ภาพรวมนักลงทุนยังเลือกเก็งกำไรในกลุ่มที่มีโอกาสถูกปรับประมาณการขึ้น ปริมาณการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นทรงตัวถึงหดลงหลังนักลงทุนเพิ่มความระวังต่อการเกิดเศรษฐกิจถดถอยและผลกระทบของปัจจัยภายนอก (รัสเซีย-ยูเครน และปิดเมืองที่จีน) ที่จะกระทบต่อกำไรไตรมาส 2/65
แม้ภาพรวมการลงทุนจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว แต่หุ้นก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่น ดังนั้นเรามองจะเกิดการจัดสรรเงินทุน (reallocation) ไปยัง 1) กลุ่มหุ้นที่ปลอดภัย (สื่อสาร) 2) กลุ่มที่มีแนวโน้มถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น (เปิดเมือง โดยเฉพาะท่องเที่ยว) และ 3) กลุ่มที่มีการถือครองต่ำและมีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (อาทิ โรงไฟฟ้าที่ปรับลดลงเยอะจากต้นทุนค่าก๊าซ)
ติดตามผลการประชุมครม.เกี่ยวกับกลุ่มโรงกลั่น ภายหลังจากที่มีการเสนอแนวคิดจัดเก็บกำไรพิเศษจากค่าการกลั่นเพื่อช่วยเหลือกองทุนน้ำมัน ภาพรวมกลุ่มโรงกลั่นในเครือ PTT มีแนวโน้มคล้อยตามข้อเสนอภาครัฐ แต่กลุ่มโรงกลั่นที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างประเทศ ไม่เห็นด้วย ทำให้ยังไม่มีความแน่นอนในรูปแบการจัดเก็บเงิน หรือจะมีการใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใด ซึ่งทำให้การจัดเก็บเงินดังกล่าวจะยังเป็นประเด็นค้างคาที่กระทบต่อหุ้นในกลุ่ม อย่างไรก็ตามยังคงมุมมองว่า SPRC, ESSO จะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่ากลุ่มโรงกลั่นอื่น รวมถึง PTTEP จะเป็นหุ้นพลังงานที่มีความเสี่ยงจากประเด็นดังกล่าวต่ำ เนื่องจากถูกคุ้มครองจากสัมปทาน
ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE 2) กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO 4) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, KBS, BIS, ASIAN 5) หุ้นประกัน TIPH, BLA, TVI, THREL (แค่เก็งกำไรรับไทยประกันเข้า IPO) 6) หุ้นพลังงาน-ปิโตรที่ไม่กระทบจากการขอความร่วมมือ IVL, OR 7) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA
ภาพรวมกลยุทธ์: ความผันผวนในภาพรวมของสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้หุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,540-1,580 จุด การปรับลงยังเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นในช่วงครึ่งหลัง อาทิ กลุ่มธนาคาร หุ้นเปิดเมืองที่ยังขึ้นน้อย กลุ่มอาหาร ขนส่ง และเปิดเมือง/เปิดประเทศ และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน (DR และ ETF อิงหุ้นจีน) //หุ้นแนะนำ: SPA*, MBK*, BABA80*, OR*
แนวรับ: 1,550-1,540 / แนวต้าน : 1,565-1,580 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
ผู้ว่าการเฟดหนุนขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือนก.ค. – นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เขาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก นายวอลเลอร์กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของเฟดคือการทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% แต่ที่ผ่านมานั้น เฟดดำเนินการช้าเกินไปในการจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ และช้าเกินไปในการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT)
อิรักเล็งเพิ่มผลิตน้ำมันแตะ 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2570 – เพื่อตอบสนองข้อผูกพันจากโควตาส่งออกภายในองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออกหรือโอเปก (OPEC) โดยเพดานการส่งออกน้ำมันของอิรักอยู่ที่ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิ.ย. และ 3.85 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. ขณะที่ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบประจำเดือนพ.ค. อยู่ที่ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวันโดยเฉลี่ย เศรษฐกิจอิรักพึ่งพาการส่งออกน้ำมันดิบอย่างมาก โดยครองสัดส่วนมากกว่า 90% ของรายได้ทั้งประเทศ
ประกาศหุ้นเข้าและออกดัชนี มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. - 31 ธ.ค. 65
SET50 เข้า (+) BLA, JMT, JMART / ออก (-) COM7, RATCH, STGT
SET100 เข้า (+) FORTH, ONEE, PSL, TIPH / ออก (-) BPP, RS, SIRI, TVO
SETHD เข้า (+) BCH, CHG, HANA, SAWAD / ออก (-) BPP, PTG, SIRI, TVO
ศาลปกครองตีตกคำขอทุเลาควบรวมกิจการ TRUE-DTAC – จากการที่ยังไม่เกิดความเสียหาย เนื่องจากยังไม่ได้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่หรือซื้อขายสินทรัพย์-หุ้น เพื่อการควบรวม ขณะที่ กสทช. ทำคำชี้แจงอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อพิจารณาควบรวมใช้เวลา 60 วัน
RATCH หุ้นเพิ่มทุนเทรดวันที่ 24 มิ.ย. – 725 ล้านหุ้น ราคาเพิ่มทุน 34.48 บาท
ประเด็นติดตาม: 21 มิ.ย. – US Existing Home Sales / 23 มิ.ย. – US&EU Manufacturing PMI, Services PMI, Russia Debt Payment / 24 มิ.ย. – US New Home Sales, Russia Debt Payment / 27 มิ.ย. – US Core Durable Goods Orders, US Pending Home Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









