ปมของแพง โค่นไม่ลง “จุรินทร์”มั่นใจผ่านฉลุยศึกซักฟอก

“จุรินทร์”ไม่กลัวศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายภายใต้รัฐบาล”บิ๊กตู่” ใช้ประสบการการณ์การเมือง 11 ปี กรุยทางผ่านศึกซักฟอก แถมใช้เวทีสภา แถลงผลงาน หาเสียงปูทาง สู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า
สัปดาห์หน้า 19-22 ก.ค. 65 เป็นสัปดาห์ที่คอการเมืองต้องจับจ้องอีกครั้ง เพราะเป็นสัปดาห์ที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทย ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายของ รัฐบาล”บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนากยกและรัฐมนตรีรวม 11 คน ภายใต้ชื่อ “ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน”
หนึ่งในรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้าน”จองกฐิน” ก็คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยข้อกล่าวหาก็คือ มีพฤติกรรมฉ้อฉล ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในองค์กรหรือหน่วยงานในกำกับดูแล สร้างความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองและพวกพ้อง ไม่ระงับยับยั้ง ละเลยไม่ติดตามแก้ไขปัญหาการทุจริตเพื่อให้มีการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รัฐ ล้มเหลวและไร้ความรู้ความสามารถ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฐานะที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์ที่กำกับดูแลราคาสินค้า “นายจุรินทร์”ถูกกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่า ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน จนส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกหย่อมหญ้า จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศึกซักฟอกนี้ไม่ใช่ครั้งแรก”จุรินทร์” ได้รับโอกาสเป็น 1 ในรัฐมนตรีที่มีคิวโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล่าสุดเมื่อครั้งก่อนก็ถูกกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต "ทำสัญญาลวง" ซื้อขายถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) มูลค่า 112,500 ล้านบาท สร้างความเสียหายแก่รัฐ 2,000 ล้านบาท มาครั้งนี้โดoข้อหา เรื่องสินค้าแพง กระทบค่าครองชีพของประชาช
โดยตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เตรียมข้อมูลต่างๆโดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าและบริการ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับ”นายจุรินทร์”ในการตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน
“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ “แสดงความมั่นใจว่าจะชี้แจงข้อกล่าวหาได้ทั้งหมด ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไร และจะตอบในส่วนที่คิดว่าเป็นข้อสงสัย หรือต้องการคำตอบก็จะตอบ ไม่หนักใจอะไรทั้งสิ้น เพราะการอภิปรายไมไว้วางใจเป็นกระบวนการปกติในระบบรัฐสภา
“ผมเป็นนักการเมือง เป็นผู้แทนราษฏรมา 11 สมัย เข้าใจกระบวนการของรัฐสภาดีอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านเขาก็ต้องตรวจสอบรัฐบาล เขาก็ต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็มีหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
ปมปัญหาราคาสินค้าที่แพงขึ้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายค้านจะหยิบมาเป็น”เกม”ในศึกครั้งนี้เพราะเรื่อง”ของแพง”เป็นเรื่องของปากท้องประชาชนทุกหย่อมหญ้า สามารถหยิบยกมาอภิปรายได้ทุกสถานการณ์ อีกทั้ง”จุรินทร์”คือ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล หนีไม่พ้นที่ต้องอยู่รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเป็นรัฐมนตรีของพรรคร่วมที่เป็น”นั่งร้าน”หนุนรัฐบาล”บิ๊กตู่”
อย่างไรก็ตามหากฝ่ายค้านไม่มี”หมัดเด็ด”น๊อค ให้คาเวที ก็ยากที่จะทำ”นั่งร้าน”คนชื่อ”จุรินทร์”ล้มได้ยาก เพราะ”จุรินทร์” เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายในเวทีการเมืองระดับชาติ จนไต่ระดับขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ถือว่ามีดีพอ
“ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ตามสโลแกนของฝ่ายค้าน จึงเป็นแค่น้ำจิ้มสีสันสันไม่พอที่จะ”สอยนั่งร้าน” อย่าง”จุรินทร์”ได้ แถมยังจะถูกใช้เป็นเวทีแถลงผลงาน ของ”จุรินทร์”ไปด้วย ยิ่งใกล้จะมีเลือกตั้งใหม่ เวทีไหนที่จะใช้เป็นเวทีในการแถลงผลงานก็ต้องใช้ ที่ผ่านมา”จุรินทร์” เริ่มลงพื้นที่ถี่ขึ้นภายใต้กิจกรรม "จุรินทร์ออนทัวร์" นำคณะของพรรคประชาธิปัตย์ไปพบประชาชนในทุกภูมิภาค และหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาธิปัตย์ จะประชุมเพื่อกำหนดแผนงานในการเดินหน้าจัดกิจกรรมทางการเมืองต่อไป เพราะขณะนี้กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว
ถึงแม้จะ”สอย”จุรินทร์ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เกิดอารมณ์แสดงความไม่พอใจการทำงานของนายจุรินทร์ ได้ ที่ฝ่ายค้าน ที่"หยิก" จนเกิดอาการแสบเล็กน้อย ก็ย่อมเป็นผลพลอยได้ในทางการเมืองโดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองข้างหน้าที่ใกล้จะมีเลือกตั้งใหม่ สามารถที่จะนำ”ปมของแพง”เป็นประเด็นในการหาเสียงได้ เพราะปมของแพงเป็นเป็นเรื่องที่ติดหูได้ง่ายกว่าเรื่องอื่น ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะในทางการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ







