วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วิกฤติ’ ล้อมประเทศ ฉุดศก.ครึ่งปีหลัง

แม้ "การท่องเที่ยว" จะเริ่มทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง "ค่าครองชีพ" กำลังวิกฤตหนักขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องหาทางแก้ไขให้ลงตัว

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “ราคาพลังงาน” ที่ยังเป็นความเสี่ยงสูง กระทบไปทุกภาคส่วน ส่งผลให้ราคาสินค้าขยับเพิ่มสูงขึ้น แน่นอนว่ากระทบต่อค่าครองชีพอย่างหนัก แม้สถานการณ์โควิดในประเทศจะคลี่คลายลง ผู้ประกอบการเริ่มขยับ ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่เพราะราคาพลังงานที่อยู่ในขั้นวิกฤติ อัตราเงินเฟ้อสูง ย่อมกระทบถึงต้นทุนการดำเนินงาน การผลิต การขนส่ง แม้จะเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ แต่ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว กลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ 

การประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย มองว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง ยังต้องเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นทั่วโลก นั่นทำให้ กกร.คงประมาณการขยายตัวจีดีพีในกรอบ 2.5-4.0% การส่งออกขยายตัว 3-5% อัตราเงินเฟ้อขยายตัว 3.5-5.0% ได้แต่ตั้งความหวังไว้กับ “การท่องเที่ยวและการส่งออก” ที่ยังเห็นแววขยายตัว และจะเป็นแรงส่งเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีนี้

การท่องเที่ยวของไทย ถูกวางตัวให้เป็นเครื่องยนต์พลิกฟื้นเศรษฐกิจในห้วงเวลาแบบนี้ จากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 6-8 ล้านคน ข้อเสนอของ กกร.ต้องการให้รัฐบาลดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เช่น ซาอุดีอาระเบีย ที่มีรายได้สูงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทย เพราะประเมินว่านักท่องเที่ยวซาอุฯ มีค่าใช้จ่ายต่อหัว 100,000 บาทต่อทริป จากนักท่องเที่ยวปกติมีค่าใช้จ่าย 50,000 บาทต่อทริป หากดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาได้จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทย 10 ล้านคน

ส่วนภาคการส่งออกของไทย แม้จะเริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง จากสงครามรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ ความกังวลเกี่ยวกับอาหารขาดแคลน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราเงินเฟ้อ การขาดแคลนสินค้าสำคัญในซัพพลายเชน ภาคอุตสาหกรรม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของหลายธนาคารกลาง รวมถึงความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่อาจขยายตัวเพียง 4.5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ 5.5% ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และอาจกระทบต่อการส่งออกไทยช่วงที่เหลือของปี

วิกฤติทั้งหมดนี้ คือ ความเสี่ยงของประเทศ และอาจเป็น “ความเสี่ยง” ของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ประเทศ ไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ด้วยวิกฤติที่ล้อมหน้าล้อมหลัง การพลิกฟื้นประเทศหลังโรคระบาด โครงการเมกะโปรเจกต์ที่จะเป็นตัวดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ อาจไม่จูงใจ หรือมีเสน่ห์มากพอที่จะกวาดนักลงทุนกระเป๋าหนักเข้ามาทิ้งเงินในบ้านเราได้ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ต้องขบคิดให้หนัก และแก้ปัญหาให้ได้...