เช็กลิสต์ 5 ทริกทำคอนเทนต์บน "Tiktok" ช่วยบูสต์ "รายได้" ให้สุดปัง!

เช็กลิสต์ 5 ทริกทำคอนเทนต์บน "Tiktok" ช่วยบูสต์ "รายได้" ให้สุดปัง!

ทุกวันนี้ Tiktok เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยเข้ามา "ขายของออนไลน์" สามารถสร้าง "รายได้" ได้เป็นกอบเป็นกำ ใครอยากขายสินค้าในติ๊กต็อกต้องรู้ 5 ทริกทำคลิปเพื่อเพิ่มยอดการมองเห็นและบูสต์รายได้ให้พุ่งแรงกว่าเดิม

ใครที่เล่นแอปฯ Tiktok อยู่แล้ว คงรู้ดีว่าสมัยนี้หากสามารถทำคลิปได้โดนใจคนดู ก็จะสร้างยอดวิวทะลุล้านวิวได้ไม่ยาก และกลายเป็น 'ดาวติ๊กต็อก' จนมีผู้ติดตามมากขึ้น นำไปสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีรายได้ และมีตัวตนในสื่อสังคมออนไลน์

โดยเฉพาะทุกวันนี้ Tiktok ไม่ได้เอาไว้แค่โพสต์คลิปสนุกๆ อีกต่อไป แต่ยังเปิดโอกาสให้สร้างรายได้ให้แก่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยได้เป็นกอบเป็นกำ

หากอยากลองขายสินค้าในตลาดนี้ต้องรู้ 5 ทริกที่ช่วยเพิ่มรายได้จากแอปฯ ติ๊กต็อกให้สุดปัง ซึ่งกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูลจากงานเสวนาหัวข้อ "Tiktok Commerce" บนเวที Bok teer Beer talk #2 มาให้คนที่อยากสร้างรายได้ด้วยการ "ขายของออนไลน์" มาให้ได้รู้กัน ดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

5 ทริก เพิ่มรายได้จากแอปฯ ติ๊กต็อกให้สุดปัง

1. เลือกทำคอนเทนต์ให้เหมาะกับสไตล์ของตนเอง

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเข้าสู่วงการติ๊กต็อก สิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อนที่จะขายของออนไลน์ในแพลตฟอร์มนี้คือ อยากทำคอนเทนต์สายไหนให้เลือกมุ่งไปสายนั้นให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยแบ่งเป็น 3 แนวทางหลักคือ

  • สายทำช่องเน้นสร้างตัวตน : คอนเทนต์สายนี้จะค่อยๆ ให้ความรู้ สร้างการรับรู้และออกหน้าบ่อยๆ สามารถสร้างตัวตนและสร้างรายได้ทั้งจากการสอดแทรกขายสินค้าในช่องของตน หรือการเป็นอินฟลูเอนเซอร์เน้นเพิ่มยอดวิวเยอะๆ แล้วอาจถูกจ้างรีวิวสินค้าจากแบรนด์สินค้าต่างๆ (ลูกค้าเข้า)
  • สายเน้นขายจริงจัง : เหมาะกับผู้ค้าออนไลน์ที่เน้นการขายสินค้าแบบตรงๆ มีการยิงแอดเพื่อนำไปสู่การเพิ่มยอดขาย ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องมีคนติดตามเยอะ ไม่ต้องมียอดวิวเยอะก็มีโอกาสขายสินค้าเยอะได้
  • สายไฮบริด : ผสมผสานระหว่างสายคอนเทนต์สร้างตัวตนและคอนเทนต์สายเน้นขายแบบตรงๆ

เช็กลิสต์ 5 ทริกทำคอนเทนต์บน "Tiktok" ช่วยบูสต์ "รายได้" ให้สุดปัง!

2. ต้องรู้กลุ่มเป้าหมายหลักใน Tiktok

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใน TikTok จะมี 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มคนที่เล่นติ๊กต็อกอยู่แล้ว หมายถึงคนที่ทำคอนเทนท์ต่างๆ มาโพสต์บนแอปฯ นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่นหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่างๆ

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มผู้ชม หมายถึงคนที่เข้ามาดูคลิปต่างๆ โดยที่ไม่ได้เล่นติ๊กต็อก ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นทาร์เก็ตของคนที่อยากขายของเพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง เน้นดูคลิปและซื้อของอย่างเดียว ไม่ได้ผลิตคอนเทนต์มาโพสต์ขึ้นในแอปฯ 

 

