วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงตลอดช่วงการซื้อ-ขาย -15 จุด มีแรงขายเร่งตัวช่วงท้ายตลาด นักลงทุนขายลดความเสี่ยงเนื่องจากตลาดหุ้นไทยหยุดทำการในวันพุธ ก่อนที่เราจะทราบผลการประชุม FOMC ถึงการแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ค.
โดยหุ้นขนาดเล็กปรับตัวลงมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เห็นได้จากดัชนี MAI -3.46%, sSET -2.47% ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,652.29 จุด -15.15 จุด -0.91% มูลค่าการซื้อขาย 67,070 ลบ. ต่างชาติ -1,834.45 ลบ. TFEX +4,886 สัญญา ตราสารหนี้ -1,486.26 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 932.27 จุด +2.81% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด และนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดปฏิเสธแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 0.75%
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 5.40 ดอลลาร์ +5.3% ปิดที่ 107.81 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับรายงานที่ว่าประธานสหภาพยุโรป (EU) เสนอให้บรรดาประเทศสมาชิกระงับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดน้ำมันเผชิญภาวะตึงตัวมากขึ้น
+ สหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองเพิ่มขึ้น 2.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง
+ จีนเปิดเผยว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 1.5%YoY แตะ 1.12 หมื่นล้านตันใน 1Q65
+ สรท. เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมี.ค. 2565 การส่งออกมีมูลค่า 28,859.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 19.5%YoY และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 922,313 ล้านบาท ขยายตัว 28.7%YoY
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 9,790 ราย ATK 8,728 ราย มีผู้เสียชีวิต 54 ราย รักษาหาย 17,109 ราย
ปัจจัยลบ
- ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 57.1 ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 58.5 หลังจากแตะระดับ 58.3 ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ
- สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐพุ่งขึ้น 22.3% สู่ระดับ 1.098 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.07 แสนล้านดอลลาร์
- การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 247,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 395,000 ตำแหน่ง
- ฟิทช์คาดการณ์ว่า GDP ปี 2565 ของจีนจะขยายตัวเพียง 4.3% ลดลงจากเดิมที่ระดับ 4.8% ประเมินว่ามาตรการ ล็อกดาวน์เมืองสำคัญซึ่งรวมถึงเมืองเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของจีนส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนหดตัวลงอย่างมากในเดือนเม.ย.
- สนค.คาดขึ้นราคาดีเซล-สิ้นสุดลดภาษีสรรพสามิตดันเงินเฟ้อพุ่ง ประเมินถ้าดีเซลขึ้น 1 บาท เงินเฟ้อพุ่ง 0.23% ถ้าดีเซลขึ้น 5 บาท เงินเฟ้อเพิ่ม 0.67%
- ธปท.รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนเม.ย. 2565 ลดเหลือ 48.2 จากเกือบทุกองค์ประกอบที่ลดลงแต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ยกเว้นความเชื่อมั่นด้านต้นทุนที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังจากประธานเฟดได้ปฏิเสธแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 0.75% ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานคาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,650-1,670 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• กรณีสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง บวกต่อ PTTEP PTTGC TOP , สินค้าเกษตร ข้าวสาลี และกากถั่วเหลืองขึ้น เป็นบวกต่อ TMILL TVO และเป็นลบต่อธุรกิจอาหารสัตว์ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น CPF GFPT ASIAN
• ศบค.ยกเลิกตรวจ RT-PCR มีผล 1 พ.ค. นี้ : AOT ERW CENTEL MINT AWC • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากอากาศร้อน SNC KOOL SAPPE ICHI TACC
• ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค.ขยายตัว+เงินบาทอ่อนค่า TWPC ASIAN XO SNC SKN PIMO SMT
หุ้นรายงานพิเศษ
SAWAD (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 70.50 บาท)
•อนุมัติให้ BFIT (SAWAD ถือหุ้น 81.64%) ควบรวมกิจการกับ ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล (SCAP)
•BFIT จะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินทุนให้กับธปท. เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยมีแผนจะประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) หรือสินเชื่อซื้อมอเตอร์ไซค์ และธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท.
•ขายหุ้น SCAP ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมด 39 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท คิดเป็น 65% ให้แก่ BFIT โดยการออกหุ้นใหม่ของ BFIT เพื่อแลกกับหุ้นของ SCAP
•เตรียมเปิดประชุมผู้ถือหุ้นลงมติอนุมัติในวันที่ 23 มิ.ย.
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับกลุ่มในภาวะการแข่งขันปล่อยสินเชื่อที่รุนแรง การกำกับดูแลสถาบันการเงินที่เข้มงวด และช่วยต่อยอดธุรกิจในการรุกธุรกิจสินเชื่อรายย่อย อีกทั้งเป็นการนำ SCAP เข้าตลาดหุ้นทางอ้อมที่ใช้เวลาสั้นกว่าไอพีโอ
หุ้นมีข่าว
(+) SABUY (Bloomberg Consensus 50.00 บาท) รุกสินค้าเงินผ่อน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกรองน้ำ และบริหารพื้นที่พาณิชย์ เข้าลงทุนใน TSR 24.9% และ TSRL สินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าลิสซิ่ง สัดส่วน 30% กลุ่มแจ้งอยู่ปลื้มโมเดล เข้าซื้อ PP 28 บาท เช่นเดียวกับ COM7 ส่งบริษัทบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ SABUY ร่วมแลกถือ 3.57% ร่วมอีโคซิสเต็ม ด้าน TSR มองเป็นโอกาสขยาย (ที่มา ทันหุ้น)
(+) GUNKUL (Bloomberg Consensus 6.90 บาท) เกาะติดกระแสรถยนต์ไฟฟ้า เล็งจำหน่าย-ติดตั้ง EV Charging Station ในโครงการคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง แย้มอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรอสังหารายใหญ่หลายรายเพิ่มเติม ด้านธุรกิจ EPC ลุยประมูลงานใหม่กว่า 5 หมื่นล้านบาท หวังคว้าโปรเจ็กต์ใหม่ไม่น้อยกว่า 10% อวดแบ็กล็อกในมือ 4.5 พันล้านบาท พร้อมปั๊มกำลังผลิตใหม่เติมพอร์ต(ที่มา ทันหุ้น)
(+) KEX (Bloomberg Consensus 19.75 บาท) เผยราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไม่กระทบต้นทุนใน ระยะสั้น แต่ต้องประเมินระยะกลาง-ยาวอีกครั้ง ยันปรับขึ้นราคาค่าบริการจะเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะทำ มุ่งควบคุมต้นทุนให้อยู่ในราคาเหมาะสม เล็งนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาบริการขนส่ง หวังลดความผันผวนราคาน้ำมัน ส่วนไตรมาส 1/65 ปริมาณขนส่งโตกว่าไตรมาส 4/64 (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) ICN (Bloomberg consensus - บาท) คาดเซ็นงานใหม่กว่า 500 ล้านบาท ในไตรมาส 2/65 ขณะที่ตุนแบ็กล็อก 1,300-1,400 ล้านบาท คงเป้า รายได้ปีนี้โต 20% ส่วนผลงานไตรมาส 1/65 ยอมรับรายได้ลดลง หลังเปลี่ยนระบบบันทึกบัญชีใหม่ เป็นรับรู้รายได้ตามการส่งมอบงานลูกค้า (ที่มา ข่าวหุ้น)









