วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรท.ปรับเป้าส่งออกไทยปี 65 จาก 5 % เป็น 8 %

สรท.ชี้ บาทอ่อน เศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญของไทย ทั้งสหรัฐ จีน เติบโตต่อเนื่อง หนุนส่งออกไทยโตต่อเนื่อง พร้อมปรับเป้าส่งออกทั้งปีจากเดิม 5 % เป็น 8 %

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนเม.ย.มีมูลค่า 23,521.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 9.9% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนเม.ย.ขยายตัว 6.9% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 25,429.8 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 21.5% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนเม.ย.2565 ขาดดุลเท่ากับ 1,908.4 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 74,107 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออก 4 เดือนแรก คือตั้งแต่เดือนม.ค. – เม.ย.ของปี 2565 พบว่า ไทยส่งออกรวมมูลค่า 97,122.8 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.7% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกขยายตัว 8.2% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 99,975.1ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 19.2% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทย 4 เดือนแรกของปี 2565 ขาดดุลเท่ากับ 2,852.4 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 139,316 ล้านบาท

สรท. คาดการณ์การส่งออกไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 เติบโต 3 - 5% โดยคาดการณ์รวมปี 2565 ทั้งปีที่ 5-8 % โดยมีปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐ อาเซียน เติบโตต่อต่อเนื่องประกอบกับมีอุปสงค์ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่จีนเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในบางพื้นที่สำคัญแล้วและดัชนีผู้จัดการฝ่ายการผลิตโลกหรือ PMI ของประเทศคู่ค่าสำคัญที่ยังทรงตัวอยู่เหนือเส้นBaseline ระหว่าง50-60 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกิจกรรมการผลิตและเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2565 ได้แก่ 1. ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้า และต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก 2. สถานการณ์อัตราเงินเฟ้อโลกที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.2% (YoY) ส่งผลกระทบต่อ ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภคทั่วโลกหดตัวลง

3. สถานการณ์ระวางเรือยังคงตึงตัวในหลายเส้นทางและค่าระวางขนส่งสินค้าทางทะเลยังทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากเรือแม่ยังไม่สามารถเข้าเทียบท่าในไทยได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่แม้ค่าระวางเริ่มมีการปรับลดลงในหลายเส้นทาง แต่พบว่าค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ยังคงมีการปรับขึ้นและผันผวนตามราคาน้ำมันในตลาดโลก

4. ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, เหล็ก, ธัญพืช เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน แป้งสาลี อาหารสัตว์ ปุ๋ย ส่งผลให้หลายประเทศเริ่มออกมาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร

ทั้งนี้ สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญประกอบด้วย 1. ขอให้ ธปท. รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ไม่ให้แข็งค่าเกินกว่า 33–34 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนในส่วนอื่นที่ผันผวนสูง และขอให้ กนง. คงระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เพื่อประคองให้การฟื้นตัวภาคธุรกิจยังคงดำเนินการได้ 2. รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ระดับที่เหมาะสม ผ่านเครื่องมือด้านการลดภาษีสรรพาสามิตและเงินกองทุนน้ำมัน หรือกลไกในการควบคุมต้นทุนการนำเข้าไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคมากจนเกินไป และ 3.การควบคุมราคาสินค้าในประเทศจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับต้นทุนผู้ประกอบการ เพื่อมิให้เป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการมากเกินไป ขอให้พิจารณาลดต้นทุนสินค้าขาเข้า ลดเงื่อนไขและขั้นตอนในกลุ่มสินค้าที่ขาดแคลนและจำเป็น