สภาพการณ์ ณ เวลานี้ จึงดูเหมือนฝ่ายค้านขยันผิดเรื่อง จนสังคมและสื่อมวลชนโฟกัสผิดประเด็น หันมาเล่นข่าวให้น้ำหนักกันเฉพาะสงครามน้ำลาย และวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
ชีวิตผมไม่กล้าด่าหรือวิจารณ์ใครในทางสาธารณะ ในระดับ “ง ห ล” อาจจะมีแอบบ่นบ้างในใจ แต่ถึงขั้นพูดออกสื่อ คงไม่กล้า
เช่นเดียวกับถ้อยคำแรงๆ วลีประหลาดๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในญัตติของฝ่ายค้าน
ไม่รู้ไปสรรหามาได้อย่างไร เยอะด้วย ผมเคยรวมไปเล่าในรายการของเนชั่นทีวี พูดได้ยาวเกือบ 1 เบรก เกินสิบนาที
จริงๆ แล้วถ้อยคำแรงๆ เหล่านี้ สมควรที่จะให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แล้วไปจบที่คูหาเลือกตั้งมากกว่า โดยฝ่ายค้านนำข้อมูลมาอภิปรายให้เห็นอย่างมืออาชีพ ไม่ต้องเล่นวาทกรรม หรือพูดเยอะแบบ “น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง” สุดท้ายสาระหาย หรือถูกกลืนหายไปในทะเลน้ำลาย
เอาให้มันตรงๆ จะๆ งัดหลักฐานเน้นๆ เพื่อให้คนไทยตาสว่างกันเร็วๆ รวมถึงผมเองด้วย ที่อยากรอฟัง รอชมหลักฐานที่ว่านี้ แม้จากข้อมูลข่าวสารที่เสพมา และทำมาในสัมมนาอาชีพ ก็จะทราบอยู่แล้วว่า บุคลากรของรัฐบาลชุดนี้ จำนวนไม่น้อย ไม่ควรปล่อยให้เข้ามามีอำนาจเลยด้วยซ้ำ
สภาพการณ์ ณ เวลานี้ จึงดูเหมือนฝ่ายค้านขยันผิดเรื่อง จนสังคมและสื่อมวลชนโฟกัสผิดประเด็น หันมาเล่นข่าวให้น้ำหนักกันเฉพาะสงครามน้ำลาย และวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
ทั้งที่จะว่าไปฝ่ายรัฐบาลก็มีหลายงานที่ “ขยันผิดเรื่อง” และน่าหยิบมาขยายเชิงสาระได้ บวกกับหลักฐานความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ที่แกะรอยกันได้ไม่ยาก
อย่างกรณี สส.ไอเดียร์ แทนที่จะไปปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาให้ดีๆ แล้วตั้งโต๊ะแถลงอย่างเป็นทางการ กลับไปพูดต่อหน้ามวลชนของตน ในพื้นที่ฐานเสียงของตน ด้วยข้อมูลมัดตัวเองเสียอย่างนั้น โดยเฉพาะเรื่องสามีถือหุ้นเว็บพนัน 1%
นอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ยังซ้ำเติมให้หนักกว่าเดิม ทั้งตัว สส.เอง รัฐมนตรีที่เคยทำงานด้วย และพรรคที่ตนเองสังกัด แม้สุดท้ายจะเอาผิดได้ยาก แต่มันเสียภาพลักษณ์ และเพิ่มคะแนนลบๆ ในสายตาประชาชน
รัฐมนตรีหรือ สส.หลายๆ คน ก็ขยันออกมาต่อความยาวสาวความยืด อาจจะต้องการเบี่ยงประเด็นให้พ้นไปจากจุดที่สังคมโฟกัส แต่ไปๆ มาๆ ยิ่งพูด ยิ่งโต้ ยิ่งรัดคอตัวเอง
เหมือนกับการพาเหรดออกมาตอกกลับ “ปลัดเก่ง” ของบรรดา “บิ๊กมหาดไทย” ท่านตอบโต้ได้ทุกเรื่องอย่างเจ็บแสบ สะใจ (พวกท่าน) แต่ความจริงที่ท่านตอบไม่ได้คือ ท่านจัดการขบวนการโกงสอบได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดตรงไหนหรือ โกงกันเป็นหมื่นล้าน มีอธิบดีเกี่ยวข้องแค่ 2 คน (คนที่น่าสงสัยที่สุดก็ลอยตัว) กับข้าราชการระดับ ผอ.อีก 3-4 คน มันตลกร้ายไปหรือเปล่า
หรือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปราจีนบุรี ได้ทำอะไรในเชิงโครงสร้างอย่างเต็มกำลังบ้างกับสารพิษปนเปื้อนที่น่ากลัว และก่อความเสียหายใหญ่หลวง นอกจากแอคชั่นให้เป็นข่าว และย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง โดยไม่เห็นมีการสอบสวนลงโทษเอาผิดอะไร (เพราะท่านนายอำเภอก็คงไม่ได้ผิดจริงๆ แต่น่าจะไปขัดขาใครมากกว่า)
