วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีย่อตัวลง เคลื่อนไหวในแดนลบราว -4 ถึง -6 จุด อ่อนแอกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นในแดนบวก แรงขายมีมากในหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้นมาในวันก่อนหน้า ขณะที่แรงซื้อมีในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี
นักลงทุนติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ของสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,557.87 จุด -4.50 จุด -0.29% มูลค่าการซื้อขาย 54,581 ลบ.ต่างชาติ +1,709.03 ลบ. TFEX -5,000 สัญญา ตราสารหนี้ +4,240.30 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.06 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 104.79 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงเกือบ 3.4% หลังการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากภาวะน้ำมันตึงตัวในตลาด และยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานในเดือนมิ.ย.ที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 372,000 ตำแหน่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 250,000 ตำแหน่ง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
+ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ จะหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะลดการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่คณะทำงานของปธน.ไบเดนใกล้ที่จะทำการตัดสินใจเรื่องการค้ากับจีน
+ รมว.อุตสาหกรรมดันแผนพัฒนาอุตฯ กัญชง ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางแห่งอาเซียนภายใน 5 ปี สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการมากกว่า 25,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้น 20,000 บาทต่อไร่
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 1,811ราย ATK ราย มีผู้เสียชีวิต 24 ราย รักษาหาย 2,268 ราย
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 46.40 จุด -0.15% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.8% นักลงทุนวิตกว่าการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐจะสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง
- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow คาดเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.2% ใน 2Q65 จากเดิมที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มหดตัว 1.9%
- โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง โดยคาด GDP 2Q65 ของสหรัฐจะขยายตัวเพียง 0.7% จากเดิม 1.9%
- กอนช.เตือน 11-15 ก.ค.หลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมรับมือน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวน และปรับเพิ่มค่า FT งวดใหม่เดือน ก.ย.- ธ.ค. 2565 มีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 90-100 สตางค์ต่อหน่วย และอาจทำให้ค่าไฟฟ้าต้องปรับเพิ่มสูงถึงเกือบ 5 บาทในช่วงที่เหลือของปีนี้
- นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง "ปัญหาการใช้จ่าย" พบ 47.10% ระบุว่ารายได้ในปัจจุบันลดลงอีก 46.72% ระบุว่ามีรายได้เท่าเดิม มีเพียง 6.18% ที่ระบุว่ามีรายได้มากขึ้น
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟด เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ ปรับตัวขึ้นพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้ 1,550-1,565 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• กนง.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงครึ่งปีหลัง + หุ้นแบงก์ได้ประโยชน์จากธปท.เลิกเพดานจ่ายปันผลและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น เราชอบแบงก์ใหญ่ KBANK SCB BBL KTB TISCO
• ครม.เว้นภาษี VAT สำหรับผู้ประกอบการ Data Center : ICN ITEL MFEC INSET
• กังวลโควิด-19 ระลอกใหม่ : BH BDMS CHG BCH PRINC WPH
• หุ้นเด่น IAA Consensus : BBL BEM CPN KBANK
หุ้นรายงานพิเศษ
CSC "ซื้อ" ราคาเหมาะสมเดิม 51.5 บาท
"การเปิดประเทศและราคาวัตถุดิบที่ปรับลงหนุนผลประกอบการปีนี้"
•บริษัทรายงานกำไรงวด 1Q65 เท่ากับ 80 ลบ. +23%YoY +171%QoQ โดยมียอดขายเท่ากับ 922 ลบ. +29%YoY +20%QoQ โดยทั้งรายได้และกำไรปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดว่าจะโตอยู่ในกรอบราว 7-10%YoY ซึ่งฟื้นตัวชัดเจนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ลูกค้าเพิ่มคำสั่งซื้อมากขึ้น อย่างไรก็ดี %GPM อ่อนลงมาที่ 11% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 12.4% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ %SG&A ปรับลดลงมาที่ 5% จากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองผลประโยชน์ระยะยาวพนักงานที่ลดลง
•บริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบหลักจาก 1) อะลูมิเนียม 2) เหล็ก และ 3) พลาสติก คิดเป็นสัดส่วน 65% ของต้นทุนขาย ปัจจุบันสถานการณ์ราคาวัตถุดิบเริ่มคลี่คลายลง โดยในช่วง 2Q65 ราคาปรับลงเฉลี่ย 2%YoY และ 3%QoQ ส่วนช่วง QTD ปรับลงเฉลี่ย 20%YoY และ 17%QoQ คาดจะช่วยหนุน %GPM ปีนี้ให้ปรับดีขึ้น
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายให้สถานบันเทิงกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ จะช่วยหนุนการบริโภคเครื่องดื่ม โดยเราคาด %U.rate ที่ดีขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลง จะทำให้ %GPM ปรับดีขึ้นกว่าคาดที่ราว 12.5% ซึ่งอาจถูกปรับเพิ่มมาที่ระดับ 13.5-14% ดังนั้น เราอาจพิจารณาปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมปี 65 จากเดิมที่ราว 205 ลบ. +6%YoY และ 51.50 บาท ตามลำดับ
หุ้นมีข่าว
(+) SCB (Bloomberg consensus 140.00 บาท) จับตาบมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) กำลังพิจารณาขายธุรกิจจัดการกองทุน หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) คาดมีมูลค่าธุรกรรมประมาณ 3.6-5.4 หมื่นล้านบาท และจะทำให้มีการบันทึกกำไรระหว่าง 2.88-4.3 หมื่นล้านบาท ด้านผู้บริหาร SCB ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็น (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) TEAMG (Bloomberg consensus 3.84 บาท) เตรียมประมูลงานเพิ่มครึ่งปีหลัง 2565 อีกกว่า 1,000 ล้านบาท คาดได้งานเติม Backlog ณ สิ้นปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท มองทิศทางอุตสาหกรรมโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว แต่ยังมีงานภาครัฐในแผนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้านรายได้ปี 2565 คาดใกล้เคียงปีก่อนที่ 1,787.49 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ASAP (Bloomberg consensus 2.70 บาท) ปลดล็อกไทยแลนด์พาส-ไม่บังคับนักท่องเที่ยวทำประกันสุขภาพ หนุนยอดเช่ารถพุ่ง พร้อมส่งซิก Q3/2565 ฟอร์มสวย อานิสงส์ดีมานด์ทะลัก- ยูสคาร์หนุน แถมคอนเฟิร์มปี 2565 รายได้ตามเป้าแตะ 4 พันล้านบาท เปิดตัวแพลตฟอร์ม "Casapthailand" ตอบโจทย์ทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ หวังดันธุรกิจโตระยะยาว (ที่มา ทันหุ้น)
(+) AMR (Bloomberg consensus - บาท) ปักหมุดปี 2565 รายได้ทะลุ 2 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% หลังตุนงานในมือแน่นกว่า 2 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าสร้าง New S-Curve โชว์โปรเจ็กต์ EV Charger Station รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า วางเป้าติดตั้งครบ 1,000 แห่งในปี 2566 แย้มอยู่ระหว่างศึกษาเข้าซื้อกิจการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคด้านพลังงาน-สิ่งแวดล้อม หนุนธุรกิจโตก้าวกระโดด (ที่มา ทันหุ้น)









