พลังลุงตู่ แนวรบ ภาคใต้ เปลี่ยน

พลังลุงตู่ แนวรบ ภาคใต้ เปลี่ยน

จากการปรับเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง ใช้บัตรเลือกตั้ง2 ใบ ให้มีส.ส.เขต400 และ บัญชีรายชื่อ 100 ทำให้ "พรรค" ที่เคยยึดครองพื้นที่ภาคใต้ ต้องเร่ิมกลยุทธ์ชิงพื้นที่คืน แต่การสู้กันครั้งนี้ ไม่ใช่ระหว่าง "ปชป." กับ "พปชร." แต่คือ "ปชป." ที่ต้องเปิดแนวรบกับ "บิ๊กตู่"

        ไม่ต้องอ้างอิงโพลสำนักไหน สมรภูมิการเมืองภาคใต้ เปลี่ยนแปลงไปเยอะ

        นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2562 และการเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช ความขลังของแชมป์เก่าลดลงพอควร
 

        เมื่อเร็วๆ นี้ เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวมติชนว่า คนใต้ยังกลัว "ผีทักษิณ" แต่ก็ยังไม่ "เบื่อประยุทธ์" เพราะชื่นชอบประชานิยมสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินเยียวยาโควิด โครงการคนละครึ่ง รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

        ไม่แปลกที่ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตแกนนำพลังประชารัฐ ภาคใต้ จึงกล้าพูดว่า ส.ส.ใต้ พลังประชารัฐ ถ้าไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี สอบตก
  พลังลุงตู่ แนวรบ ภาคใต้ เปลี่ยน

        แม้ปัญหาภายในพลังประชารัฐ จะทำให้ 14 ส.ส.ใต้ กระอักกระอ่วนใจ เนื่องจากไม่มีแกนนำชัดเจน ต่างคนต่างอยู่ วิ่งซุ้มโน้นซุ้มนี้ แต่ความจริงเป็นทางการเมือง พวกเขาก็ต้องอาศัยบารมีลุงตู่ และอาศัยลุงป้อมเป็นที่พึ่งทางใจ

อ่านข่าว : “ธนาธร” เจาะฐาน “ทักษิณ”  รุกอบต.อีสาน ชิง “แดงก้าวหน้า”

        ความวุ่นวายในพลังประชารัฐ บั่นทอนความนิยมในตัวพรรคลงไปเยอะ แต่กระแสความชื่นชมลุงตู่ยังคงที่ หากมีพรรคใหม่สาย "ปลัดฉิ่ง" เกิดขึ้นจริง ก็คงสร้างความลังเลใจในหมู่ผู้สนับสนุนลุงตู่มากทีเดียว

        สำหรับแชมป์เก่าหลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ยังเดินหน้าโครงการ "เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ" โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ อดีต ส.ส.ที่ย้ายไปอยู่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้กลับบ้านเก่าแล้วหลายคน

        เมื่อค่ำวันที่ 20 ต.ค.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ ส.ส.ภาคใต้ ประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดทัพเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ จ.พัทลุง มีข้อสรุปอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ ส.ส.ภาคใต้ 21 คน จะได้ร่วมมือกันเพื่อทวงคืนจำนวน ส.ส.ให้ได้มากที่สุด 

พลังลุงตู่ แนวรบ ภาคใต้ เปลี่ยน

        อีกเรื่องคือ ที่ประชุม ส.ส.เห็นพ้องต้องกันว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

        พลิกแฟ้มเลือกตั้งทั่วไป 2562 เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่พรรคประชาธิปัตย์ เสียพื้นที่มากที่สุด ได้มาแค่ 22 ที่นั่งจาก 50 ที่นั่ง (เสียอีก 1 ที่นั่งจากเลือกตั้งซ่อม)

 

        พรรคพลังประชารัฐ มีแรงหนุนจากกระแสเลือกลุงตู่ คว้ามาได้ 13 ที่นั่ง (ได้เพิ่มจากเลือกตั้งซ่อม 1 คน) พรรคภูมิใจไทย 8 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ  6 ที่นั่ง และพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 ที่นั่ง

 

        สำหรับการเลือกตั้งหน้า ถ้ายึดกติกาที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และ ส.ส.เขต 400 คน บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และพรรคการเมืองใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ ส.ส.ภาคใต้ จากที่มี 50 คน 50 เขต ก็จะเพิ่มเป็น 57 คน 57 เขต

 

        ไล่เป็นรายจังหวัดที่ได้ ส.ส.เพิ่ม ประกอบด้วยนครศรีธรรมราช จาก 8 เป็น 9 เขต สงขลา จาก 8 เป็น 9 เขต นราธิวาส จาก 4 เป็น 5 เขต ตรัง จาก 3 เป็น 4 เขตกระบี่ จาก 2 เป็น 3 เขตภูเก็ต จาก 2 เป็น 3 เขต และพังงา จาก 1 เป็น 2 เขต

พลังลุงตู่ แนวรบ ภาคใต้ เปลี่ยน

        ด้วยเหตุนี้ ปชป.จึงเคลื่อนไหวจัดทัพ เตรียมรับมือกับการเพิ่มจำนวน ส.ส. และสร้างผลงานให้เข้าตาชาวใต้ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก่อนการยุบสภา

        ดังที่เทพไทให้สัมภาษณ์ คู่แข่งของ ปชป. ไม่ใช่พลังประชารัฐ หากแต่เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งต้องรอดูว่า "ปลัดฉิ่ง" จะขยับพรรคใหม่ลงสนามเมื่อใด และจะประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามที่ พ.อ.สุชาติ โปรโมตล่วงหน้าไว้หรือไม่

 

        หากมีพรรคใหม่ของ "ปลัดฉิ่ง" เกิดขึ้น ส.ส.ใต้ พลังประชารัฐ 14 คน จะเดินเกมอย่างไร อยู่พรรคเก่าหรือไปพรรคใหม่ คงวุ่นวายพิลึก

 

        อีกตัวแปรในภาคใต้คือ พรรคก้าวไกล ที่ได้ฐานเสียงเยาวชนคนหนุ่มสาว ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ ส.ส.เขต แต่คะแนนเสียงในแต่ละพื้นที่ก็น่าสนใจ แต่จุดอ่อนของก้าวไกลก็หนีไม่พ้นเรื่องทะลุฟ้าทะลุเพดาน

         ดังนั้น ปัจจัยหนึ่งของ ปชป.ที่จะทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.ในภาคใต้ ก็ยังอยู่ที่เรตติ้งของลุงตู่ จะขึ้น จะลงอย่างไร ตามมาด้วยปัญหาทางใจของพี่น้อง 3 ป. เคลียร์จบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่

        ถ้าพลังประชารัฐ ยังเล่นเกมซ่อนมีดซ่อนดาบ หรือแตกแบงก์พันเป็นพรรคปลัดฉิ่ง โอกาสก็จะเป็น ปชป. ในสมรภูมิภาคใต้.