"หุ้นไทย" ปิดตลาด ( 25 ก.ค.65) ที่ 1,560.31 จุด ปรับตัวขึ้น 7.58 จุด หรือ 0.49% ตลาดมีแรงซื้อกลับ หลังตลาดรับรู้ปัจจัยลบกดดัน จากเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อในการประชุม 26-27 ก.ค. และรอดูตัวเลข GDP สหรัฐ ไตรมาส 2/65 บล.เอเซีย พลัส คาดดัชนีแกว่งตัวต่อเนื่อง 1,547 - 1,570 จุด
“หุ้นไทย” ปิดตลาด (25 ก.ค.65) ที่ 1,560.31 จุด ปรับตัวขึ้น 7.58 จุด หรือ 0.49% มูลค่าการซื้อขาย 57,747.55 ล้านบาท
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด คือ
1.TLI <ST> มูลค่าการซื้อขาย 9,339 ล้านบาท ปิดที่ 15.90 บาท ลดลง 0.62%
2.SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,582 ล้านบาท ปิดที่ 101.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.12%
3.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,077 ล้านบาท ปิดที่ 143.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.14%
4.BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,038 ล้านบาท ปิดที่ 26.75 บาท ลดลง 0.93%
5.BBL มูลค่าการซื้อขาย 930 ล้านบาท ปิดที่ 133.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.14%
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดมีแรงซื้อกลับมา หลังจากรับรู้ปัจจัยกดดันมาพอสมควรแล้ว จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่เกิน 0.75% จะทำให้ตลาดปรับตัวขึ้น รวมทั้งรอผลประกาศตัวเลขดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมของสหรัฐ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2565
โดยฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เผยว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในประเทศไทย จากคณะกรรมการนโยบายการเงิน เป็นปัจจัยกดดันในประเทศที่มีการรับรู้ไปแล้ว คาดว่าปีนี้ กนง.จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมทั้ง 3 ครั้งที่เหลือของปีนี้ ครั้งละ 0.25% ทำให้สิ้นปีนี้ดอกเบี้ยของไทย รวมทั้งหมดจะอยู่ที่ระดับ 1.25%
สำหรับดัชนีในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.2565) คาดว่ายังแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,547 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด และรอดูผลการประชุมดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ในวันที่ 26-27 ก.ค.2565
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







