วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกเก็งกำไรรายตัว ในกรอบ 1,565-1,582 จุด 

ครม.เห็นชอบ 8 มาตรการลดค่าครองชีพรอบใหม่ (ก.ค.-ก.ย.65) เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง ได้แก่ 1) ตรึงราคาขาย NGV 15.59 บาท/กก. 2) ตรึงราคาขาย LPG ที่ 408 บาท/15 ก.ก. 3) ส่วนลดก๊าซหุ้งต้ม 100 บาท/เดือน สำหรับผู้ค้าและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

4) ช่วยค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 250 บาท/เดือน 5) ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดที่ 1.40 บาท/ลิตร 6) ขอความร่วมมือโรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนต่าง 7) มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายอบรมสัมมนา หักภาษีนิติบุคคลได้ 1.5-2 เท่า 8) ขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน // ภาพรวมของมาตรการเป็นบวกต่อการเพิ่มกำลังการจับจ่ายของผู้บริโภค และจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆดังนี้ 

•    กลุ่มค้าปลีกและบริโภค เป็นบวกต่อ MAKRO, CPALL, MAJOR

•    กลุ่มสถานีบริการน้ำมัน คาดผลจากการเปิดเมืองที่ให้ปริมาณขายเพิ่ม จะช่วยหักล้างผลของการควบคุมราคา ยังมองบวกต่อทั้ง PTG และ OR 

•    กลุ่มโรงกลั่น SPRC, ESSO ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติ เสี่ยงต่ำกว่าโรงกลั่นเครือ PTT อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่าการนำส่งกำไรส่วนเกินจะต่ำกว่าตัวเลขที่ภาครัฐฯ เคยประเมินที่ 2 หมื่นล้านบาท รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้กลไกการจ่ายปันผลพิเศษ เป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นโรงกลั่น อย่าง TOP, PTTGC, IRPC

 

 

 


 

การเก็งกำไรเน้นกลุ่มที่โมเมนตัมของผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นท่องเที่ยวและเปิดเมืองที่ได้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว และการขยายเที่ยวด้วยกันเฟส 4 อีก 1.5 ล้านสิทธิ์ ที่จะเริ่ม 1 ก.ค.65 ขณะที่กลุ่มธนาคารเน้นรอซื้อเมื่ออ่อนตัวจากผลตอบแทนพันธับตรที่เริ่มปรับลง และการรายงานกำไรไตรมาส 2/65 ที่น่าจะอ่อนตัวลง โดยมีหุ้นเด่นคือ BBL และ TISCO โดยระวัง SCB อาจมีผลกระทบจากการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คาดบริษัทย่อยมีการถือเหรียญ LUNA ในจำนวนหนึ่ง จากการที่ผู้บริหารเป็นหนึ่งใน Luna Foundation Guard)

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE 2) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR 4) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, KBS, BIS, ASIAN  5) หุ้นประกัน TIPH, BLA, TVI, THREL (แค่เก็งกำไรรับไทยประกันเข้า IPO) 6) หุ้นพลังงาน-ปิโตรที่ไม่กระทบจากการขอความร่วมมือ IVL, OR 7) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA

ภาพรวมกลยุทธ์: SET อาจชะลอระยะสั้นระหว่างรอถ้อยแถลงของประธานเฟด ทำให้หุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,560-1,590 จุด แต่การปรับลงยังเป็นโอกาสเลือกเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นในช่วงครึ่งหลัง อาทิ กลุ่มธนาคาร หุ้นเปิดเมืองที่ยังขึ้นน้อย กลุ่มอาหาร ขนส่ง และเปิดเมือง/เปิดประเทศ และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน (DR และ ETF อิงหุ้นจีน) //หุ้นแนะนำ:  SPA*, MAKRO*, BABA80*, OR*

แนวรับ: 1,565 / แนวต้าน : 1,580-1,590 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

 


 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองต่ำสุดรอบ 2 ปี – ลดลง 3.4% สู่ระดับ 5.41 ล้านยูนิตในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2563

โรงกลั่นเครือ "ปตท." พร้อมนำส่งกำไรช่วยชาติ – แหล่งข่าวจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตัวเลขการคำนวณค่าการกลั่นที่มีข่าวออกมาลิตรละ 8 บาท มองว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ควรเอาทุกตัวมาหักลบ อาทิ น้ำมันเตา หรือก๊าซLPG ที่มีราคาถูกมาก ดังนั้น จึงเอาทุกตัวมาเฉลี่ย เช่น เมื่อมีการกลั่นน้ำมัน 1 ลิตร อาจได้เบนซิน 30% ดีเซล 20% น้ำมันเตา ฯลฯ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นของกลุ่มปตท. ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ภายใต้ตัวเลขที่เหมาะสม

ครม.เพิ่มสิทธิ "เราเที่ยวด้วยกัน" เฟส 4 อีก 1.5 ล้านสิทธิ – รวมเป็น 3.5 ล้านสิทธิ และขยายระยะเวลาโครงการฯ จากเดิมเดือนพ.ค. เป็นเดือนต.ค. 65 

สคบ. เตรียมลดดอกเบี้ยเช่าซื้อมอไซต์เหลือ 20% - จากปัจจุบัน 33-36% SAWAD มีพอร์ตสินเชื่อลีสซิ่งมอไซต์ 24% ขณะที่ MTC 6% ของสินเชื่อรวม 

ไทยประกันชีวิต เตรียมเข้าเทรด และ Fast Track เข้าคำนวณอัตโนมัติ – จะเป็นหุ้นบิ๊กแคปใหญ่สุดกลุ่มประกัน ทำให้ IRPC และ SAWAD มีโอกาสหลุดจากดัชนี SET50 ในเดือน ก.ค. นี้  

 

ประเด็นติดตาม: 22 มิ.ย. - Fed Chair Powell Testifies / 23 มิ.ย. – US&EU Manufacturing PMI, Services PMI, Russia Debt Payment / 24 มิ.ย. – US New Home Sales, Russia Debt Payment / 27 มิ.ย. – US Core Durable Goods Orders, US Pending Home Sales 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)