วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“อาคม”ขอแบงก์ชะลอขึ้นดอกเบี้ยหวั่นกระทบต้นทุนประชาชน

“อาคม”ขอความร่วมมือสถาบันการเงินให้ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากกนง.มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ขณะที่ ยอมรับอาจกระทบต่อต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลในอนาคต

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นว่า หากคณะกรรมการนโยบาบการเงิน(กนง.)มีการปรับดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า จะส่งผ่านไปถึงดอกเบี้ยของสถาบันการเงินประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งถึงเวลานั้นก็จะกระทบต่อต้นทุนของผู้ที่กู้เงินแน่นอน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสถาบันการเงิน ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อย่าให้กระทบกับลูกค้ามากเกินไป ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการเพื่อลดผลกระทบในแง่ของกำลังซื้อด้วย

“ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลต่อระดับราคาสินค้าให้เพิ่มขึ้นด้วย และส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ แม้ภาวะเงินเฟ้อของไทยจะมาจากการปรับขึ้นของราคาสินค้าและราคาพลังงาน ไม่ใช่จากความต้องการบริโภคที่มากเกินไป ซึ่งจากวิกฤตซ้อนวิกฤต จากโควิดและราคาพลังงาน ที่ทำให้เงินเฟ้อพุ่ง ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องออกมาตรการเข้ามาช่วยในเรื่องของกำลังซื้อ” นายอาคม กล่าว

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ย ก็จะมีส่วนที่กระทบต่อหนี้ของรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้ปรับเพิ่มขึ้นตาม แต่ทั้งนี้ส่วนใหญ่หนี้ของรัฐบาลจะเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ แต่ในการระดมทุนในระยะต่อไปก็อาจกระทบให้ต้นทุนสูงขึ้นได้

“ตอนนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ก็ยังไม่ได้ปรับขึ้นมามาก ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยก็เพราะกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดภาวะถดถอย แต่ทางสหรัฐก็ยืนยันแล้วว่าเศรษฐกิจไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ดังนั้น ก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่ปรับขึ้นมา ขณะที่ ผลตอบแทนพันธบัตรไทยก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน” นายอาคมกล่าว

อย่างไรก็ตามมองว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ก็เพื่อรักษาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศไม่ให้ห่างมากจนเกินไป เพราะจะกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน ซึ่งขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด