วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ แจงงบ 3.18 ล้านล้านบาท ดัน GDP พุ่ง 4.2%

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566 นี้ มีกรอบวงเงินรายจ่ายที่ 3.185 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ที่ 2.49 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแบบขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2566 นี้ มีกรอบวงเงินรายจ่ายที่ 3.185 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ที่ 2.49 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแบบขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท โดยจัดทำขึ้นภายใต้การประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ว่าจะขยายตัวได้ 3.2-4.2% และอัตราเงินเฟ้อ 0.5-1.5%

นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงหลักการ และเหตุผลว่าเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2565 เพื่อการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายรัฐบาล ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยรัฐบาลได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และภายนอกประเทศ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ขณะที่ในปี 2565 ยังมีผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงื่อนไขด้านฐานะการเงินของภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส และความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 3.5 - 4.5% อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 1.5 - 2.5 %

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว ผ่านการจัดทำงบประมาณขาดดุล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 66 คาดว่ารายได้จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยประมาณการว่าจะจัดเก็บรายได้จากภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ รัฐพาณิชย์ และรายได้อื่น รวมสุทธิจำนวน 2,614,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อน และหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 124,100 ล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายของรัฐบาล จำนวน 2,490,000 ล้านบาท

พร้อมชี้แจงว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ ได้นำยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ มากำหนดเป็นกรอบโครงสร้างยุทธศาสตร์การจัดสรรงบ จำนวน 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จัดสรรไว้ 2.96 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงของชาติ,รักษาความสงบภายในประเทศ, พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, แก้ปัญหาภาคใต้, ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์, พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติ

2. ยุทธศาสตร์ด้านความสามารถในการแข่งขัน จัดสรรไว้ 3.96 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาคมนาคมด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ , การเกษตร เพื่อเพิ่มการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมและผลิตภาพด้านการผลิตของสาขาเกษตร, การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, การพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ, การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว, การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ, การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง แข่งขันได้, การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต, การพัฒนาความมั่นคงทางพลังงาน, การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล , การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม, การพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม, การสนับสนุนด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และ การดำเนินงานภารกิจพื้นฐาน งบประมาณ 71,873.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ

3. ยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จัดสรรจำนวน 5.49 แสนล้านบาท

4. ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จัดสรรงบประมาณ 7.59แสนล้านบาท

5. ยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดสรรงบประมาณ 1.22 แสนล้านบาท

6. ยุทธศาสตร์ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ จัดสรรงบประมาณ จำนวน 6.58 แสนล้านบาท

นอกจากนั้น รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้จ่ายรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็น รวมถึงการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ อีกจำนวน 4.02 แสนล้าน บาท แบ่งเป็น งบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 9.5หมื่นล้านบาท, การบริหารหนี้ภาครัฐ จำนวน 3.06 แสนล้านบาท

 

 

ผู้นำฝ่ายค้านชี้งบฯโครงสร้างพื้นฐาน ‘ส่อ’ โกง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 66 ว่า ฝ่ายค้านไม่เคยปฏิเสธการจัดทำงบประมาณในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้จะไม่รับหลักการในวาระแรก แต่เห็นว่าการจัดทำงบประมาณไม่ได้คำนึงถึงประชาชน จัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ขาดการวางแผนและความสามารถที่จะนำประเทศให้รอดพ้นวิกฤต

เหตุผลที่ฝ่ายค้านไม่สามารถรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 66 เนื่องจาก 1.เป็นรัฐบาลหมดสภาพ ขาดวิสัยทัศน์ ไร้ความรู้ ความสามารถ และพยายามเหนี่ยวรั้งที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป เพราะการทำงานในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีอะไรดีขึ้น รัฐบาลพยายามทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยด้วยพิธีกรรม และนายกรัฐมนตรีหลงตัวเอง ซึ่งจะเห็นกระแสความนิยมของรัฐบาลลดลงจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลหาเงินไม่เป็น ไม่ประนีประนอมกับประชาชน และ 2.เป็นรัฐบาลที่สร้างมรดกหนี้ เช่น หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนสูงสุดในประวัติการณ์ หนี้เสีย (NPL) ขาดภาวะความเป็นผู้นำทั้งในประเทศและเวทีโลก ปล้นอำนาจประชาชน ขาดหลักนิติรัฐนิติธรรมทำให้ไม่ดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ

เหตุผลที่ฝ่ายค้านไม่สามารถรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 66 เนื่องจาก 1.เป็นรัฐบาลหมดสภาพ ขาดวิสัยทัศน์ ไร้ความรู้ความสามารถ และพยายามเหนี่ยวรั้งที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป เพราะการทำงานในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีอะไรดีขึ้น รัฐบาลพยายามทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยด้วยพิธีกรรม และนายกรัฐมนตรีหลงตัวเอง ซึ่งจะเห็นกระแสความนิยมของรัฐบาลลดลงจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลหาเงินไม่เป็น ไม่ประนีประนอมกับประชาชน และ 2.เป็นรัฐบาลที่สร้างมรดกหนี้ เช่น หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนสูงสุดในประวัติการณ์ หนี้เสีย (NPL) ขาดภาวะความเป็นผู้นำทั้งในประเทศและเวทีโลก ปล้นอำนาจประชาชน ขาดหลักนิติรัฐนิติธรรมทำให้ไม่ดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์