มหาเศรษฐี 'แสตน ดรักเกนมิลเลอร์' ถือ 'ทองคำ' ทิ้ง 'บิตคอยน์' ในภาวะตลาดหมี

มหาเศรษฐี 'แสตน ดรักเกนมิลเลอร์' ถือ 'ทองคำ' ทิ้ง 'บิตคอยน์' ในภาวะตลาดหมี

มหาเศรษฐี 'แสตน ดรักเกนมิลเลอร์' เลือกถือ 'ทองคำ' ทิ้ง 'บิตคอยน์' ในช่วงที่ตลาดคริปโทอยู่มีภาวะตลาดหมีท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่จะถือ 'บิตคอยน์' ถ้าตลาดเข้าสู่ Bull Run หวังอีก5-10 ปี คริปโทถูกยอมรับในระบบเศรษฐกิจ

เว็บไซต์ news.bitcoin.com รายงานว่า นายแสตน ดรักเกนมิลเลอร์ ประธานและซีอีโอของ Duquesne Family Office LLC ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดัง ระบุว่าในตลาดขาขึ้นที่มีภาวะเงินเฟ้อ เขาต้องการเป็นเจ้าของ บิตคอยน์มากกว่าทองคำอย่างแน่นอน  แต่หากตลาดเข้าสู่ขาลง เขาต้องการมีทองคำมากกว่า พร้อมกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566

โดยแบ่งปันมุมมองด้านการลงทุนบิตคอยน์และคริปโทเคอรร์เรนซี่กับกองทุน Sohn Conference Foundation ในวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย.65 

 

 

“หากคุณเชื่อว่าเรากำลังจะมีนโยบายการเงินที่ขาดความรับผิดชอบ พร้อมกับอัตราเงินเฟ้อในอนาคต พร้อมกับช่วงขาขึ้น ทำให้คุณต้องการเป็นเจ้าของบิตคอยน์”  ในทางตรงกันข้าม นายดรักเกนมิลเลอร์ตั้งข้อสังเกตว่า “หากมันอยู่ในช่วงภาวะตลาดหมีสำหรับสินทรัพย์อื่น คุณต้องการเป็นเจ้าของทองคำ”

โดยนายดรักเกนมิลเลอร์ได้เน้นย้ำว่าเขาเชื่อในสิ่งที่เป็นความจริง หลังจากได้เฝ้าสังเกตการณ์มานานพอสมควร  แน่นอนว่าสภาวะตลาดที่กำลังเข้าสู่ภาวะตลาดกระทิง หรือ Bull Run ท่ามกลางเงินเฟ้อ ทำให้นายดรักเกนมิลเลอร์อยากเป็นเจ้าของบิตคอยน์มากกว่าทองคำ

“ถ้าเรากำลังจะเผชิญกับภาวะตลาดหมี  ที่หลายคนรู้ดีว่าจะอยู่ในสถานการณ์ Stagflation ทำให้ผมอยากเป็นเจ้าของทองคำ” นายดรักเกนมิลเลอร์ระบุ พร้อมกับเสริมว่า “นั่นคือข้อสันนิษฐานของผมต่อจากนี้ไป” โดยสังเกตว่าสมมติฐานของเขาอยู่ที่ 85% ตามสิ่งที่เขาสังเกตเห็น

ผู้จัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยงได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลว่าคริปโทจะมีความสัมพันธ์กับดัชนีแนสแด็กเป็นอย่างมาก

สำหรับอนาคตของคริปโท เป็นที่น่าแปลกใจมาหากไม่ใช่สกุลเงินที่ได้รับการยอมรับในระบบเศรษฐกิจภายใน 5 ปี หรือ 10 ปี นับจากนี้ โดยไร้ความไม่ปลอดภัย พร้อมกับเห็นบริษัทต่างๆ จัดตั้งขึ้นในระหว่างตอนนี้และหลังจากนี้ แม้ว่าจะมีความท้าทายจากสิ่งต่าง ๆ เช่น ด้านการเงิน ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงัก 

อย่างไรก็ตาม คริปโทก็ยังน่าสนใจสำหรับดรักเกนมิลเลอร์  แม้ว่าเขาจะแก่เกินไปที่จะแข่งขันทางสติปัญญากับคนสมัยใหม่ และยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดคริปโทอยู่อย่างต่อเนื่อง