3. สายขายตรงเน้นปล่อยคลิปจำนวนมาก

สำหรับสายทำคอนเทนต์สร้างตัวตน ไม่ค่อยมีข้อจำกัดมากเท่าไร ทั้งในเรื่องจำนวนคลิปและความถี่ แต่ก็ควรปล่อยคลิปให้สม่ำเสมอ แต่ในส่วนของสายค้าขายแบบจริงจัง เน้นขายตรงๆ นอกจากต้องทำคอนเทนต์มาปล่อยให้ต่อเนื่องแล้ว ยังต้องเพิ่มความถี่ให้มากขึ้นด้วย โดยมีทริกสำคัญคือ 

  • เตรียมคลิปจำนวนมากไว้ก่อน : การสร้างการมองเห็นให้ลูกค้าใน Tiktok รับรู้ได้รวดเร็วนั้น ต้องขยันโพสต์คลิปสั้นจำนวนมาก ต้องเตรียมคลิปไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 คลิป แล้วทยอยปล่อยคลิปให้ได้ 3-7 คลิปต่อวัน หลังจากนั้นให้ทยอยผลิตคลิปเพิ่มเพื่อโพสต์ในช่องให้ต่อเนื่องเรื่อยๆ 
  • การปล่อยคลิปเน้นตลอดทั้งวัน : ทยอยปล่อยคลิปทั้งช่วงเช้า กลางวัน เย็น ยิ่งปล่อยคลิปถี่ๆ ต่อวัน ก็จะยิ่งสร้างโอกาสเข้าถึงคนดูและสื่อสารได้ตรงใจคนดูได้มากกว่าช่องที่ปล่อยคลิปน้อย

4. จำกัดเวลาในคลิปให้สั้น เล่าเรื่องให้ครบ

ในการทำคอนเทนต์แต่ละคลิปควรยาวไม่เกิน 30-45 วินาที ต้องสั้นและกระชับ แต่ก็ต้องเล่าข้อมูลให้ครบถ้วนด้วย โดยรูปแบบที่เป็นที่นิยมใช้กันคือ เริ่มเล่าจากปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอในชีวิตประจำวัน แล้วนำเสนอสินค้าที่จะช่วยแก้ปัญหานั้น บอกไปตรงๆ ว่าขายอะไร มีส่วนผสมหรือคุณสมบัติอย่างไร มีวิธีการสั่งซื้ออย่างไร เป็นต้น

ทั้งนี้ ควรรู้ว่าหลักสำคัญในการทำคอนเทนต์เพื่อขายสินค้า ต้องพิจารณาว่าต้องการขายให้ใคร โดยเฉพาะหากคอนเทนต์นั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ควรมีการให้ความรู้และให้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เพิ่มเติมก็จะยิ่งจุดกระแสติดได้ง่าย โดยสามารถทำได้ทั้งคอนเทนต์ใหม่ หรือทำคอนเทนต์ที่ต่อยอดจากการตอบคอมเม้นต์ของคนที่มาถามในเมนต์ก่อนหน้าก็ได้ แต่หัวใจสำคัญคือ “ทำยังไงก็ได้ให้คนดูคลิปจนจบให้ได้”

เช็กลิสต์ 5 ทริกทำคอนเทนต์บน "Tiktok" ช่วยบูสต์ "รายได้" ให้สุดปัง!

5. ฝึกใช้เครื่องมือช่วยขายในแอปฯ อื่นๆ จาก TikTok

ปัจจุบันมีอีก 2 แอปฯ ที่เป็นเครื่องมือช่วยขายในแพลตฟอร์ม คือ TikTok Seller เครื่องมือจัดการร้านค้า และ TikTok for Business ที่มีโมเดลคล้ายกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์เจ้าอื่น กล่าวคือ มีการคิดค่าคอมมิชชั่น 3% มีบริการส่งสินค้าให้ฟรี และมีโค้ดส่วนลด ซึ่งทั้ง 2 แอปฯ สามารถเชื่อมกับ Account TikTok ที่ทำคอนเทนต์อยู่แล้วได้เลย และอีกไม่นานหลังจากนี้ TikTok จะมีการปรับให้มีเมนูร้านค้าเกิดขึ้น ทำให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นด้วย

ข้อควรระวัง : Tiktok ไม่สนับสนุนการขายสินค้าของมีคม, การละเมิดสิทธิเด็ก(เห็นหน้าเด็ก/เด็กแก้ผ้า), ยาลดน้ำหนัก โดยจะไม่อนุญาตให้บูสโพสต์/ยิงแอดให้สินค้านั้นๆ

-----------------------------------------

อ้างอิง : ณัฐพงษ์ ทองประเสริฐ, วศิน พรวิจิตรจินดา จากงานเสวนา "Tiktok Commerce" (6 ก.ย. 65)