JMT ขายตามน้ำ | ออฟเรคคอร์ด

JMT ขายตามน้ำ | ออฟเรคคอร์ด

ตลาดหุ้นร่วงหนัก หุ้นรายตัวเจอสลับหุ้นขาย แม้จะเป็นหุ้นดีมีปัจจัยบวกเฉพาะก็ยังยืนขาแข็งสู่ตลาดหุ้นดิ่งไม่ไหว รอบนี้เป็นคิว JMT

๐๐๐ JMT ขายตามน้ำ

       ภาวะตลาดหุ้นไทยใคร “ใจไม่แข็ง” ทนไม่ไหวต้อง ถือเงิดสดกำให้แน่น อย่าพึ่งกระโดดเข้ารับราคาร่วงเพราะโอกาสรีบาวด์มี แต่มักมาพร้อม ลงลึก ในรอบถัดไป !!

      อาการตลาดหุ้นลงหลุด 1,600 จุด มีแรงซื้อกลับในบางหุ้นแต่บอกเลยยังไม่มากพอ    “รายใหญ่ – บล็อกเทรด” เจอหนัก  “ฟอร์สเซล”  หุ้นไปชุดใหญ่ ส่วนขา Short ไม่กล้าทุ่มเพราะตลาดมักมีรีบาวด์ให้เห็น

      หุ้นแห่เทขายตามน้ำผิดหูผิดผิดตา JMT เจ้าพ่อตามหนี้ที่มีมาร์เก็ตแคประดับแสนล้านบาท  ข่าวดีมีพร้อมหมดทุกอย่างแต่จอดเพราะเจอ กลยุทธ์เทขายถือเงินสด รอช้อปกับเหมือนหุ้นอื่น

      ไล่มาตั้งแต่ความเนื้อหอมธุรกิจ AMC มีแต่แบงก์ใหญ่อยาก JV ด้วย จนหัวบันไดไม่แห้ง    ธุรกิจเติบโตตามแนวโน้มหนี้เพิ่มสูงขึ้น  ตามมาด้วยกระแสข่าวเป็น “หุ้นเต็งจ๋า” ได้เข้าไปอยู่ในคำนวณดัชนี MSCI รอบใหม่ที่จะประกาศ 13 พ.ค. และมีผลราคาปิด 31 พ.ค. นี้ เม็ดเงินเข้าไปรอดันราคาขึ้นมา 

       เหลือแต่งบ  Q1/2565  รอนับถอยหลังประกาศว่าจะทำ   “นิวไฮ ”   อีกครั้งไหม   เพราะแฟนคลับหวังไว้สูงมาก !!

๐๐๐

ตลาดหุ้นเจอแรงเทขายลดความเสี่ยงทั่วโลก หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือนเม.ย. ออกมา 8.3% สูงกว่าที่คาดการณ์ 8.1 % ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี กลับมาอยู่ที่เหนือ 3 % และนักลงทุนเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย 0.75 % ในนัดถัดไป 14-15  มิ.ย. 65  

๐๐๐

ดัชนีหุ้นร่วงต่อเนื่องตลอดทำการซื้อขายจนมาปิดที่ 1,584.52 จุด ปรับตัวลดลง 28.82จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.79 % มูลค่าการซื้อขาย 92,473.04 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,607.88 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,580.10 จุด โดยมีนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ  1,932.28 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 817.8 ล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 3,372.99 ล้านบาท และ ต่างชาติขายสุทธิ  622.86 ล้านบาท

๐๐๐

ปัจจัยเงินเฟ้อมีผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้ล่าสุดธนาคารกลางมาเลเซียตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25 % สู่ 2 % และคาดการณ์จะกดดันให้ธนาคารกลางของไทยเริ่มขยับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อหุ้นที่มีหนี้สูงบวกกับเงินบาทอ่อนค่าทำให้ ปัจจัยกระทบหุนกลุ่มปิโตรเคมี  PTTGC เจอแรงเทขายลงไปลึกหลังประกาศกำไร Q1/65 อยู่ที่ 4,211 ล้านบาท ลดลง 56.56 % จากช่วงเดียวกันปีก่อนกดราคาหุ้นร่วงไป 6.77 % มาปิดที่ 44.75 บาท 

๐๐๐

ด้าน IVL ปิโตรเคมีขั้นปลาย  แต่มีจุดแข็งเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนฐานผลิตทั่วโลกทำให้ลดผลกระทบจากบาทอ่อนได้ และเป็นรายใหญ่ Q1/65 กำไรสุทธิ 14,070 ล้านบาท และกำไรหลักสุทธิ 10,578 ล้านบาท Core EBITDA Margin สูงถึง 15 % สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านราคาหุ้นยังแข็งกว่าตลาดมาปิดที่ 44.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 

๐๐๐

บมจ.แห่กัน “ล็อกต้นทุนการเงิน” ต่อเนื่องก่อนจะเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น STARK ขายหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด มูลค่า ที่4,500ล้านบาท แบบถล่มทะลายจนต้องเพิ่มหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขาย (Greenshoe) อีกจำนวน23.1 ล้านบาท รวมมูลค่าออกหุ้นกู้ 4,523.10ล้านบาท หลังจากเปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 9 - 11 พ.ค. ที่ผ่านมา

โดยเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ชุดโดยหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 270 วันดอกเบี้ยคงที่ 2.90% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.80% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 4.00% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ “BBB+”

๐๐๐

ราคาก๊าซพุ่งต่อ ไม่หยุดกระทบหุ้นโรงไฟฟ้าระนาว CKP เจอค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานซึ่งส่วนใหญ่ คือค่าก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้น 627.6 ล้านบาท หรือเกือบ 40 % ด้วยการผลิตโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เพิ่มขึ้น 23.2 % บวกกับรายได้ในส่วนของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เพิ่มขึ้นเลยมีรายได้รวม2,543.0 ล้านบาท เพิ่ม 21 % และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 38.7 ล้านบาท