“จุรินทร์” โว ยุคนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรดี ย้ำเดินหน้าผลักดันการส่งออกนำเงินเข้าประเทศ เผยเตรียมทำหน้าที่เซลล์แมนประเทศบุกตลาดซาอุ เปิดการค้า ซื้อปุ๋ยราคาพิเศษ ต่อด้วยไปมองโกเลยตั้ง JTC ร่วมไทย-มองโกเลีย พร้อมมอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่น 31 รางวัล
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน มอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่นประจำปี 2565 พร้อมกับปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน (Enchancing The Dots) ในการส่งเสริมการส่งออก การค้าชายแดน การบริโภคภายในประเทศ เพื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลสมาคมการค้าดีเด่นจำนวน 31 โล่รางวัล ซึ่งจะเป็นรางวัลสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจที่ดีให้กับสมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการตามเกณฑ์มาตรฐานสากลกระตุ้นให้สมาคมการค้าพัฒนาองค์กรนำพาธุรกิจฟันฝ่าอุปสรรคและให้ธุรกิจให้สามารถเติบโตตามมาตรฐานธุรกิจสากลได้ต่อไป อย่างมีศักยภาพ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอีกทางหนึ่งของประเทศ
จีดีพีในปีที่ผ่านมาเป็นตัวชี้ว่าเราจะต้องเดินอย่างไร โดยในปี 2564 การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของจีดีพี โดยมีสัดส่วนถึง 52% การลงทุนในประเทศ 30% และการใช้จ่ายภาครัฐ 18% ดังนั้นการขับเคลื่อนการบริโภคมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในส่วนกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ที่ตนรับผิดชอบคือการทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดภายใต้ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์หรือกรอ.พาณิชย์ และหลักคิด “รัฐหนุนเอกชนนำ” ซึ่งการขับเคลื่อนราคาพืชผลการเกษตรเพื่อให้เม็ดเงินลงสู่คนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศจะได้มีกำลังซื้อ ราคาพืชผลเกษตรตัวสำคัญของประเทศมีผลมาก ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ราคาพืชเกษตรเฉลี่ยดีขึ้นทุกตัว ข้าวเปลือกจ้าวเกวียนละ 9,500 บาท มันสำปะหลัง 3 บาทกว่าต่อกก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 10-12 บาทต่อกก. ยางพารา ยางแผ่นดิบ 50-60 บาทต่อกก. น้ำยางข้น 51-53 กว่าบาทต่อกก. ขี้ยาง 23-25 บาทต่อกก. ปาล์มน้ำมัน 6-8 บาทต่อกก.
ขณะที่ราคาผลไม้ในยุคนี้ก็ราคาดีมาก แม้ว่าในปีที่แล้วการส่งออกไทยจะมีปัญหา โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดหลัก เนื่องจากการที่จีนใช้นโยบาย Zero Covid แต่เราก็แก้ปัญหาได้ด้วยนโยบายเชิงรุกและเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน กำหนดมาตรการตั้งแต่เบื้องต้น 17+1 มาตรการ และแก้ปัญหาระบบโลจิสติกส์ ปรับจากทางบก มาใช้ทางเรือและทางอากาศมากขึ้น การส่งออกผลไม้คล่องตัวขึ้น
เมื่อราคาพืชผลทางการเกษตรดี ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะภาคการเกษตรทำให้เกษตรกรมมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย และหากพืชเกษตรราคาตกก็มีโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำมา 3 ปี ขึ้นปีที่ 4 แล้ว ทำให้เกษตรกรมีหลักประกันจากการขายในตลาดและเงินส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน ทำให้เม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบคล่องตัวขึ้น เป็นหลักให้เกษตรกรมั่นใจ
ด้านการท่องเที่ยวจะตั้งเป้าปีนี้นักท่องเที่ยว 10 ล้านคน จากเดิม 40 ล้านคน จะมาช่วยกระตุ้นเงินในประเทศได้ไม่น้อยขณะที่ตัวเลขส่งออก เดือนก.ค.ขยายตัว 4.3% และภาพรวม 7 เดือนแรก( ม.ค.-ก.ค.) ขยายตัว 11.5% ซึ่งเป้าการส่งออกทั้งปีที่ตั้งไว้ 4% ตอนนี้ยังเกินเป้าอยู่ อย่างไรก็ตามในสินค้าอุตสาหกรรมอาจมีปัญหาจากการขาดแคลน ชิปหรือเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกจากปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับไต้หวัน การระงับการส่งซิลิกาซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของตัวชิป จะกระทบการผลิตสินค้าขั้นต่อไป เนื่องจากจะผลิตได้น้อย เป็นสิ่งที่ต้องแก้ต่อไป
ส่วนการค้าชายแดนตัวเลขยังดี 7 เดือนแรกปีนี้ +20% ทำเงินให้ประเทศ 376,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเดิมเปิดด่านได้ 57 ด่านจาก 96 ด่าน ตอนนี้เป็น 60 ด่านแล้ว และจะเร่งเปิดเพิ่มเพื่อให้การค้าชายแดนเดินต่อไปได้
“การส่งออกเหลืออีก 5 เดือน ได้สั่งการไปแล้วสำหรับทูตพาณิชย์ทั่วโลก กำหนดแผนปฏิบัติการที่ละเอียดชัดเจน “ทำได้ไวทำได้จริง” ในรูปแบบของกิจกรรม วางแผนในปี 65 ว่าจะทำกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกให้ได้ 185 กิจกรรม แต่ตอนนี้ปรับเพิ่มกิจกรรมให้การส่งออกทะลุเป้าให้มากที่สุดเพิ่มจาก 185 กิจกรรม เพิ่มอีก 345 กิจกรรม เป็น 530 กิจกรรม ช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันร่วมกับเอกชน เพื่อทำตัวเลขส่งออกนำเม็ดเงินเข้าประเทศเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ โดยวันที่ 14 ก.ย.จะประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกและจะเชิญเอกชนมาร่วมประชุมด้วย “
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นเซลล์แมนประเทศ ก็จะนำภาคเอกชนจำนวน 138 ราย จาก 90 บริษัท ไปเยือนซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมาย 2 ข้อ คือ 1.ไปเจรจาขายของ 2. ไปซื้อปุ๋ยเงื่อนไขพิเศษ และเจรจาให้มาเร่งรัดการตรวจโรงงานฮาลาลในประเทศไทย จากเดิมตรวจแล้ว 11 โรง จะเร่งให้มาตรวจอีก 25 โรง และอีกประเทศที่จะไปในตนเดือนหน้าคือมองโกเลีย เพื่อตั้ง JTC (Joint Trade Committee )กับมองโกเลีย และเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีของมองโกเลียด้วย
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า มีสมาคมการค้าและผู้ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 31 โล่รางวัล ประเภทสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 26 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม จำนวน 6 โล่รางวัล รางวัลสมาคมการค้าดีเด่นรายมิติ จำนวน 20 โล่รางวัล และประเภทนายกและกรรมการศักยภาพดีเด่น จำนวน 5 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลนายกสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 2 โล่รางวัล และรางวัลกรรมการศักกยภาพดีเด่น จำนวน 3 โล่รางวัล





