วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (6 พ.ค. 65)

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (6 พ.ค. 65)

ราคาน้ำมันดิบขึ้นต่อเล็กน้อย ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัวต่อเนื่อง หลัง OPEC+ คงแผนเดิมในการปรับเพิ่มกำลังการผลิต

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย  หลังการประชุมของกลุ่ม OPEC+ ในวันที่ 5 พ.ค. 65 มีมติคงแผนเดิมในการปรับเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนมิ.ย. 65 ที่ 432,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าสหรัฐฯ และยุโรปเรียกร้องให้กลุ่มโอเปคพลัสปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่านี้ก็ตาม เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก

+ ตลาดยังคงกังวลอุปทานน้ำมันโลกจะตึงตัวต่อเนื่อง หลัง EU เตรียมแผนลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียภาย ใน 6 เดือนนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังคงต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกทั้งหมด 27 ประเทศ

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 20 ปี หลัง FED ประกาศใช้นโยบายเข็มงวดทางการเงิน โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกว่า 50 bps และปรับลดขนาดงบดุลมีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย. 65 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากส่งผลให้การลงทุนในสัญญาถือครองน้ำมันดิบมีความน่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองเงินสกุลอื่น

- สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมืองใหญ่ของจีน ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนยังคงขยายการล็อกดาวน์เมืองเซี่ยงไฮ้ และใช้มาตรการเข้มงวด ในเมืองปักกิ่ง และเจิ้งโจว และเร่งตรวจหาเชื้อประชากรทั้งหมด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศลดลงต่อเนื่อง
 

 

 

 

ราคาน้ำมันเบนซิน

ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ฝั่งเอเชียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังไทยประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยยกเลิก Test&Go ให้กับนักนักท่องเที่ยว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1 พ.ค. 65  นอกจากนี้ ราคายังได้แรงหนุนหลังสหรัฐฯ ประกาศสต็อกน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงกว่า 2.2 ล้านบาร์เรล 


ราคาน้ำมันดีเซล

ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังสหภาพยุโรปเตรียมแผนลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากรัสเซียภายในสิ้นปี 65 ขณะที่อุปทานมีแนวโน้มขาดแคลน หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลของไทยปรับลดลงในเดือนมี.ค.65 เพื่อเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ส่งผลให้ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดีเซลจะตึงตัวต่อเนื่อง
 

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (6 พ.ค. 65)