว ไปถามนักเศรษฐศาสตร์ยืนยันตรงกัน ปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว การบริโภคภาคเอกชนแม้จะถูกกระทบจากราคาพลังงาน และสงครามทางการค้าแต่มั่นใจว่าจะดีขึ้นกว่าปี 2565 ฉะนั้น 2566 จะดีขึ้นและนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้น่าจะได้กมากว่า 20 ล้านคน”

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะที่เราฝ่ามหาวิกฤติของโลก การรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศไทยยังทำได้ดีเสมือนก่อนเกิดโควิด-19 ไม่ได้มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศลดลงไป ต่างประเทศและนักวิเคราะห์ก็ประเมินว่าประเทศไทยทำได้ดี ขณะที่บางประเทศถึงกับมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และที่จะเดินไปข้างหน้าไม่ใช่เดินแบบเดิมอีกต่อไป 
ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายของไทยได้เริ่มตั้งแต่ปี 2565 และจะทำต่อในปี 2556  เป็นการเดินหน้าประเทศไทยอย่างก้าวหน้าควบคู่กับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นการแก้ปัญหาอดีต ปัจุบันและสร้างอนาคต ตลอดเวลาช่วงวิกฤติเราทั้งสู้และเสริมให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ทุกอย่างจะสะดวกขึ้นง่ายขึ้น

 

และโครงสร้างพื้นฐานก็พัฒนาไปมากเพราะรู้ว่าเมื่อพ้นวิกฤติโควิด-19 เมื่อใดสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศไทยฟื้นฟูกลับมาได้เร็ว และได้มีอุตสาหกรรมใหม่ๆด้วย โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าเป็นประเทสแรกๆ ที่ทันทีที่ไทยเริ่มส่งเสริมถูกจับตามองจากต่างประเทศมียอดขายปีที่แล้วทั้งปี 30,000 กว่าคัน เทียบกับประเทศญี่ปุ่นปีที่แล้วทั้งปี 3,000 กว่าคัน 

 ไทยจึงเป็นประเทศต้นๆของโลกที่เปิดใจยอมรับจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ดูแลสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ในปี 2566 จะเห็นการขยายเขตการค้ามากขึ้นและจับต้องได้เป็นประวัติศาสตร์สูงสุดของประเทศไทย ที่เป็นผงงานของที่พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง  คือ ประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งจะทำให้เข้าสู่ตะวันออกกลางและอาฟริกาโดยง่าย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและทำในช่วงวิกฤติด้วย และมีความร่วมมือนับแสนล้านบาทที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยขยายเขตการค้ามากที่สุดเท่าในยุคนี้ ส่วนคนที่ลำบากในช่วงโควิด-19   เป็นมหาวิกฤติที่มีคนเดือดร้อนถึง 12 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลช่วยเหลือมาเรื่อยๆ และไม่เกิน 2 ปีจากนี้คนที่ลำบากจะกลับเข้าสู่สภาพเดิม

ขณะที่รัฐบาลมีนโยบายไหลลื่นเรื่อยๆ อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าประเทศไทยดีขึ้น ปี 2566 ดีขึ้นแน่นอน ขณะที่ราคาพลังงานได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ส่วนการส่งเสริมการลงทุนในปี 2565 มีมากถึง 700,000 ล้านบาทอย่างไม่เคยมีมาก่อน และเชื่อว่าต่อไปถึง 1 ล้านล้านบาทแน่นอน