วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการ และอาจผันผวนจากการปรับลดคาดการณ์กำไร 

แรงกดดันจากเงินเฟ้อใกล้ถึงจุดสูงสุด และตลาดจะเริ่มกลับไปมองการเติบโตรวมถึงผลประกอบการ แม้ตลาดคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อ มิ.ย.สหรัฐฯ ที่จะประกาศ 13 ก.ค.จะยังทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 8.8% แต่เรามองแรงกดดันของเงินเฟ้อใกล้ถึงจุดสูงสุด

เมื่อพิจารณาจาก 1) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอาหารที่เริ่มปรับลดลง 2) การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยสกัดเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์ 3) ฐานเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อน่าจะเพิ่มในอัตราที่ชะลอและทำจุดสูงสุดในช่วงไตรมาส 3/65 ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ // ในสภาวะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆจะมีแรงฉุดจากแรงเฉื่อยของการขึ้นดอกเบี้ยของทั้งสหรัฐฯและธนาคารกลางแต่ละประเทศ เราประเมินตลาดจะเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจกับการเติบโตและผลประกอบการ

 

ความกังวลต่อการปรับลดประมาณการยังเป็นปัจจัยกดดันหุ้นโลกในช่วง 1 เดือนข้างหน้า แม้ดัชนีหุ้นในตลาดสำคัญของโลกจะปรับลดลงราว 20% จากผลของระดับ PER ที่ลดลง (de-rating) แล้ว แต่ประมาณการกำไรบจ.ยังแทบไม่ปรับลดลง ซึ่งความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการจากตัวเลขเศรษฐกิจที่จะชะลอลง จะเป็นปัจจัยกดดันความเคลื่อนไหวของหุ้นโลกในช่วง 1 เดือนหน้า // คาดกลุ่มที่จะทรงตัวได้ดีถึงมีโอกาสปรับขึ้นในรอบนี้ ได้แก่ กลุ่มหุ้นปลอดภัยและอาหาร ได้แก่ สื่อสาร, โรงไฟฟ้า และโรงพยาบาล โดยหุ้นที่เราชอบได้แก่ ADVANC, INTUCH, BGRIM, GPSC, BCH, CHG, RAM, BDMS เป็นต้น สำหรับกลุ่มเปิดเมือง ท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้า ช่วงสั้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไรจากความกังวลการระบาดของโควิดระลอกใหม่ แต่เรามองเป็นเป้าหมายในการทยอยซื้อแบบตั้งรับ โดยหุ้นที่เราชอบ ได้แก่ SPA, VRANDA, MINT, ERW, CENTEL, MBK, CPN, CRC เป็นต้น
 

 

 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE 2) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK 4) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, KBS, BIS, ASIAN  5) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA, STAR5001

 

ภาพรวมกลยุทธ์: แม้อาจดีดตัวได้บ้าง แต่ภาพใหญ่มีโอกาสซึมลงจากการทยอยปรับประมาณการ ช่วงสั้นเม็ดเงินมีโอกาสเข้าพักหุ้นปลอดภัย (สื่อสาร ไฟฟ้า การแพทย์) ระหว่างทยอยสะสมหรือรอจุดซื้อในหุ้น 1) กลุ่มหุ้นเปิดเมือง (ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ค้าปลีก) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการทยอยสะสมและซื้อกลับหลังแรงทำกำไรรอบนี้ของเรา 2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน (DR และ ETF อิงหุ้นจีน) ยังมีแนวโน้มโดดเด่น //หุ้นแนะนำ:  CPF*, CBG*, RAM*, RATCH*

แนวรับ: 1,520-1,540 / แนวต้าน : 1,5 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุน

เฟดเผยแบบจำลอง GDPNow ล่าสุดบ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.2% ใน Q2/65 - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์แสดงตัวเลขหดตัว 1.2% ในไตรมาส 2/65 จากเดิมที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มหดตัว 1.9%

นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ใกล้ 100% คาดเฟดขึ้นดบ. 0.75% เดือนนี้ - หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่พุ่งขึ้นเกินคาด
สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งเกินคาด - พุ่งขึ้น 372,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 250,000 ตำแหน่ง

ก.คลัง ทบทวนมาตรการลดภาษีดีเซล – กองทุนน้ำมันมองจังหวะราคาน้ำมันดิบโลกลดกว่า 5% ลดการชดเชยดีเซล 4.44-5.44 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกดีเซลยืนระดับ 34.94 บาท ไม่ปรับตัวลง คาดทยอยกลับมาเก็บแบบขั้นบันได หลังสูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 27,000 ล้านบาท

ศบค.เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 2.2 ล้านคน - จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-6 ก.ค. 65 มีจำนวน 2,214,132 คน คิดเป็นเพิ่มขึ้น 3,684%YoY ส่งผลให้มีรายได้ 1.25 แสนล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยมากสุดเป็นอินเดีย จำนวน 249,466 คน

SCB ขาย SCBAM คาดบุ๊กกำไร 4.3 หมื่นล้าน – บมจ.เอสซีบี เอ็กซ์ (SCB) กำลังพิจารณาขายธุรกิจจัดการกองทุน หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) คาดมีมูลค่าธุรกรรม 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท และจะทำให้มีการบันทึกกำไรระหว่าง 2.88-4.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผู้บริหาร SCB ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็น  

SCB ขยายเวลาทำธุรกรรมเข้าซื้อหุ้น Bitkub – บมจ.เอสซีบี เอ็กซ์ (SCB) เปิดเผยว่า การเข้าทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ของ บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) อยู่ระหว่างกระบวนการสอบทานธุรกิจ โดยมีการขยายเวลาการเข้าทำธุรกรรมออกไปจากกำหนดการเดิมไตรมาสแรกปี 65

ตลท.ปลด SP หุ้น HYDRO กลับเข้าเทรด 12 ก.ค. – เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินการลดทุนตามกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว

 

ประเด็นติดตาม: 13 ก.ค. - US CPI / 13-20 ก.ค. – รายงานงบกลุ่มแบงก์ / 14 ก.ค. – US PPI, China GDP / 15 ก.ค. - US Retail Sales / 19 ก.ค. – EU CPI / 20 ก.ค. – US Existing Home Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)