วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมธนารักษ์เซ็นสัญญา ”วงษ์สยามก่อสร้าง”เช่าท่อน้ำอีอีซี 3 ส.ค.นี้

กรมธนารักษ์เดินหน้าเซ็นสัญญา ”วงษ์สยามก่อสร้าง” เช่าบริหารโครงการท่อน้ำอีอีซีในวันที่ 3 ส.ค.นี้ หลังผลสอบไม่พบความผิดปกติในการประมูล โดยวงษ์สยามจะต้องชำระค่าแรกเข้า ผลประโยชน์รายปี และหลักประกันรวมกว่า 700 ล้านบาท “ประภาศ” ชี้พร้อมส่งมอบทรัพย์สินภายใน 2 เดือน

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ทำหนังสือไปถึงบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เพื่อแจ้งให้ทราบเรื่องการลงนามในสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก(ท่อน้ำอีอีซี) พร้อมกับส่งร่างสัญญาของโครงการจำนวน 1 ฉบับ พร้อมกับแจ้งวันที่จะมีการลงนามในสัญญาคือ ในวันที่ 3 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ ในหนังสือระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง กรมธนารักษ์ได้มีการเลื่อนการลงนามสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ในวันที่ 3 พ.ค.2565 ออกไปก่อน และขอส่งคืนแคชเชียร์เช็คและเช็คนั้น กรมธนารักษ์ขอเรียนว่า ได้กำหนดให้มีการลงนามในสัญญาโครงการฯ ในวันที่ 3 ส.ค.2565 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคาร 72 ปี

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้อง รอบคอบ ครบถ้วน ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยในการลงนามสัญญาบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าวข้างต้น บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ต้องชำระเงินตามเงื่อนไขของสัญญาในวันลงนามในสัญญาโครงการดังกล่าว ดังนี้

1.ชำระค่าแรกเข้าเพื่อทำสัญญา เป็นเงินจำนวน 580 ล้านบาทถ้วน 2.ชำระผลประโยชน์ตอบแทนรายปี (Fixed Fee) ปีที่ 1 เป็นเงิน  44,644,356 บาท มาชำระให้กรมธนารักษ์ในวันลงนามในสัญญาเช่าโครงการดังกล่าว

3.วางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา เป็นเงินจำนวน 118,979,500 บาท หากการชำระเงินดังกล่าว เป็นเช็คหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ต้องเป็นเช็คหรือตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่คู่สัญญาฝ่ายรัฐในนามกระทรวงการคลังเป็นผู้รับเงิน

สำหรับเงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตามสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการ

ระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ฉบับลงวันที่ 3 ส.ค. 2565 ทุกประการ

นายประภาศ กล่าวด้วยว่า ภายหลังการเซ็นสัญญาดังกล่าวแล้ว ทางกรมธนารักษ์จะเร่งดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินของโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนก.ย.นี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของอธิบดีกรมธนารักษ์ท่านต่อไป โดยบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ก็ได้เตรียมพร้อมในการรับมอบทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว

สำหรับกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องค่าน้ำที่อาจจะปรับเพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนผู้ดำเนินโครงการ เขากล่าวว่า ในสัญญาได้มีการระบุไว้ชัดเจนว่า อัตราค่าน้ำเฉลี่ยตลอด 30 ปีของอายุสัญญาโครงการจะมีอัตราเฉลี่ยที่ 10.98 บาทต่อคิว โดยอัตราค่าน้ำที่จะมีการจัดเก็บจากครัวเรือนจะมีอัตราต่ำกว่าภาคธุรกิจ

ส่วนประเด็นที่มีการมองว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวจะต้องเข้าสู่พ.ร.บ.ร่วมทุนนั้น เขากล่าวว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นโครงการที่อยู่ จัดอยู่ในกฎหมายร่วมทุนปี 2562 กล่าวคือ ไม่ได้เป็นโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและกิจการสาธารณะตามมาตรา 7 เนื่องจากในหนึ่งวงเล็บของมาตรา 7 ระบุว่า กิจการโครงการพื้นฐานดังกล่าว คือ น้ำประปา แต่โครงการท่อน้ำอีอีซีนี้ เป็นการส่งน้ำดิบ ไม่ใช่น้ำประปา ดังนั้น จึงไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนดังกล่าว

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรมธนารักษ์สามารถดำเนินการลงนามสัญญากับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ให้เป็นผู้บริหารโครงการฯ ในฐานะผู้ชนะการประมูลได้เลย หลังก่อนหน้านี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการที่มีนายวิจักษณ์ อภิรักษ์นนท์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธานได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการดำเนินโครงการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เป็นไปอย่างโปร่งใส และถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ

ทั้งนี้ นายอาคมยังได้กำชับให้มีความรอบคอบ และรัดกุมในการส่งมอบโครงการ โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปดูแลตั้งแต่ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สิน จนถึงกระบวนการส่งมอบให้บริษัท วงษ์สยามฯ รวมทั้งดำเนินการตามที่อัยการฯ ตั้งข้อสังเกตมาทั้ง 13 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นย้ำในเรื่องของความรัดกุม และโปร่งใส

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์