แม้แต่ท่านนายกฯ เอง ก็สนุกกับการโชว์เล่นดนตรีตามงานต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่งานสำคัญระดับชาติและระดับโลกอย่างประชุมไอเอ็มเอฟ - เวิลด์แบงก์
ส่วนตัวผมดีใจนะที่มีผู้นำเก่งทางสุนทรีย์ มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี และน่าจะด้านอื่นๆ อีก
แต่การแสดงความสามารถควรจะมีจังหวะจะโคน และเสริมพลังประเทศ มากกว่าสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง
ถ้าซีนเป่าแซกโซโฟนในงานเลี้ยงไอเอ็มเอฟ - เวิลด์แบงก์ เป็นการโชว์ของนักแซกโซโฟนคนไทยที่ฟังแล้วเล่นเก่งกว่าฝรั่ง หรือเทียบเท่า Kenny G จะสร้างความฮือฮา และขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อันเป็น “ทุนมนุษย์” ของประเทศได้ดีกว่าไหม
เพื่อทำให้โลกได้รู้ว่า นอกจาก น้องเนเน่ รอยัล เรายังมีนักดนตรีเก่งๆ อีกเยอะ เพื่อเสริมศักยภาพของคนไทยให้มากกว่าศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่เรานำไปโชว์ในงานอยู่แล้ว
ส่วนท่านนายกฯ ถ้าต้องการมีซีนประทับใจ ก็ขึ้นไปอิมโพรไวส์ แจมเล็กๆ น้อยๆ ตอนจบโชว์ก็ได้ แบบนี้น่าจะได้สองเด้ง ไม่ได้ดึงสปอตไลต์ไว้ที่ตัวเองคนเดียว
หรืออย่างการลงทุนเข็นขนมไทยไปชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมไอเอ็มเอฟ เวิลด์แบงก์ ได้ชิม ถ้าท่านวางพล็อตใหม่ ให้เด็กหรือเยาวชนแต่งชุดไทยมาเข็นแทน แล้วทำประวัติขนมเหล่านี้ กับเจ้าของภูมิปัญญาที่ทำขนมแต่ละชนิดได้อร่อยขนาดนี้ แทนที่จะนำเสนอผ่านบริษัททุนใหญ่ตามข่าว จะทำให้ซีนนี้มีคุณค่ามากขึ้นสำหรับประเทศหรือเปล่า
ที่สำคัญที่สุดคือ ในความรู้สึกของคนไทยทั่วไปที่มองเข้าไป เหมือนรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการประชุมระดับโลกนี้ โดยลืมความทุกข์ของประชาชนที่เลือกท่านมาเป็นรัฐบาลไปชั่วคราว
แกนนำรัฐบาลยิ้มแย้ม สรวลเส เฮฮา แถมโหนผลประชุม และรายงานที่นำมาเปิดกันบนเวที ทั้งๆ ที่ตัวเลขมันฟ้องว่า จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจเท่าไรเลย
อัตราการเติบโตของ GDP ไทยปีนี้ และที่ประมาณการปีหน้า อยู่รั้งท้ายของอาเซียน เรียกว่าไม่ต้องไปคิดเทียบกับประเทศคู่แข่งที่เคยอยู่แถวเดียวกับเรา แต่ตอนนี้เราอยู่แถวเดียวกับเมียนมา และบรูไนไปเรียบร้อย
นโยบายการเงิน การคลัง รายงานขององค์กรการเงินระดับโลกเน้นย้ำให้ “ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า” ไม่ใช่หว่านพืชหวังผล ใช้ประชานิยมแบบบิดเบือนกลไกตลาด แลกเรตติ้ง
นี่ยังไม่นับคนไทยอีกอย่างน้อย 20 จังหวัดที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในน้ำ ที่ปราจีนฯ ต้องจมน้ำพิษ ปลาตาย หมูตาย ปทุมธานีก็สถานการณ์ไม่ต่างกัน ในกรุงเทพฯ มีชุมชนอีกจำนวนมากยังอยู่ในสภาพ “น้ำรอระเหย”
จะดีกว่าไหมถ้าท่านผู้นำ และรัฐมนตรีบางท่าน จะลดกิจกรรมรื่นเริงในงานระดับนานาชาติลงบ้าง แล้วไปปรากฏตัวซับน้ำตาประชาชน หรือแม้แต่พาแขกบ้านแขกเมืองไปเยี่ยม ไปแจกของให้ผู้ประสบภัย
และเสนอโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เป็นวิสัยทัศน์ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีรากฐานเกษตรกรรมสุดแกร่ง อาจได้รับการสนับสนุนเงินทุนและความช่วยเหลือมากกว่าที่จะมุ่งพูดเฉพาะ AI หรือ Data Center ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไร เราก็สู้คู่แข่งไม่ได้ เพราะทำได้แค่เอาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตคนไทยไปแลกการลงทุน!





