background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

บทเรียน "LUNA" สะท้อนนิสัยนักเทรดไทย มั่นใจเกิน แห่ช้อนตอนดิ่ง ขาดทุน 980 ล้าน!

บทเรียน "LUNA" สะท้อนนิสัยนักเทรดไทย มั่นใจเกิน แห่ช้อนตอนดิ่ง ขาดทุน 980 ล้าน!

ถอดบทเรียน "LUNA" จากงานวิจัย ก.ล.ต. พบพฤติกรรมนักเทรดคริปโทฯ ชาวไทย 70% มั่นใจเกินไป หวังโกยกำไร แห่เข้าซื้อตอนราคาดิ่งเหวต่ำกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ จนขาดทุนอ่วม รวม 980 ล้านบาท

Luna” เหรียญประจำเครือข่าย “Terra” เป็นอีกหนึ่ง “คริปโทฯ ที่แวดวงสายเทรดไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะหลังจากสร้างตำนานสะเทือนวงการคริปโทเคอร์เรนซี

ปรากฏการณ์จากฟ้าสู่เหว ของ Luna ที่มีนักเทรดทั่วโลกเข้าไปร่วมสร้างตำนาน ได้ “บทเรียน” ครั้งสำคัญกันไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่นักเทรดไทย ที่หากนับเฉพาะการเทรดผ่าน Exchange ในประเทศ พบว่า ขาดทุนกันไปรวมๆ แล้วประมาณ 980 ล้านบาท!

ด้วยผลตอบแทนที่เคยสูงกว่า 16,674% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของ Luna ในเดือน เม.ย. 65 ทำให้เหรียญนี้ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมาก ทว่า สิ่งที่น่าสนใจจากบทเรียนในครั้งนี้คือ “พฤติกรรม” ของผู้ที่เข้าซื้อ Luna ชาวไทย ที่สะท้อนว่า “มีความมั่นใจเกินไป” จนเข้าซื้อตอนราคาดิ่งเหวน้อยกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ หวังทำกำไรช่วงขาขึ้นอีกครั้ง

ข้อมูลนี้เปิดเผยผ่านบทความเรื่อง “เจาะพฤติกรรมและผลกระทบของผู้ซื้อขายเหรียญ Luna ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลประเทศไทย” โดย พงศธร ปริญญาวุฒิชัย ฝ่ายวิจัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ “เหรียญ Luna” ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 – 22 พ.ค. 65

โดยผู้วิจัยใช้ช่วงเหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อราคาของ Luna เป็นตัวแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 3 ช่วง 

บทเรียน "LUNA" สะท้อนนิสัยนักเทรดไทย มั่นใจเกิน แห่ช้อนตอนดิ่ง ขาดทุน 980 ล้าน! ช่วงแรกคือ Pre-stage (ช่วงก่อนวันที่ 9 พ.ค. 65) คือช่วงเวลาก่อนที่ราคาของเหรียญ UST (stable coin) กำลังจะหลุดจากที่ผูกไว้ในอัตรา 1 UST ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมีราคาน้อยกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ

ช่วง Fall-stage (ช่วงระหว่างวันที่ 9 – 13 พ.ค. 65) คือช่วงเวลาที่ราคาของเหรียญ UST หลุดจากอัตราที่ผูกไว้ หรือมีราคาน้อยกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ

และ ช่วง Bottom out-stage (ช่วงหลังจากวันที่ 13 พ.ค. 65) คือช่วงเวลาที่ราคาของเหรียญ Luna ตกไปอยู่จุดต่ำสุดในขณะนั้น และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยประกาศระงับการซื้อขาย Luna ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 วัน

  •  70.26% แห่ช้อน Luna ตอน Bottom out 

สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อดูภาพรวมของบัญชีที่เข้ามาซื้อขายในปี 2565 ทั้งหมด 315,077 บัญชี ซึ่งประมาณ 99% เป็นผู้ลงทุนในประเทศ และผู้ลงทุนประเภทอื่นๆ อีก 1% ซึ่งบัญชีส่วนใหญ่มีขนาดพอร์ตอยู่ในช่วง 5,000-1,000,000 บาท

เมื่อนำจำนวนบัญชีที่เข้ามาซื้อขาย มาแบ่งตามช่วงเวลาที่ทำการศึกษาปรากฏว่า ช่วงที่มีการเข้าซื้อมากที่สุดคือช่วง Bottom out-stage หรือช่วงที่ราคาดิ่งทะลุกระดานไปแล้ว

  • Pre-stage : เข้าซื้อ 36,396 บัญชี คิดเป็น 11.55%
  • Fall-stage : เข้าซื้อ 57,300 บัญชี คิดเป็น 18.19%
  • Bottom out-stage : เข้าซื้อ 221,381 บัญชี คิดเป็น 70.26% 

นอกจากนี้จากข้อมูลจำนวนบัญชีที่เข้ามาซื้อขาย Luna ทั้งหมดพบว่ามีบัญชีจำนวน 211,723 บัญชี สัดส่วนประมาณ 67% มีประสบการณ์ซื้อขายเหรียญประเภทอื่นมาก่อนแต่ยังไม่เคยซื้อ Luna และเพิ่งเริ่มเข้ามาซื้อขายในช่วง Bottom out ส่วนบัญชีที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไรในเหรียญ Luna เพียงอย่างเดียวมี 9,658 บัญชี โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3%

  •  อะไรทำให้คนส่วนใหญ่กล้าซื้อตอนราคาดิ่งเหว ? 

