วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเล็งชงครม.เพิ่มเงินสมทบสมาชิกกอช.1.8พันบาท

คลังเตรียมเสนอครม.เพิ่มเงินสมทบสมาชิกกอช. หวังจูงใจให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระร่วมออม โดยมีแผนจะเสนอใส่เงินสมทบสูงถึง 1.8 พันบาทต่อคนต่อปี และสมาชิกสามารถใส่เงินสะสมได้ถึง 3 หมื่นบาท คาดรัฐใช้งบหลัก 1-2 พันล้านต่อปี สมาชิกมีเงินใช้ยามเกษียณสูงถึง 1.5 ล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะเพิ่มเงินสมทบในส่วนของภาครัฐให้แก่สมาชิกกองทุนเงินออมแห่งชาติ(กอช.)เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระหันมาออมผ่านกอช.กันมากขึ้น

“หากสมาชิกกอช.มีเงินบำนาญหลังเกษียณให้ถึง 1 หมื่นบาทต่อเดือน ก็จะจูงใจให้คนมาออมได้ โดยนอกจากสมาชิกจะใส่เงินออมเข้าไปแล้ว รัฐก็ต้องเพิ่มเงินสมทบให้อาจจะเป็น 1,500 บาท หรือ 1,800 บาทต่อปี เพื่อทำให้สมาชิกมีเงินออมหลังเกษียณในระดับดังกล่าว”

เขากล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มอาชีพอิสระที่ไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกประกันสังคมตามมาตรา 40 มีถึง 10 ล้านบาท เราก็ต้องการดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในกอช.เพื่อให้เขามีเงินออมมากขึ้น

“ตอนนี้ได้ให้กอช.จัดทำข้อเสนอมา เพราะต้องเสนอเข้าครม. โดยต้องดูในเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะงบประมาณ ปี 66 อาจไม่ทัน ก็ต้องมาดูว่าใช้จะใช้เงินเท่าไหร่ สามารถใช้งบประมาณกลางได้หรือไม่”

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่วชาติ(กอช.)กล่าวว่า กอช.ได้เสนอให้ระดับนโยบายพิจารณาเพิ่มวงเงินการออมของสมาชิกและเงินสมทบจากรัฐบาล โดยในส่วนของสมาชิกสามารถใส่เงินสะสมได้สูงถึง 3 หมื่นบาทต่อปี จากเดิม 1.3 หมื่นบาทต่อปี ส่วนเงินสมทบของรัฐบาลนั้น จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 พันบาทต่อปี จากเดิม 1.2 พันบาทต่อปี

เธอกล่าวว่า การเพิ่มเงินออมของสมาชิกและเงินสมทบจากรัฐบาลจะช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกมากขึ้น และจะทำให้สมาชิกมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณเพิ่มขึ้น กรณีสมัครเข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่อายุ 18 ปี จนถึง 60 ปี สมาชิกจะมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณถึง 1.5 ล้านบาท เฉลี่ยต่อเดือนที่ 7.5 พันบาท

สำหรับเม็ดเงินที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรมาเพิ่มให้แก่สมาชิกนั้น จะเฉลี่ยปีละประมาณ 1-2 พันล้านบาทเท่านั้น ในกรณีที่สมาชิกส่งเงินออมไม่ครบตามเงื่อนไข ก็จะไม่ได้รับเงินสมทบจากรัฐบาล นั่นหมายความว่า รัฐบาลก็ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบให้

นอกจากนี้ กอช.ยังเสนอแก้ไขเพิ่มอายุการเกษียณของผู้ออมจาก 60 ปี เป็น 65 ปี เนื่องจาก ขณะนี้ ประชาชนมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ในส่วนอายุเริ่มต้นสำหรับการสมัครเข้าเป็นสมาชิก กอช.ได้เสนอให้ผู้ออมสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ตั้งแต่แรกเกิด หรือ 7 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 18 ปี เพื่อให้มีอัตราการออมที่มากขึ้น

สำหรับสมาชิกกอช.ในปัจจุบันอยู่ที่ 2.47 ล้านคน โดยในปีที่แล้ว มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 หมื่นรายเท่านั้น เนื่องจาก เป็นช่วงโควิด ทำให้ยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นไม่มากนัก บวกกับ นโยบายของรัฐบาลที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกันตนในมาตรา 40 ทำให้ประชาชนหันไปสมัครเป็นสมาชิกมาตรา 40 จำนวนมาก

“ยอดสมาชิกที่มีอยู่ 2.47 ล้านคนนั้น มีผู้ที่ออมต่อเนื่องประมาณ 50% เท่านั้น อย่างไรก็ดี พฤติกรรมการออมของสมาชิกเริ่มดีขึ้น โดยมีเงินออมเข้ามาเพิ่มปีละพันกว่าล้านบาท แสดงว่า สมาชิกเริ่มเข้าใจเรื่องการออมมากขึ้น”

ทั้งนี้ ปัจจุบันเงินกองทุนของกอช.อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ได้บริหารสร้างผลตอบแทนแก่สมาชิกได้ประมาณ 1% ถือว่า ชนะดอกเบี้ยเงินฝากที่มีผลตอบแทนประมาณ 0.5% เท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนได้นำเงินไปบริหารจัดการผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนมั่นคงประมาณ 80% แต่กำลังพิจารณาว่า จะปรับสัดส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นแก่สมาชิก