ตัวเลขการวิจัยในครั้งนี้สะท้อนว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอาจมาจาก 2 เรื่องหลัก 

เรื่องแรก : มั่นใจเกินไป เพราะราคาดึงดูด

สิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้ามาซื้อคือราคาของเหรียญ Luna ที่หลังจากที่ราคาของ Luna ลงไปจนถึงจุดต่ำสุดแล้ว (ณ วันที่ 13 พ.ค. 65) เมื่อกลับมาเปิดซื้อขายหลังจากที่ได้มีการระงับการซื้อขายชั่วคราว ราคาของเหรียญ Luna พุ่งสูงขึ้นไปถึงราวๆ 400 เท่า (ณ วันที่ 14 พ.ค. 65) จากจุดราคาต่ำสุด

เมื่อเห็นการปรับตัวของราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้มีคนแห่ซื้อเป็นจำนวนมาก เพราะคิดว่าสามารถทำกำไรจากช่วงเวลาที่ราคาเกิดความผันผวนสูงได้

พฤติกรรมประเภทนี้อาจอธิบายได้จาก “อคติเชิงพฤติกรรม (Behavioral biases)” ของผู้ซื้อขายที่มักพบว่า “มีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป (Overconfidence)” นั่นคือ คาดการณ์โอกาสที่จะได้กำไร สูงกว่าที่เป็น ในขณะที่ประเมินความเสี่ยงที่จะขาดทุนต่ำกว่าความเป็นจริง

เรื่องที่ 2 : ยึดติดความเชื่อมั่นในอดีต

อีกหนึ่งปัจจัยคือ หลายคนมีความเชื่อมั่นในโปรเจคของ Luna ที่ในอดีตเป็นเหรียญที่ติดใน 10 อันดับแรกที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก รวมถึงการที่ผู้ก่อตั้งได้ออกมาประกาศแผนฟื้นฟูที่จะกอบกู้สถานการณ์ของเหรียญ Luna จึงทำให้มีผู้ซื้อขายหน้าใหม่ที่ไม่เคยซื้อ Luna พากันเข้ามาซื้อขายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี เมื่อมองภาพรวมของผู้ซื้อขายใน Luna พบว่ามีผลตอบแทนที่ขาดทุนโดยคิดเป็น 96%

โดยเมื่อสรุปผลกำไร/ขาดทุนของบัญชีของผู้ซื้อขายแต่ละกลุ่มการศึกษาในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ ดิจิทัลประเทศไทย พบว่ามีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ประมาณ 980 ล้านบาทเลยทีเดียว

จากบทศึกษานี้จะเห็นได้ว่าผู้ซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีเป้าหมายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น รวมถึงมีการลงทุนตามกระแส และให้ความสนใจกับตัวเลขผลตอบแทนที่สูงเป็นหลัก โดยพร้อมที่จะยอมรับผลขาดทุนเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้กำไรสูงมากในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งในบางครั้งอาจขาดการกระจายการลงทุน และประเมินถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ 

ทว่าผลวิจัยในครั้งนี้ “ไม่น่าแปลกใจ” เมื่อเทียบกับผลสำรวจความสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล ของคนไทยในงานวิจัย “เผยผลสำรวจความสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล ของประชาชนชาวไทย พบ 46% มุ่งเก็งกำไร” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 65 ก็พบว่า 46% ของคนที่เข้ามาในวงการคริปโทฯ หวังโกยผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ

ขณะที่ภาพรวมผู้ลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีความรู้ในสินทรัพย์ดิจิทัลมากนัก จึงมัก ลงทุนตามคำแนะนำของเพื่อน รวมถึงลงทุนตาม Influencer Youtuber หรือกูรูที่เป็นคนดัง ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ โดยเริ่มแรก คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาลงทุนเพราะหวังว่าจะเป็น passive income แต่พอเห็นว่ากำไรดี ได้เงินง่ายจึงเริ่ม ลงทุนมากขึ้น แม้รู้ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปนั้นมีความเสี่ยงสูงก็ตาม

จึงไม่ผิดนักที่จะเรียกสถานการณ์จากการช้อนซื้อ "Luna" ในครั้งนี้ว่า "บทเรียน" เตือนนักลงทุนที่หวังทำกำไรสูงลิบในระยะเวลาอันสั้นจากคริปโทฯ ให้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

-----------------------------------------------------------

อ้างอิง: ฝ่ายวิจัย ก.ล.ต., ก.ล.ต.